soft power,food,ต้มยำกุ้ง,ซูชิ
LIFESTYLE

7 สุดยอดอาหารที่แฝง ‘Soft Power’ ผ่านวัฒนธรรมการกินที่ทั่วโลกต้องรู้จัก!

'Soft Power' ไม่ได้มีเพียงข้าวเหนียวมะม่วงเท่านั้น เเต่ยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายที่คอยสร้างฐานอำนาจผ่านวัฒนธรรมการกิน

จากโมเมนต์สุดประทับใจบนเวทีคอนเสิร์ตระดับโลกอย่างงาน Coachella ที่แร็ปเปอร์สาวสัญชาติไทยอย่าง MILLI หรือ 'มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล’ ได้นำเอา ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ ขึ้นไปกินโชว์กันถึงบนเวที เรียกเสียงฮือฮาจากชาวต่างชาติได้อย่างมาก จนกระทั่งกระแสของข้าวเหนียวมะม่วงพุ่งขึ้นพร้อมๆ กันหลายประเทศทั่วโลก สู่การตั้งคำถามว่าหรือนี่จะเป็นการสร้าง ‘Soft Power’ ที่ประเทศไทยตามหากันมานาน

แต่หากจะพูดถึง Soft Power แล้ว คงไม่ได้มีเพียงแค่ ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ เท่านั้น แต่หลายๆ ประเทศที่เราต่างคุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฝรั่งเศส หรือประเทศอื่นๆ ต่างก็มีการสร้าง ‘Soft Power’ ผ่านวัฒนธรรมของอาหารการกินกันมาอย่างช้านาน และยังคงฝังรากลึกลงในชีวิตประจำวัน โว้กเลยจะพาไปดูว่าสุดยอดอาหารใดบ้างที่ผ่านการสร้าง Soft Power จนเป็นที่รู้จักกันในระดับโลก

soft power,food,ต้มยำกุ้ง

รูปภาพจาก seonkyounglongest.com

  • ต้มยำกุ้ง

‘ต้มยำกุ้ง’ เมนูต้มยำที่ถูกบันทึกไว้ในตำราทำอาหารของไทยตั้งแต่ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สร้าง Soft Power ให้กับประเทศไทยได้อย่างดีตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยรสชาติที่จัดจ้านของเครื่องแกง ความเปรี้ยว เค็มและหวานที่พอดี ผสมผสานเข้ากับรสมือสุดจัดจ้านที่เหล่าพ่อครัวและแม่ครัวคนไทยรังสรรค์ขึ้นมา ทำให้เป็นเมนูที่รู้จักแทบจะทั่วโลก ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่เมื่อชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทยแล้วเป็นอันต้องสั่งมากินกันให้ได้ รวมไปถึงร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ ‘เมนูต้มยำกุ้ง’ ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของร้าน

soft power,food,กิมจิ

รูปภาพจาก traveltourxp.com

  • กิมจิ

เครื่องเคียงสุดฮิตต้องยกให้คือ ‘กิมจิ’ หรือผักกาดดองเกาหลี เครื่องเคียงที่เริ่มต้นทำตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ในช่วงฤดูหนาวของประเทศเกาหลีที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก ชาวเกาหลีจึงเริ่มนำเอาผักมาดองเค็มและนำไปฝังดินก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวจนเกิดเป็นอาหารขึ้นชื่อจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ถือเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ที่แข็งแกร่งไม่แพ้เมนูอื่นๆ นอกจากจะสามารถรับประทานเป็นเครื่องเคียงแล้ว กิมจิยังถือเป็นเมนูเพื่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากกระบวนการหมักดองทำให้เกิดโพรไบโอติกและแลกโตบาซิลลัสที่ช่วยในระบบขับถ่าย และยังเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ อย่างมากมาย ทั้งยังสามารถนำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ที่หลากหลายและแปลกใหม่ จน ‘กิมจิ’ กลายเป็นที่รู้จักในเวทีระดับโลกเช่นเดียวกัน ปัจจุบันกิมจิมีมากกว่า 100 ชนิดรอให้ทุกคนไปลิ้มรสกันให้หนำใจ

soft power,food,แกงมัสมั่น

รูปภาพจาก taste.com.au

  • แกงมัสมั่น

อีกหนึ่งเมนูสุด Soft Power สัญชาติไทยคือ ‘แกงมัสมั่น’ แรกเริ่มเดิมทีเป็นเมนูแกงที่มาจากอินเดียนิยมนำเนื้อวัวมาเป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์อาหาร ต่อมาถูกระบุให้เป็นหนึ่งในอาหารไทยในรัชสมัยของรัชกาลที่ 2 มีการปรับปรุงรสชาติต่างๆ ให้เหมาะสมกับเครื่องแกงไทยมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนจากเนื้อวัว เป็นเนื้อชนิดใดก็ได้ตามต้องการ กลายเป็นเมนูแกงกะทิที่นักท่องเที่ยวต่างโปรดปรานและอยากลิ้มลองสักครั้งเมื่อเยือนประเทศไทย ด้วยรสชาติพริกแกงที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมด้วยกลิ่นเครื่องเทศสไตล์ไทยที่ทำให้กลายเป็นเมนูอันดับ 1 ของโลกจากการจัดอันดับเมนูอาหารที่ได้รับความนิยมสูงสุดโดย CNN Travel

soft power,food,ช็อกโกแลต

รูปภาพจาก thespruceeats.com

  • ช็อกโกแลต

เมนูของหวานที่พูดถึงแล้วหลายๆ คนคงตาลุกวาวอยู่ไม่น้อยกับ ‘ช็อกโกแลต’ ขนมหวานที่สามารถสร้าง Soft Power ได้อย่างดีเยี่ยม จากประเทศเม็กซิโก ด้วยความหวานปนขม และกลิ่นที่หอมละมุนทำให้เป็นเมนูขวัญใจของผู้คนทั่วโลก นอกจากคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว ‘ช็อกโกแลต’ ยังถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ที่หลากหลายและนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน ในบางเมนูช็อกโกแลตก็จะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

