‘นาทีชีวิต’ คำที่เปี่ยมด้วยความหมายอันมากมายตั้งแต่ความหดหู่น่าเศร้า ความดหวาดผวา ไปจนถึงแสงแห่งความหวัง เหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันอาจเป็นเหตุการณ์สุดท้ายในชีวิตหากไม่สามารถรักษาดูแลได้ทันท่วงที เชื่อมโยงสู่ซีรี่ส์สารคดีเน็ตฟลิกซ์อันตราตรึงกับ ‘Critical: Between Life and Death’ การเล่าเรื่องราวของทีมแพทย์ฉุกเฉินที่มุ่งมั่นเพื่อกอบกู้ชีวิตและรับมือกับสถานการณ์แย่ขั้นสุดที่มนุษย์คนหนึ่งจะประสบพบเจอ สารคดีเรื่องนี้อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกจุกอก หวาดผวา และเปี่ยมไปด้วยความหวังในยามที่แสงสว่างอาจกำลังดับลง
ซีรี่ส์แบ่งเป็นทั้งหมด 6 ตอน แต่ละตอนบอกเล่าเรื่องราวของทีมรับมือเหตุฉุกเฉินตั้งแต่คอลเซ็นเตอร์ไปจนถึงทีมแพทย์ฉุกเฉินที่เชี่ยวชาญกับการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งหมดโชว์ระบบความเชื่อมโยงและแนวทางปฏิบัติการของบุคลากรคนสำคัญ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ความน่าทึ่งที่เผยให้เห็นถึงศักยภาพความเพียบพร้อมในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่การเชื่อมต่อสื่อสาร การส่งต่อข้อมูล การปฏิบัติงานเบื้องต้น เทคโนโลยี การจัดระเบียบสาธารณะ และที่ขาดไม่ได้กับเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ที่เปรียบดั่งอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามากู้สถานการณ์ที่อาจหมายถึงชีวิตและการไร้ซึ่งชีวิตที่มีเส้นบางๆ กั้นอยู่
ซีรี่ส์สารคดีจะพาท่องโลกไปกับเหตุการณ์สุดระทึกในรูปแบบ ‘ของจริง’ แบบทุกสถานการณ์ แม้จะไม่ได้เผยขณะเข้าพื้นที่แบบเต็มรูปแบบ แต่เส้นเรื่องพาให้ผู้ชมทุกคนเข้าใจถึงบริบทของเหตุการณ์และแนวทางปฏิบัติอย่างเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานเพื่อส่งต่อผู้ประสบเหตุกับเหล่าศูนย์รับมือเหตุฉุกเฉินของโรงพยาบาลหลักทั้ง 4 แห่ง ซึ่งมีการนำเสนอหลักๆ 3 แห่งคือ St Mary’s Hospital, King’s College Hospital และ St George’s University Hospital รวมถึงศูนย์ปฏิบัติการ Barts Health NHS Trust, London Ambulance Service, and Kent, Surrey และ Sussex Air Ambulance ที่คอยเป็นเครือข่ายโยงใยที่กอบกู้ชีวิตได้อย่างทรงประสิทธิภาพ
เนื้อหาภายในเรื่องมีตั้งแต่รูปแบบการปฐมพยาบาลอาการบาดเจ็บขั้นรุนแรงแต่ยังไม่เสี่ยงต่อชีวิตมากนัก ไปจนถึงการกอบกู้ชีวิตเร่งด่วน ความสมจริงของซีรี่ส์ไม่ใช่การจำลองบรรยากาศ แต่คือการถ่ายทอดเหตุการณ์จริงแบบเข้มข้น แผล เลือด ความสยดสยอง และอื่นๆ อีกมากมายที่อาจเกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคนได้แบบไม่คาดคิดถูกฉายภาพราวกับเป็นวิดีโอสำหรับนักศึกษาแพทย์อย่างไรอย่างนั้น นำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่าสิ่งเหล่านี้อาจเข้มข้นเกินกว่าจะเป็นสารคดีหรือสื่อบนแพลตฟอร์มเปิดอย่างเน็ตฟลิกซ์
