LIFESTYLE

VOGUE SCOOP | ไขรหัสความสำเร็จโซโล่เดี่ยวของ BLACKPINK ตอกย้ำฐานะ ‘ศิลปินระดับโลก’ อย่างแท้จริง

#VogueScoop ครั้งนี้ไม่พลาดพาแฟนๆ ย้อนไปถึงปัจจัยของพวกเธอทั้งสี่คนว่าเหตุใดแม้จะแยกออกไปทำเพลงของแต่ละคนกันแล้ว แต่กระแสตอบรับยังท่วมท้นเฉกเช่นยังเหมือนเป็นนามแบล็กพิงก์จนถึงทุกวันนี้ ไม่นับจากฐานแฟนคลับเดิมของวงที่มีมาแต่แรก

     ‘BLACKPINK’ นามของเกิร์ลกรุ๊ปจากฟากฝั่งเกาหลีที่ค่อยๆ ไต่ระดับจากการโด่งดังในประเทศและเจาะคนเฉพาะกลุ่มสู่การขึ้นแท่นเป็นศิลปินระดับโลกที่ทั่วโลกต่างรู้จักพวกเธอทั้งสี่คนอย่าง ‘ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล’, ‘Jennie’, ‘ROSE’ และ ‘JISOO’ ซึ่งแน่นอนว่ากระแสความดังในนามวงนั้นถูกการันตีจากแฟนเพลงทั่วโลกมาแล้วนานเกือบ 9 ปี เมื่อถึงเวลาหนึ่งพวกเธอจึงเลือกที่จะก้าวออกจากเซฟโซนเพื่อไปเริ่มต้นบนสายทางดนตรีของตัวเองตั้งแต่สิ้นสุดปี 2023 แบล็กพิงก์ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญาในนามศิลปินกลุ่มต่อกับต้นสังกัด YG Entertainment ก่อนที่เจ้าตัวจะแยกออกไปเริ่มต้นทำผลงานเพลงเดี่ยวโดยลิซ่าได้ก่อตั้งค่าย LLOUD พร้อมจับมือกับพันธมิตรค่ายเพลง RCA Records เพื่อผลิตผลงานเพลงเดี่ยวออกมาให้แฟนๆ ฟังกันอย่างต่อเนื่อง, เจนนี่ก่อตั้งค่ายเพลง ODD ATELIER และเซ็นสัญญาร่วมเป็นชายคาใน Columbia Records, จีซูได้ตั้งค่ายเพลง BLISSOO และเซ็นสัญญากับค่าย Warner Records เพื่อทำเพลงเดี่ยวของเธอ ปิดท้ายด้วยโรเซ่ที่เป็นศิลปินเดี่ยวในสังกัด The Black Labels และ Atlantic Records ซึ่งทั้งสี่คนได้มีกำหนดปล่อยอัลบั้มเดี่ยวออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งกระแสการตอบรับเมื่อแยกเป็นรายบุคคลก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสี่ได้รับฟี้ดแบ็กที่แตกต่างกันออกไป ทว่าความเป็นระดับโลกนั้นยังคงรักษามาตรฐานไว้อย่างยอดเยี่ยม #VogueScoop ครั้งนี้จึงไม่พลาดพาแฟนๆ ย้อนไปถึงปัจจัยของพวกเธอทั้งสี่คนว่าเหตุใดแม้จะแยกออกไปทำเพลงของแต่ละคนกันแล้ว แต่กระแสตอบรับยังท่วมท้นเฉกเช่นยังเหมือนเป็นนามแบล็กพิงก์จนถึงทุกวันนี้ ไม่นับจากฐานแฟนคลับเดิมของวงที่มีมาแต่แรก

 

 

กรุยทางโซโล่เดี่ยวของแต่ละคนตั้งแต่ยุคแรกเพื่อบุกเบิกสไตล์เพลงให้แฟนๆ รับรู้

     หากย้อนกลับไปยังยุคที่พวกเธอยังเป็นศิลปินเดี่ยวชายคา YG Entertainment สมัยนั้นที่ทั้งสี่ปล่อยผลงานเพลงเดี่ยวออกมาให้แฟนๆ ได้ฟัง อาทิ LALISA และ Money จากลิซ่า, SOLO จากเจนนี่, On The Ground จากโรเซ่ และ FLOWER จากจีซู นั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสไตล์ของพวกเธอนั้นฉีกแนวกันไปคนละทาง ซึ่งการวางหมากการตลาดเช่นนี้จึงเจาะกลุ่มแฟนๆ แยกออกไปอีกทีละกลุ่ม เพราะสำหรับบุคคลที่ไม่ได้ฟังเพลงของแบล็กพิงก์ แต่พวกเขาอาจฟังเพลงของแต่ละคนแยกออกไปก็เป็นได้ ฉะนั้นแล้วความโด่งดังของพวกเธอทั้งสี่คนจึงทวีคูณความโด่งดังของตัวเองให้เป็นที่รู้จักของแฟนๆ มากขึ้น เมื่อมาทำผลงานเดี่ยวของตัวเองในช่วงปี 2024 ที่ผ่านมาจึงไม่ได้สร้างความเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ สักเท่าไรเกี่ยวกับแนวเพลง ทว่าดึงดูดความสนใจจากแฟนๆ ในด้านอื่นแทนซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อๆ ไป