soft power,food,Sushi,ซูชิ,แซลม่อน,ปลาดิบ,วาซาบิ

รูปภาพจาก restaurantclicks.com

  • ซูชิ

เมนูสุดฮอตที่หากินได้แทบทุกประเทศทั่วโลกและคนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี คงต้องพูดถึง ‘ซูชิ’ เมนู Soft Power สัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่าจุดกำเนิดของซูชินั้นมาจากการที่ชาวญี่ปุ่นพบเจอปัญหาในการรักษาวัตถุดิบ เนื่องด้วยปัญหาทางฤดูกาลต่างๆ ทำให้การเก็บรักษาโปรตีนหลักอย่างเนื้อปลานั้นทำได้ยาก จนกระทั่งได้ริเริ่มให้นำเอาข้าวมาหมักกับเนื้อปลา หรือโปรตีนต่างๆ เกิดเป็นกระบวนการ ‘แลกติก’ อันมีแบคทีเรียที่ดีตามธรรมชาติช่วยรักษาให้โปรตีนเหล่านั้นเน่าเสียช้าลง ปัจจุบันซูชิมีให้เลือกรับประทานกันอย่างหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นนิกิริซูชิ, มากิซูชิ, ชิราชิซูชิ, โอชิซูชิ และอินาริซูชิ ซึ่งอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของซูชิคือการที่สามารถนำเอาวัตถุดิบต่างๆ เข้ามาประยุกต์และแต่งแต้มรสชาติของซูชิให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้ ‘ซูชิ’ กลายเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและมีความน่าสนใจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศทั่วโลก

soft power,food,Sushi,พิซซ่า,Italian Pizza

รูปภาพจาก thegentlemansjournal.com

  • พิซซ่า

อีกหนึ่งอาหาร Soft Power ที่มีต้นตำรับจากประเทศอิตาลีอย่างเมนู ‘พิซซ่า’ อาหารฟาสต์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก โดยพิซซ่าอาจจะมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนหากอิงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่ปรากฏอย่างชัดเจนเมื่อปี ค.ศ. 1700 ณ เมืองนาโปลี ชาวเมืองได้ลองทำเมนูใหม่อย่างการนำมะเขือเทศ ใบโหระพา ชีสมอสซาเรลล่า ใบออริกาโน่และปลาแอนโชวี่ มาปรุงรวมกันบนแผ่นแป้งหนา และนำไปอบในเตาฝืนโบราณที่มีความร้อนสูงกว่า 300 องศาเซลเซียส จนเกิดเป็นต้นตำรับของพิซซ่า ที่หลายๆ คนเอามาประยุกต์เข้ากับวัตถุดิบที่ชื่นชอบและกลายมาเป็นพิซซ่าแบบต่างๆ ที่เรารู้จักและรับประทานกันในปัจจุบันนี้

soft power,food,Sushi,ไอศกรีม

รูปภาพจาก visitraleigh.com

  • ไอศกรีม

‘ไอศกรีม’ เมนู Soft Power ที่ถูกปากทุกคนทั่วโลก ว่ากันว่าเป็นเมนูของหวานที่มีมานานก่อนคริสตกาลแต่หลักฐานที่กล่าวถึงที่มาของไอศกรีมนั้นกลับไม่แน่ชัด แต่หลายๆ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ระบุไว้ว่าไอศกรีมเริ่มตั้งแต่สมัยจักวรรดิโรมันที่ 1 เดิมที่เป็นเพียงก้อนหิมะที่ทาสได้ไปขุดมา นำมาราดน้ำผึ้ง เติมผลไม้ลงไป ทำให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับไอศกรีมเชอร์เบตในปัจจุบัน แต่หากพูดถึงไอศกรีมในประเทศไทยแล้ว เป็นเมนูที่เริ่มรู้จักในช่วงสมัยของรัชกาลที่ 5 หลังจากได้เสด็จเยือนอินเดีย, ชวา และสิงคโปร์ รัชกาลที่ 5 ทรงนำของหวานชนิดนี้มาเผยแพร่ต่อให้กับชาวสยามประเทศได้ลิ้มลองกันเป็นครั้งแรก นอกจากไอศกรีมจะเป็นของหวานที่หลายๆ คนชื่นชอบแล้ว ยังถือเป็นอาหารที่มีการสร้างสรรค์มากที่สุดอีกหนึ่งเมนู โดยการเติมวัตถุดิบต่างๆ ลงไป ตั้งแต่ผลไม้ กลิ่น ดอกไม้ ไปจนถึงไขมันแมวน้ำของชาวเอสกิโม ทำให้เมนูไอศกรีมในแต่ละพื้นที่ก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไปทั่วโลก

‘Soft Power’ ไม่ได้เพียงแฝงมากับวัฒนธรรมอาหารเท่านั้น แต่ยังคงแฝงมาในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อบันเทิง ศิลปะ ความคิดความเชื่อ หรือแม้กระทั่งแฟชั่น เครื่องแต่งกายและน้ำหอม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็ถูกนับว่าเป็นตัวกลางในการเพิ่มอำนาจให้กับประเทศผู้ผลิตไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ เรียกได้ว่า ‘Soft Power’ คือกลไกหลักสำคัญอีกประการหนึ่งในการสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือให้แก่ประเทศนั้นๆ บนเวทีระดับโลก

คีย์เวิร์ด: #SoftPower #Food