LIFESTYLE

'เส้นทางสายเกลือ' จุดหมายการท่องเที่ยวใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวร่วมพัฒนาสู่เวทีโลก

ความพิเศษของเส้นทางสายเกลือไม่ใช่แค่การเยี่ยมชมบ่อเกลือภาคอีสาน แต่กำลังทำให้เรามีส่วนร่วมในการพัฒนาเหมืองเกลือไทยสู่ระดับสากล

     “นักท่องเที่ยว” กับ “ผู้มีส่วนร่วมพัฒนา” 2 คำนี้อาจฟังดูไม่ได้สอดคล้องกันอย่างตรงไปตรงมาเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเจาะลึกถึงรายละเอียดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คำอาจกำลังเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวเชิงศึกษาความรู้ได้ก้าวกระโดดไปอีกขั้นของความสำเร็จ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงวัฒนธรรมก็จับมือกันรังสรรค์ทริป “เส้นทางสายเกลือ” ขึ้นมาเพื่อนำเสนอความยอดเยี่ยมอันแปลกตาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความพิเศษด้วยตัวเอง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากลไกการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมปั้นดินเผา ณ ดอนหมูดิน

     เมื่อตะวันเบิกฟ้าเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ มุ่งตรงสู่จังหวัดสกลนครเพื่อเริ่มต้นทริปเส้นทางสายเกลืออันมีสาระสำคัญทั้งเชิงการท่องเที่ยวเพื่อความสวยงามและแอบซ่อนกลไกการพัฒนาชุมชนไปในเวลาเดียวกัน แน่นอนว่าช่วงอินโทรเราจะยังไม่ได้สัมผัสกับเรื่อง “เกลือๆ” แต่เราจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ระหว่างทางที่ชวนหวนคิดถึงทุกครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกินของภาคอีสานที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร งานฝีมือสุดสร้างสรรค์ทั้งเรื่องเครื่องปั้นและการย้อมครามที่ดอนหมูดิน รวมถึงการสัมผัสวิถีชีวิตแสนคึกคักของชาวบ้านท่านวัดเหนือที่ส่งมอบความสุขให้เราจวบจนยามค่ำคืน

ส่องความงามจากธรรมชาติบนผานางเมิน

     “การพัฒนาด้วยการสร้างองค์ความรู้ให้กับนักท่องเที่ยว” การยืนหยัดของวิถีชาวบ้านคือเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกก็จริง แต่ถ้ามองอย่างละเอียดจะเห็นว่าการทำให้ทุกคนได้เห็นมากกว่าแค่ “ความสวยงาม” คือประเด็นหลักที่ทำให้เส้นทางสายเกลือแถบภาคอีสานของประเทศไทยเป็นยิ่งกว่าเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไป การเที่ยวชมวัดพระธาตุเชิงชุมเพื่อสร้างบรรยากาศจรรโลงใจก่อนจะค่อยๆ เดินทางสู่ผานางเมินเพื่อศึกษาทำความเข้าใจภูมิประเทศและล้วงลึกถึงแก่นแท้ในการกำเนิดเกลือ สสารอันเป็นสาระสำคัญของเส้นทางนี้ เปิดนัยน์ตาเชยชมความสวยงามแบบสุดลูกหูลูกหา และเปิดโสตประสาทเพื่อเสพความรู้เพื่อทำความเข้าใจถึงต้นตอทางธรรมชาติจะยิ่งทำให้การท่องเที่ยวเส้นทางนี้กลมกล่อมขึ้น

ควันขโมงล่องลอยจากหม้อต้มเกลือขนาดใหญ่ ณ บ่อหัวแฮด

     ถึงไฮไลต์สำคัญของทริปที่การันตีคำว่า “เส้นทางสายเกลือ” ได้เป็นประจักษ์ชัดเจนที่สุด การนั่งรถเป็นเวลาพักใหญ่มาถึงบ่อหัวแฮดนับเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเฝ้ารอว่าความน่าสนใจของเกลือสินเธาว์ในจังหวัดบึงกาฬนั้นควรค่าแก่เป็นมรดกทั้งเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่คู่ควรแก่การรักษาและนำเสนอสู่สายตาคนไทยทั่วทั้งประเทศ หรือแม้แต่ส่งต่อสู่เวทีโลกแล้วหรือยัง ที่นี่เมื่อมาถึงเราจะเห็นความเรียบง่ายอันแสดงถึงวิถีชีวิตของจริงที่ตรากตรำทำงานและเข้าใจธรรมชาติของการทำเกลือสินเธาว์เป็นอย่างดี ความยอดเยี่ยมคือการได้เห็นวิธีที่พวกเขาสูบน้ำบาดาลใต้ดินขึ้นมาเพื่อต้มสกัดเกลือออกมาเป็นเม็ดสีขาวอันเลอค่าให้เราได้สัมผัสด้วยสายตา กลิ่น และรสชาติแบบสดๆ การมาเยือนครั้งนี้เรายังทำให้ได้รู้อีกว่าเรื่องเกลือๆ ของคนที่นี่ช่างน่าสนใจยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นการถูกด้อยค่าเนื่องจากไม่มีไอโอดีน ทำให้ไม่สามารถถูกระบุสถานะว่าเป็นเกลืออย่างสมบูรณ์ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณค่าทั้งหลายถูกด้อยไปอย่างสิ้นเชิง วาทกรรมไร้ไอโอดีนกำลังจะเปลี่ยนสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดสิ่งหนึ่งบนผืนแผ่นดินอีสานสู่การเป็นสสารเม็ดหยาบสีขาวที่ถูกด้อยค่าจนแทบไม่เหลืออะไรเลย...