 

 

การลงทุนด้านโปรดักชั่น รวมถึงการร่วมงานกับศิลปินและเหล่าทีมงานมากฝีมือระดับนานาชาติ

     แน่นอนว่าแนวเพลงของแบล็กพิงก์ที่ผ่านมาสร้างความไวรัลไปทั่วโลกด้วยดนตรีบีทหนักที่ติดหู ประกอบกับการใช้ประโยคภาษาอังกฤษอันเป็นวลีเด็ดสอดแทรกไปในแต่ละเนื้อหาของเพลงจึงทำให้เพลงของพวกเธอเข้าถึงแฟนๆ ต่างชาติมากขึ้น เมื่อก้าวเข้ามาเป็นศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัวในช่วงปีที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่าเนื้อเพลงของพวกเธอโดยเฉพาะลิซ่า เจนนี่ และโรเซ่จะใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดซึ่งเกิดจากความร่วมมือของโปรดิวซ์เซอร์และทีมงานมากความสามารถในระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเพลง NEW WOMAN หรือ BORN AGAIN ที่ลิซ่าได้ร่วมงานศิลปินต่างชาติอย่าง Rosalia, Doja Cat และ Raye, LOVE HANGOVER หรือ ExtraL ที่เจนนี่ได้ร่วมงานกับแร็ปเปอร์ระดับโลกอย่าง Dominic Fike และ Doechii รวมถึงโรเซ่ที่สร้างปรากฏการณ์บนชาร์ตเพลงด้วยการทะยานสู่อันดับหนึ่งหลายสัปดาห์ติดต่อกันบนชาร์ตบิลบอร์ดอย่างเพลง APT. ที่คอแลบอเรชั่นร่วมกันกับ Bruno Mars นอกจากนี้การทำงานด้านโปรดักชั่นในมิวสิกวิดีโอพวกเธอยังได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์และผู้กำกับชื่อดังจากฝั่งตะวันตก อาทิ ผู้กำกับ Bradley & Pablo ในเพลง LOVE HANGOVER, ผู้กำกับ Bardia Zeinali ในเพลง BORN AGAIN และเพลง number one girl ที่โรเซ่ได้มีโอกาสร่วมโปรดิวซ์กับบรูโน่ มาร์สอีกด้วย ส่วนเพลงของจีซูอย่าง ‘earthquake’ แม้จะยังมีท่อนเพลงที่ใช้ภาษาเกาหลีนำมาสร้างสรรค์อยู่ ทว่าก็เลือกใช้ภาษาอังกฤษเข้ามาผสมผสานมากขึ้นเพื่อตีตลาดสากลเพิ่มขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นเคป๊อปของเธออันเป็นตัวตนที่ชัดเจนของคิมจีซูอีกด้วย

 




 

ภาพลักษณ์ส่วนตัวของการขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกแห่งวงการแฟชั่น

     จริงอยู่ที่ผลงานเพลงส่วนตัวของพวกเธอนั้นมีฐานแฟนคลับมากเป็นทุนเดิม แต่การขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกแห่งวงการแฟชั่นก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการตีตลาดอุตสาหกรรมแฟชั่นได้มารู้จักเพลงของทั้งสี่คนมากขึ้น ซึ่งลิซ่าเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกแห่งแบรนด์ LOUIS VUITTON, เจนนี่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำแบรนด์ CHANEL, โรเซ่ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก SAINT LAURENT และจีซูก้าวสู่แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ DIOR ด้วยภาพลักษณ์อันเด่นชัดของทั้งสี่สาวยิ่งบ่งบอกถึงคาแร็กเตอร์และแนวเพลงที่แตกต่างอย่างไม่น่าเชื่อ การเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์และการเป็นหน้าตาของแบรนด์ชั้นนำจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สอดคล้องพาแฟนๆ ให้ไปรู้จักผลงานเพลงของเธอที่แฟนๆ ตามไปฟังกันนั่นเอง

