
จากแปลรักฉันด้วยใจเธอสู่ซองแดงแต่งผี การนำเสนอเคมีและการแสดงอันท้าทายโดย พีพี-บิวกิ้น
ซีรี่ส์แปลรักฉันด้วยใจเธอคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ส่วนซองแดงแต่งผีจะเป็นบทพิสูจน์ว่าการเข้าคู่แสดงของ พีพี-กฤษฏ์ และ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ นั้นเต็มไปด้วยความสามารถในแนวทางที่แตกต่างจากเดิม
ความทรงจำอันหอมหวานของแฟนคลับ “พีพี-กฤษฏ์” และ “บิวกิ้น-พุฒิพงศ์” หลักๆ คงต้องย้อนกลับสู่ผลงานเรื่องเยี่ยมภายใต้ชื่อ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” โดยผู้กำกับ “นฤเบศ กูโน” เรื่องดังกล่าวเป็นดั่งผลงานแจ้งเกิดเข้าวงการและเป็นจุดเริ่มต้นของจรวดความเร็วสูงพาพีพี-บิวกิ้นพุ่งทะยานสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็วและทำให้ทั้งคู่กลายเป็นดาวดังระดับซูเปอร์สตาร์ที่ไม่เพียงแต่ดังระดับประเทศ แต่ดังไกลระดับสากล พร้อมรับบทบาทสำคัญจากหลากหลายวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการแฟชั่นที่ทั้งคู่ร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Balenciaga และ Gucci ตามลำดับ
จุดเริ่มต้นอย่างแปลรักฯ คือการกระตุ้นเคมีความสัมพันธ์จนทำให้แฟนๆ เสพติดเสน่ห์ของทั้งคู่อย่างต่อเนื่องตลอด 5 ตอนในพาร์ตแรก รวมถึงพาร์ต 2 อีกในอีกไม่กี่เดือนให้หลัง ดูเหมือนว่ากระแสความนิยมของพีพี-บิวกิ้นจะเติบโตต่อเนื่องไปพร้อมกับกระแสซีรี่ส์วัยรุ่นและซีรี่ส์วาย (Boy’s Love) ต้องบอกว่าวิธีการนำเสนอซีรี่ส์ของแปลรักฯ นั้นมีมิติที่น่าสนใจด้วยการนำเสนอตัวละครด้วยความหลากหลายในเชิงบริบท มีจังหวะเวลา สถานที่ และปูมหลังที่แข็งแกร่ง เปิดกรอบของซีรี่ส์วายให้มีมาตรฐานระดับสูง พร้อมเสิร์ฟถึงเส้นทางของโลกกระแสหลักอย่างจริงจัง
พีพี-บิวกิ้นกับผลงานแปลรักฯ คือการเดินทางสู่ความสำเร็จและเป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงที่ไม่เพียงเสิร์ฟโมเมนต์ความจิ้นเซอร์วิสแฟนๆ เท่านั้น แต่มีความล้ำลึกทางอารมณ์ มีบริบทของชีวิตและสิ่งรอบตัวที่เป็นธรรมชาติ ความหอมหวานที่คละคลุ้งเกิดจากโมเมนต์ที่ลงตัวพอดิบพอดีในเชิงบรรยากาศ ช่วงเวลา รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกที่มีชั้นเชิง ในวันนั้นพีพี-บิวกิ้นคือนักแสดงหน้าใหม่ไฟแรง การสร้างคาแร็กเตอร์ไปพร้อมกับตัวละครก่อนจะนำเสนอด้วยเคมีที่เข้ากัน พร้อมทั้งติดกลิ่นอายโรแมนติกชวนจิกหมอน ทว่ายังคงรักษาระดับความเป็นเหตุเป็นผลคือตัวอย่างของซีรี่ส์วายยุคใหม่ หรืออาจเรียกว่าเป็น ‘Milestone’ ของวงการบันเทิงไทยฉบับหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยเสน่ห์เหล่านี้ทำให้แปลรักฯ โด่งดัง เช่นเดียวกับพีพี-บิวกิ้นที่ก้าวเข้าสู่ประตูแห่งโอกาสที่ใหญ่ขึ้นได้แทบจะทันท่วงที
