LIFESTYLE

โปรดิวเซอร์ Teddy Park เส้นเลือดผู้หล่อเลี้ยงและเป็นดั่งหัวใจของค่าย YG

เกือบทุกเพลงดังจากค่าย YG มีเขาคนนี้เป็นเบื้องหลังทั้งสิ้น

คงจะไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง Teddy Park เป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ค่าย YG ได้โด่งดังและมีอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน เพราะเบื้องหลังความสำเร็จของเหล่าศิลปินในค่ายส่วนมากแล้วมาจากฝีมือของเขาคนนี้ทั้งสิ้น ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างยาวนานและความสามารถเฉพาะตัวของเขา มีส่วนในการขึ้นรูปวงการฮิปฮอปและค่ายวายจีให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างทุกวันนี้

 

เส้นทางของเท็ดดี้เองก่อนจะมาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงฮิปฮอปอย่าง 1TYM เขาใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นส่วนใหญ่อยู่ที่อเมริกา เขาจึงซึมซับวัฒนธรรมและการทำเพลงมาจากฝั่งตะวันตกค่อนข้างมาก เพลงที่เขาทำมักจะมีกลิ่นอายความเป็น Reggae และ R&B ผสมผสานอยู่ด้วย วงนี้ทำชื่อเสียงอย่างมากและยังได้รับรางวัล Rookie of the Year จากเวที Golden Disc Award มาก่อน และแม้วงจะยุติบทบาทไปในปี 2006 หากบทบาทของเท็ดดี้เองเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเขาก้าวสู่ตำแหน่งใหม่ที่เติบโตขึ้นกว่าเดิม ด้วยการนั่งแท่นเป็นโปรดิวเซอร์กับกำและควบคุมการผลิตเพลงของศิลปินคนดังมากมาย เขาเข้ามามีส่วนร่วมในการทำเพลงให้กับศิลปินเดี่ยวอย่าง Seven และวง Big Bang ในเพลงยอดฮิตอย่าง ‘Fantastic’ ‘Bang Bang Bang’ ‘Loser’ ‘Sober’ ร่วมกับโปรดิวเซอร์มือทองประจำวงอย่าง G-Dragon

ภาพ: Kstar

กระทั่งถึงเวลาที่คนมีของเยอะอย่างเท็ดดี้ได้เวลาควักความสามารถออกมาโชว์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อค่ายทำการเปิดตัววงเกิร์ลกรุ๊ปหญิงวงแรกอย่าง 2NE1 และเท็ดดี้ก็ได้รับโอกาสให้เป็นโปรดิวเซอร์ดูแลเพลงของวงนี้แบบเต็มๆ จนผลักให้ 4 สาวก้าวขึ้นสู่สุดยอดไอดอลหญิงแห่งยุคได้อย่างงดงาม ทั้งเพลงติดหูอย่าง ‘Lonely’ ‘Fire’ ‘I Don’t Care’ ‘I Am the Best’ จนกระทั่งถึงคราวที่วงต้องแยกทางกันไป เดินหน้าเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่าสูงที่สุดในวงการ เพราะการปลุกปั้นหญิงสาวกลุ่มใหม่อย่าง Blackpink ของเท็ดดี้ถือเป็นความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มที่ก้าวสู่ระดับโลกได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเพลงดังอย่าง ‘Whistle’ ‘Boombayah’ ‘As If It's Your Last’ และ 2 เพลงดังอย่าง ‘DUU-DU-DUU-DU’ และ ‘Kill This Love’ ที่โกยแฟนๆ ต่างชาติเข้าด้อมได้อย่างหนักหน่วง รวมไปถึงเหล่าเพลงโซโล่ของสาวๆ ที่เท็ดดี้ก็รับเสียงชื่นชมไปอีกโขเลยทีเดียว  