 

 

สร้างความสนใจและความยิ่งใหญ่บนเทศกาลดนตรีระดับโลกและการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตทั่วทุกมุมโลก

     อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสตอบรับเพลงเดี่ยวของลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซูนั้นเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางคือการที่พวกเธอได้พานาม ‘BLACKPINK’ แสดงคอนเสิร์ตไปทั่วทุกมุมโลก รวมถึงการขึ้นแสดงบนเทศกาลดนตรีระดับโลกจากฟากฝั่งอเมริกามาแล้วอย่าง Coachella ประจำปี 2019 และ 2023 ซึ่งเวทีนี้ถือเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่จะประกาศความยิ่งใหญ่ของพวกเธอให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อทั้งสี่คนแยกย้ายกันไปทำผลงานเพลงเดี่ยวจึงสามารถดึงความสนใจของเหล่าแฟนๆ ให้ไปติดตามแยกสไตล์เพลงกันได้และนำไปสู่การสร้างสถิติและยอดวิวของเพลงแต่ละคนให้กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่จากการยอมรับของแฟนๆ อย่างทั่วถึง

 

 

ผลงานแสดงคืออีกหนึ่งช่องทางสำคัญให้แฟนๆ ได้รู้จักผลงานเพลงเดี่ยว

     ปัจจัยหลักสุดท้ายที่ช่วยทวีคูณความโด่งดังของตัวศิลปินสาวทั้งสี่คนนั่นคือ การชิมลางบทบาทของการเป็นนักแสดง ที่ถึงแม้ในตอนนี้โรเซ่จะเป็นเพียงคนเดียวในวงที่ยังไม่มีผลงานการแสดง ทว่าก่อนหน้านี้ทั้งสามคนที่เหลือได้ฝากฝังคาแร็กเตอร์เด่นให้โด่งดังไปทั่วโลกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจีซูกับผลงานแสดงซีรี่ส์แห่งวงการเกาหลีใต้เรื่องแรกอย่าง 'Snow Drop’ กับผลงานล่าสุด ‘Newtopia’ ที่กวาดกระแสตอบรับที่ดีอย่างท่วมท้นมาแล้ว, เจนนี่เองก็เคยแสดงซีรี่ส์จากฟากตะวันอย่าง ‘The Idol’ ที่ถึงแม้จะได้เสียงวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างหนาหูแต่มันก็เป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญที่ทำให้เจนนี่ได้แจ้งเกิดและพิสูจน์ฝีมือว่าเธอสามารถเป็นนักแสดงที่ดีได้เช่นกัน ปิดท้ายด้วยการแสดงซีรี่ส์ตลกร้ายชื่อดัง ‘The White Lotus’ ซีซั่นสาม ที่ลิซ่าได้รับบทนำเป็นพนักงานโรงแรม The White Lotus สาขาประเทศไทยชื่อ ‘มุก’ ที่ได้กระแสคำชื่นชมไปทั่วโลก ทั้งยังได้เพลง BORN AGAIN หนึ่งในผลงานอัลบั้มเดี่ยวของเธอมาประกอบซีรี่ส์เรื่องนี้ ยิ่งดึงความสนใจจากแฟนๆ ให้ไปรู้จักผลงานเพลงของเธอมากขึ้นอีกด้วย

 

     หลังจากที่ผลงานอัลบั้มเดี่ยวอย่าง ‘Alter Ego’ ของลิซ่า, ‘Ruby’ ของเจนนี่, ‘rosie’ ของโรเซ่ และ ‘AMORTAGE’ ของจีซูได้ปล่อยให้เหล่าแฟนคลับได้ฟังกันอย่างครบถ้วนแล้ว เชื่อว่าปัจจัยหลักที่กล่าวไปทั้งหมดนี้จะยิ่งส่งให้ผลงานเพลงของพวกเธอได้คว้ารางวัลส่วนหนึ่งบนเวทีงานประกาศรางวัลแห่งอุตสาหกรรมเพลงไม่ที่ใดก็ที่หนึ่งอย่างแน่นอน ส่วนหนึ่งนั้นมาจากความสามารถและการร่วมลงแรงกันในบทเพลงของศิลปินและเหล่าทีมงาน และอีกส่วนหนึ่งคือการสนับสนุนจากแฟนๆ ที่มีมาตั้งแต่เริ่มและถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดที่ทำให้พวกเธอยืนหยัดในวงการนี้อีกต่อไปอย่างเต็มภาคภูมิ

 

กราฟิก : สุกฤตา ว่องวัฒนพิบูลย์

WATCH

TAGS : BLACKPINK
 
Close menu