จากแปลรักฯ สู่ผลงานต่างๆ และการเดินทางบนสายงานอื่นๆ ของพีพี-บิวกิ้น ต้องบอกเลยว่าเสน่ห์การคู่กันผลิตเคมีเข้มข้นที่ทะลุออกมานอกจอ เต๋ และ โอ้เอ๋ว ภายในเรื่องผูกโยงเข้ากับตัวตนของพีพีและบิวกิ้นอย่างเหนียวแน่น มนต์เสน่ห์แบบนี้คือคำตอบว่าทำไมแฟนคลับของทั้งคู่จึงเฝ้าติดตามการร่วมงานกันของทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ คอนเสิร์ต หรือแม้แต่การปรากฏตัวร่วมกันในบริบทอะไรก็ตามแต่จึงเป็นกระแสทุกครั้ง เนื่องด้วยความสมจริง องค์ประกอบอันธรรมชาติ และความน่ารักโรแมนติกที่ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป ปมปัญหา ความรัก ความในใจ วิธีการถ่ายทอดเรื่องราวของทั้งคู่นำมาสู่โมเมนต์ที่เล่นกับความรู้สึกผู้ชมจนยิ่งถลำลึกเข้าไปอีกขั้น นี่คือเสน่ห์ของพีพี-บิวกิ้นในบทบาทเต๋-โอ้วเอ๋วที่เป็นปรากฏการณ์อย่างแท้จริง
ก้าวข้ามมาถึงเส้นทางกรทำงานเดี่ยว ต้องบอกว่าพีพี-บิวกิ้น ประสบการณ์ความสำเร็จอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำเพลง แฟชั่น หรือแม้แต่ผลงานภาพยนตร์ พีพีโดดเด่นในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของบาเลนเซียกา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพีพีกลายเป็นดาวเด่นระดับโลก ถึงขั้นมีเสื้อยืดพิมพ์หน้าตัวเองในคอลเล็กชั่น เคียงข้างกับทั้ง Nicole Kidman, Michelle Yeoh และ Isabella Huppert แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ในส่วนของบิวกิ้นก็ปล่อยเพลงติดหูแฟนๆ มาเป็นระยะ พร้อมรับบทบุคคลสำคัญของแบรนด์กุชชี่ บินลัดฟ้าไปร่วมงานกับแบรนด์หลายครั้ง และที่สำคัญยังพัฒนาฝีมือการแสดงกับภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” ถึงขั้นลุ้นเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ถึงแม้จะไม่เข้ารอบ 5 เรื่องสุดท้าย แต่ก็ติดอยู่ 1 ใน 15 อันดับชั้นนำของโลก
การโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งของพีพี-บิวกิ้นเคียงคู่กันในภาพยนตร์เรื่อง “ซองแดงแต่งผี” คือการโคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของทั้งคู่ในบทบาทตัวละครหลัก ครั้งนี้เป็นโปรจเจกต์ร่วมของ GDH, PP Krit Entertainment และ Billkin Entertainment ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของทั้งคู่ในฐานะนักแสดงหลักของภาพยนตร์ โดยก่อนหน้านี้การจับคู่กันเกิดขึ้นในแปลรักฯ ที่ถือว่าเป็นผลงานซีรี่ส์ ครั้งนี้ทั้งคู่ร่วมงานกับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล จาก “พี่มาก..พระโขนง” และผู้กำกับมากฝีมืออย่าง หมู-ชยนพ บุญประกอบ ที่เคยฝากผลงานไว้ใน “FRIEND ZONE ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน” ผู้หยิบยกผลงาน “Marry My Dead Body” จากไต้หวันมารีเมกด้วยมิติที่สดใหม่ยิ่งกว่าเดิม
ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเกี่ยวกับการแต่งงานอันพิลึกพิลั่นระหว่างคนกับผี จากโจรสายตำรวจพลั้งหยิบซองแดงปริศนานำมาสู่เรื่องราวลึกลับ และแอบซ่อนปริศนาให้แก้ไขตามวิถีของพิธีกรรม สร้างสรรค์เส้นเรื่องการโคจรมาพบกันของตัวละครหลักอย่าง “เม่น” และ “ตี่ตี๋” (รับบทโดยบิวกิ้นและพีพี ตามลำดับ) เกิดเป็นเหตุการณ์อลเวงที่มีเส้นเรื่องร้อยเรียงเคียงคู่กันไปอย่างน่าสนใจ นอกจากนักแสดงหลักทั้ง 2 คนยังมีนักแสดงมากฝีมือร่วมสร้างสรรค์ผลงานกันคับคั่ง นำโดย “ก้อย-อรัชพร” และอีกมากมาย
