LIFESTYLE

Work from home อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ หลังออฟฟิศต้องหยุดเพราะหนีไวรัส Covid-19

หลังไวรัส Covid-19 ทำพิษและแพร่ระบาดไปทั่วโลกอยู่ ณ ขณะนี้ หลากหลายภาคส่วนและองค์กรต่างพยายามช่วยกันหามาตรการป้องกันที่หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงจากการระบาดอย่างหนัก ซึ่งในที่นี้ยังรวมไปถึงองค์กรบริษัทเอกชนที่ตอนนี้ออกข้อบังคับใช้ให้พนักงานส่วนใหญ่เริ่มทำงานจากบ้านกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แน่นอนหลายคนอาจดีใจเมื่อได้ยินข้อบังคับใช้นี้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะยินดีและชื่นชอบกับการทำงานจากบ้าน เพราะในบางครั้งมันอาจเป็นดาบสองคมโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยปัจจัยและการรบกวนที่อาจไม่ได้เอื้อต่อการทำงานเท่ากับที่ออฟฟิศ ไปจนถึงการสื่อสารที่อาจจะคลาดเคลื่อน ไม่นับรวมถึงการลดทอนพลังในการทำงาน เพราะที่บ้านเต็มไปด้วยสิ่งล่อใจทั้งเกมคอมพิวเตอร์ เตียงนอน โทรทัศน์ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงแสนรัก จึงทำให้หลายครั้งการทำงานจากที่บ้านมักไม่ได้ประสบผลสำเร็จอย่างที่ใครคาดหวัง วันนี้โว้กจึงรวบรวมทิปส์ต่างๆ ที่จะช่วยเอื้อให้พนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ ได้ลองปรับตัวในการทำงานที่บ้านเพื่อให้งานที่ทำนั้นออกมามีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผลที่ดีเยี่ยม

เครดิตภาพ: go against the Flow

1.ตื่นเวลาเดียวกับวันไปทำงาน

การตื่นเวลาเดียวกับวันที่ต้องไปทำงานเป็นวิธีที่ได้ผลทีเดียว เพราะวิธีนี้จะช่วยให้เรารู้สึกกระฉับกระเฉงและตื่นตัวมากกว่าเดิม ถ้าเราปล่อยให้ตัวเองตื่นสายจนเกินไปก็จะให้ความรู้สึกเหมือนวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เราไม่ต้องทำงาน ความอยากทำงานให้เป็นผลสำเร็จก็จะลดน้อยลง ดังนั้นให้ลองตั้งนาฬิกาปลุกเวลาเดียวกันกับวันที่ต้องเข้าออฟฟิศแล้วตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเหมือนวันไปทำงานตามปกติ

เครดิตภาพ: lilmissbjstyle

2.แต่งตัวให้ดูดี

การแต่งตัวแต่งหน้าให้ตัวเองดูดีก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้เราได้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดใส และมีพลังอย่างไม่คาดคิดได้เหมือนกัน หลากหลายวิจัยพบว่าถ้าเราทำตัวให้สดชื่นเข้าไว้พลังบวกๆ ก็จะเข้ามาหาเราเอง ดังนั้นเมื่อตื่นแล้วอย่าใส่เสื้อย้วยๆ หรือสวมแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว แต่ลองเลือกหยิบเสื้อยืดหรือเชิ้ตสวมสบาย ลองใส่เบลเซอร์ตัวเก๋ หรือเลือกเสื้อผ้าสีสันสดใสมาใส่สร้างลุคสวยๆ ก็จะช่วยให้วันนั้นของเรารู้สึกสนุกสนานมากขึ้น