ทว่าเรื่องราวความเข้มข้นชวนให้เราซึมซับถึงความจริงทุกห้วงอารมณ์และรายละเอียดในทุกการรักษาอย่างถึงแก่น แพทย์เฉพาะทางต่างมีความคิดและถ่ายทอดเรื่องราวทั้งในการรักษาและสภาพแวดล้อมของชีวิตได้อย่างทรงพลัง บางครั้งพวกเขาอาจต้องเผชิญความโหดร้ายที่ยากจะรับมือ แต่ก็ต้องฝ่าฟันด้วยสติและความรู้ความสามารถเพื่อมอบลมหายใจหรือแม้กระทั่งการคิดต่อยอดถึงการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคตของผู้ประสบเหตุอีกด้วย นำมาสู่การตัดสินใจอันเข้มข้น คลุกเคล้าด้วยอารมณ์ทั้งยินดีกับความสำเร็จ ทางเลือกอันแสนยากลำบาก ไปจนถึงการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนชีวิตของคนๆ หนึ่งไปตลอดกาล

แผลเหวอะฉกรรจ์คือภาพอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นจริง กระดูกผิดรูป แผลยาว เลือด ไปจนถึงการผ่าตัด ทั้งหมดถูกใส่ไว้ทั้งหมดแบบไร้การเซ็นเซอร์ ความจริงที่ปรากฏในห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด หรือแม้กระทั่งการพักฟื้นกลายเป็นเรื่องราวชั้นดีที่ยิ่งสื่อสารอารมณ์ความหนักแน่นและชวนจุกอกให้ได้รู้สึกเกินหลัก 100 เปอร์เซ็นต์ไปเสียอีก บางครั้งภาพเหี้ยมโหดก็ชวนสยดสยอง แต่ก็ชวนฉุกคิดเสียเหลือเกินว่ามันอาจเกิดกับใคร ที่ไหน เมื่อใด ก็ได้เช่นกัน นอกจากภาพต่างๆ ที่ผู้ชมบางคนอาจปิดตา ยังมีเรื่องราวชีวิตหลังการรักษาที่แม้ไม่ได้เผยให้เห็นบาดแผลภายนอก แต่ก็เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงภายในจากระบบสมอง การเปลี่ยนแปลงบุคลิก และการบำบัดรักษาที่บีบคั้นอารมณ์ เพราะนี่ไม่ใช่การจำลองเหตุการณ์และถ่ายทอดในแบบการแสดง แต่เป็นชีวิตมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดขึ้นและปรากฏบนแผ่นฟิล์ม
‘Life or Limbs’ วลีที่ทำให้ทุกคนต้องเผชิญกับทางเลือก ที่ถ้าเป็นไปได้คงไม่มีใครอยากจะสัมผัสมันทั้งสิ้น การเลือกระหว่างการมีชีวิตอยู่หรืออวัยวะ นำมาสู่การตัดสินเพื่อรักษาชีวิตเป็นอันดับแรก เหตุการณ์ที่ทุกคนทราบอยู่แก่ใจว่าเกิดขึ้นจริงแต่ไม่เคยเห็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของชีวิตแบบนี้ถูกถ่ายออกมาเป็นภาพจริงชนิดเรียลไทม์ที่สะเทือนอารมณ์เป็นอย่างมาก ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีผู้ชมจะได้พบกับการสูญเสียอวัยวะของมนุษย์คนหนึ่งแบบของจริงเพื่อรักษาชีวิตไว้ให้ได้ เศษเสี้ยวของเวลาเพียงชั่วครู่ที่จะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล ความดราม่าที่ไม่ต้องปรุงแต่ง ห้วงอารมณ์ความซับซ้อนที่ต้องประดิดประดอย ทั้งหมดคือหัวใจหลักของ ‘Critical: Between Life and Death’ ที่ไม่ควรพลาดแม้แต่วินาทีเดียว แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าภาพทั้งหมดเป็นภาพจริงและเต็มไปด้วยความกราฟิกรุนแรง หากใครไม่สามารถรับมือกับภาพเลือด แผล การบิดเบี้ยวของอวัยวะ เรื่อยไปจนถึงความเหวอะหวะระหว่างการผ่าตัด ซีรี่ส์เรื่องนี้อาจเอ็กซ์ตรีมเกินกว่าจะรับไหว
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องสารคดีแฟชั่นได้กับบทความ รู้หรือไม่...ชื่อ Salvatore Ferragamo เป็นชื่อที่เคยถูกใช้ก่อนส่งต่อให้ดีไซเนอร์ระดับตำนาน)