ความน่าสนใจของการโคจรกลับมาคู่กันครั้งนี้คือมิติที่แตกต่างและบทภาพยนตร์ที่ฉีกกรอบความสัมพันธ์แบบเดิม เรื่องราวความแฟนตาซีและสนุกปนฮาคือหัวใจหลักคือภาพยนตร์เรื่องนี้ ดังนั้นเคมีความสัมพันธ์ของพีพี-บิวกิ้นจึงไม่ได้ตั้งรากฐานจากความโรแมนติกหรือความสัมพันธ์เชิงความรู้สึกแบบลึกซึ้งเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่มีกลิ่นอายของความสนุกและการหยอกล้ออย่างเป็นธรรมชาติเข้ามาทดแทน วิธีการเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จึงพร้อมสร้างภาพจำแบบใหม่ให้กับคู่พีพี-บิวกิ้น และจะเป็นดั่งบทพิสูจน์ให้เห็นความสามารถของทั้งคู่ในบทบาทที่ไม่ใช่โรแมนติกหรือดราม่า แต่เป็นคอมเมดี้ที่พร้อมเสิร์ฟความสนุกให้แฟนคลับและผู้ชมทุกคน
ในเมื่อเป็นแนวคอมเมดี้ติดตลก เชื่อว่าหลายคนที่ไม่เคยเป็นแฟนคลับพีพี-บิวกิ้นมาก่อนอาจได้โอกาสเปิดใจรับชมความสามารถของทั้งคู่ในฐานะนักแสดง และสัมผัสกับเคมีของทั้งคู่ที่ทำให้แฟนๆ จำนวนมากเข้าถึงมาแล้ว แน่นอนว่าปมความรักความสัมพันธ์หรือเงื่อนไขในการทำให้ทั้งคู่ต้องมีความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก (หรือไม่) เป็นส่วนที่ขาดหายไปไม่ได้จากบทและเรื่องย่อที่ถูกนำเสนอมาก่อนหน้านี้ ทว่าด้วยรูปแบบการเล่าเรื่องที่แตกต่างและสอดแทรกความสนุกไว้อย่างเต็มเปี่ยม “ซองแดงแต่งผี” จึงไม่ใช่ภาพยนตร์ที่สร้างเพื่อเสิร์ฟแฟนคลับ แต่เป็นผลงานที่พร้อมเสิร์ฟผู้ชมภาพยนตร์ทุกคน
จนถึงวันนี้เชื่อว่าแฟนคลับหลายคนยังคงหลงใหลกับเสน่ห์ของพีพี-บิวกิ้นไม่เสื่อมคลาย และพร้อมสนับสนุนผลงานของทั้งคู่กับภาพยนตร์คู่เรื่องแรก ในขณะเดียวกันคอภาพยนตร์ไทยจำนวนไม่น้อยก็เตรียมตัวชมความสนุกและอาจได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของทั้งคู่จนกลายเป็นแฟนคลับในอนาคตอันใกล้ (โดนตก) แน่นอนว่าเรื่องราวถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์กันโดยมีเส้นเรื่องที่แตกต่างออกไป ทว่าจากแปลรักฯ สู่ซองแดงแต่งผี พีพี-บิวกิ้นจะเสิร์ฟความสนุกให้กับคนทุกกลุ่ม ข้อพิสูจน์ว่าคู่พีพี-บิวกิ้นไม่ได้สร้างสรรค์แค่ผลงานวายเพื่อกอบโกยความรักจากแฟนๆ แต่พีพี-บิวกิ้นยังพัฒนาฝีมือและพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวในฐานะนักแสดงอย่างเต็มรูปแบบ คอยติดตามว่าเรื่องราวของซองแดงแต่งผีจะเป็นอย่างไร และพีพี-บิวกิ้นจะรักษามาตรฐานหรือพัฒนาตัวเองได้มากน้อยเพียงใด ติดตามชมได้ที่โรงภาพยนตร์วันที่ 20 มีนาคมนี้
(สามารถอ่านเรื่องราว ตามรอยความสำเร็จ 'บิวกิ้น-พีพี' จากคู่จิ้นสู่ศิลปินระดับนานาชาติ ที่ไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครคิด ได้ที่นี่)
ภาพ : Courtesy of Nadao Bangkok / GDH
WATCH