เครดิตภาพ: alde security solution

3.เปลี่ยนสถานที่ทำงาน

การเปลี่ยนสถานที่ทำงานในที่นี้โว้กไม่ได้หมายถึงให้กระเตงคอมพิวเตอร์ออกไปนั่งข้างนอก แต่อยากให้ลองเลือกมุมใหม่ๆ ในการนั่งทำงานที่ไม่ใช่ห้องนอนดูบ้าง เพราะนอกจากห้องนอนจะอุดอู้และอากาศถ่ายเทไม่สะดวกแล้ว เตียงนอนยังมีแรงดึงดูดที่จะทำให้เราเกิดอาการขี้เกียจขึ้นมา ดังนั้นลองหอบหิ้วเอาแลปท็อป สมุด ปากกาสีๆ แฟ้มต่างๆ ไปนั่งที่ห้องรับแขก ห้องอ่านหนังสือ หรือแม้แต่สวนในบ้านก็เป็นทางออกที่ดี เพราะการเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานจะช่วยทำให้สมองของเราโล่งและแล่นเร็วขึ้นด้วย

เครดิตภาพ: medium

4.ทำ To do list

ให้ตั้งเป้าไว้ว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง ด้วยการเขียนเบรกดาวน์เป็นเรื่องๆ ลงในสมุด สิ่งไหนควรทำก่อนหรือหลัง หรือหากใครสะดวกทำเป็นแพลนเนอร์ได้ยิ่งดี เพราะการไล่เรียงว่าวันหนึ่งจะต้องทำอะไรบ้างจะช่วยให้เราเก็บงานสำคัญๆ ได้ครบทุกส่วนและวิธีนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เราทำงานได้สำเร็จตามที่วางไว้ได้เร็วมากยิ่งขึ้น 

เครดิตภาพ: nutrition insight

5.หาอะไรเคี้ยวเล่น

บางครั้งการทำงานจากบ้านอาจก่อให้เกิดความเครียดขึ้นได้ เนื่องจากการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานหรือการประชุมแบบระยะไกลอาจไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นระหว่างนั่งทำงานลองหาอะไรเคี้ยวเล่นเพลินๆ ดู เพราะจากงานวิจัยของประเทศออสเตรเลียพบว่าการเคี้ยวจะช่วยลดอาการเครียดและอาการตื่นตระหนกได้ดี แถมยังช่วยลดอาการง่วงนอนได้อีกด้วย แต่ถ้าใครกลัวน้ำหนักขึ้นจากการเลือกกินขนม ลองเลือกเคี้ยวเป็นหมากฝรั่งหรือผลไม้แทนก็ได้ เพราะน้ำตาลที่ผสมอยู่ในอาหารเหล่านี้ก็จะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานมากขึ้น

เครดิตภาพ: commonsense leadership

6.ตั้งนาฬิกาสำหรับช่วงพักเบรก

ไม่มีใครที่ไหนสามารถนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งได้ตลอดทั้ง 8 ชั่วโมงหรอก ดังนั้นให้ตั้งเวลาไว้ทุกๆ 3 ชั่วโมงแล้วพักเบรกสัก 15 นาที อาจจะออกมายืดเส้นยืดสายเนื้อตัว ลุกไปเข้าห้องน้ำ ฟังเพลงสัก 2-3 เพลง หรือหาอะไรกินเล่นบ้าง จะแอบงีบสักหน่อยเพื่อพักผ่อนสายตาบ้างเพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียหรือสมองเครียดจนเกินไป ซึ่งการพักเบรกเพียงครู่หนึ่งมีประโยชน์ในการช่วยให้เรากลับมาทำงานได้อย่างสดชื่นมากขึ้นนั่นเอง

 

และนี่คือ 6 ทิปส์ง่ายๆ ที่จะช่วยให้การทำงานที่บ้านของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหลักๆ เลยก็คือการทำตัวเราให้เหมือนนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศนั่นแหละ เพียงแต่แค่เปลี่ยนสถานที่มาเป็นที่บ้านเราเท่านั้นแต่คอนเซปต์การทำงานยังคงเดิม แต่ถ้าแฟนโว้กคนไหนมีทิปส์พิเศษอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมก็อย่าลืมมาแชร์ให้ฟังกันบ้างล่ะ