ภาพ: Kpopmap

หากชื่อเสียงและความสำเร็จของเท็ดดี้มักมาพร้อมกระแสลบเช่นเดียวกัน ในขณะที่แฟนๆ ต่างชื่นชมถึงความสามารถในการทำเพลง แต่อีกหลายคนก็จับตาและจับผิดโปรดิวเซอร์หนุ่มคนนี้พอสมควร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเพลงที่เขาทำซาวนด์ถึงได้ดูคล้ายกันไปหมด แต่ถ้าคุณได้มีโอกาสไปไล่ฟังเพลงที่เท็ดดี้ทำจริงๆ จะพบว่าเขามีความหลากหลายในการจับผสมสไตล์ของเพลงอยู่มาก ในช่วงที่เขาเริ่มต้นทำเพลงร่วมกับเซเว่นและงานโซโล่เดี่ยวของ Taeyang เขาจะใส่ความเป็นอาร์แอนด์บีเข้าไปค่อนข้างเยอะ เพราะทั้งคู่มีเนื้อเสียงที่เหมาะกับจังหวะเนิบช้าและนุ่มนวล ส่วนเวลาทำงานกับบิ๊กแบงค์เพลงจะมีลักษณะเป็นแบบ Electronic Music ที่มีจังหวะหนักๆ รัวเร็วค่อนข้างเยอะ ในขณะที่ดนตรีสไตล์เรกเก้และป๊อปเขาจะใช้มันกับวง 2NE1 ค่อนข้างมาก

ภาพ: AllFamous

เพื่อสลัดคราบที่ใครๆ บอกว่าเขาทำแต่ซาวนด์หนักบีทเร็วๆ แบบฮิปฮอปออกไป เขาเลือกรับงานนอกเพื่อทำเพลงให้กับศิลปินเดี่ยวอย่าง Sunmi ในเพลง ‘Gashina’ ที่ได้รับกระแสไปในทางบวกถึงแนวเพลงที่ค่อนข้างแปลกใหม่ และไม่เหมือนใครด้วยบีทจังหวะกลางและท่อนฮุคที่ติดู ซึ่งถือเป็นการเบรกเพลงในกระแสเคป๊อปทั่วๆ ไปที่ไอดอลส่วนใหญ่ชอบใช้กันได้ค่อนข้างดี และเพลงนี้ยังส่งให้เธอได้รับรางวัล Song of The Year จาก 7th Gaon Chart Music Awards 2018 อีกด้วย นอกจากนี้เท็ดดี้เองยังมีค่าย The Black Label ของตัวเองที่งอกออกมาจากวายจี โดยมีศิลปินในสังกัดอย่าง Jeon Somi ที่ย้ายมาจากค่าย JYP และมีซิงเกิ้ลที่เท็ดดี้ทำให้อย่าง ‘Dumb Dumb’ ขึ้นชาร์ตเพลงไปหลายชาร์ตเลยทีเดียว

ภาพ: AllFamous

ผลงานมากมายเป็นเครื่องการันตีแล้วว่าเท็ดดี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่โปรดิวเซอร์มือทองเท่านั้น แต่ยังเป็นโปรดิวเซอร์คิวทองที่งานล้นมือจนหาเวลาว่างแทบไม่มี เพราะแค่ใช้ชีวิตในฐานะนักทำเพลงให้กับสาวๆ วงแบล็กพิงค์ และศิลปินเดี่ยวอย่างโซมี รวมถึงไอดอลคนอื่นๆ ก็เรียกว่าหัวหมุนมากพอแล้ว แต่เขาก็พูดเสมอว่าเขามีของอีกมากที่รอวันปล่อย เพียงแต่เขาต้องการเวลาคราฟต์มันให้ดีที่สุดเท่านั้น เท็ดดี้จึงถือเป็นหัวใจหลักและเส้นเลือดใหญ่ของค่ายในแบบที่เรียกว่าขาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะถ้าถึงวันที่วายจีทำเขาคนนี้หลุดมือไปเมื่อไหร่ ก็อาจเรียกได้ว่าค่ายจะก้าวเข้าสู่ยุคมืดในทันที