สัมผัสการจับปลาแบบวิถีชาวบ้านกลางแม่น้ำสงคราม

     ความสะอาดบริสุทธิ์ที่ไม่ได้กลั่นออกมาเป็นเพียงเกลือ แต่กลั่นแรงอุตสาหะของชาวบ้านออกมาแสดงให้เห็นคุณค่าที่ไม่ควรถูกด้อยไปแม้แต่น้อย วิถีการผลิตเกลือแบบสูบน้ำบาดาลลดสารปนเปื้อนได้มากกว่าเกลือสมุทรเสียอีก จุดนี้ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศการผลิตเกลืออย่างใกล้ชิดแล้วยังได้มุมมองใหม่ในการมองเกลือสินเธาว์ท้องถิ่นของเราให้อยู่ในระดับดีขึ้นอีกด้วย มากไปกว่านั้นตรงบ่อหัวแฮดนี้ยังติดเทียบแม่น้ำสงคราม สร้างบรรยากาศริมสายธารสบายๆ อีกทั้งยังได้ล่องเรือชมบรรยากาศความเป็นอยู่แสนเรียบง่ายในแบบฉบับชาวบ้านพื้นถิ่นอย่างแท้จริง ก่อนตะวันลับฟ้าแสงอ่อนๆ ค่อยๆ ทอดยาวลงบนพื้นที่โต๊ะดินเนอร์สไตล์ Chef’s Table ที่ให้กลิ่นอายความอบอุ่นและส่งสัญญาณบอกว่ามื้ออาหารจากเกลือบ่อหัวแฮดพร้อมเสิร์ฟให้ได้ลิ้มชิมรสกันแล้ว

บรรยากาศโต๊ะอาหารยามหัวค่ำที่แสงไฟส่องทอดยาวไปตามแม่น้ำสงครามอย่างสวยงาม

     คอนเซปต์อาหารผสมเรื่องราวของป่า น้ำ เขา และวิถีอีสานแท้ๆ เข้ากันอย่างลงตัว เพชรล้ำค่าสีขาวที่มีผิวหยาบนิดๆ แต่เมื่อแตะลิ้นจะสัมผัสถึงความเนียนแบบไม่เหมือนที่ไหน อีกทั้งยังปล่อยความเค็มพอดิบพอดีให้คละคลุ้งไปทั่วทั้งปาก เข้ากันได้ดีกับวัตถุดิบพื้นถิ่นที่สะท้อนให้เห็นว่าคุณค่าของเกลือที่นี่ไม่ได้ด้อยกว่าใครอย่างที่ใครเขาว่ากัน การจบค่ำคืนแสนสวยงามทั้งด้านร่างกายและจิตใจค่อยๆ เติมเต็มความรู้สึกประทับใจที่ทำให้เส้นทางสายเกลือพิเศษในระดับติดดาว แน่นอนว่ามันอาจไม่ใช่ทริปหรูหราที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่รับประกันว่ามันเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวที่กำลังพาทุกคนเผชิญกับโลกใบใหม่ที่ไม่เคยก้าวเท้าไปสัมผัสมาก่อน

บรรยากาศ ณ วัดพระธาตุพนมวรวิหาร อันเป็นจุดหมายหลักในการมาเยือนจังหวัดนครพนม

     จากบ่อเกลือขนาดใหญ่สู่การทำเกลือตามวิถีชาวบ้าน ณ บ่อเกลือน้ำบ้าดาลบ้านนาถ่อนที่นี่ทุกคนจะได้สัมผัสการทำเกลือแบบเรียบง่ายลองลงมือตักเกลือ ช้อนเกลือเอง การแปรรูปเพื่อนำไปประกอบอาหาร ทำสปา และอีกหลายอย่าง เส้นทางเกลือนี้ยังจะพาไปสักการะพระธาตุเชิงชุม ชมวิวทิวทัศน์ที่ผานางเมิน ห่มผ้าพระธาตุวัดพระธาตุพนม เยี่ยมชมวิถีชีวิตของกลุ่มชาวบ้านนาถ่อนที่ดึงจุดเด่นของเกลือมาสร้างประโยชน์มากมาย ชมมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น รุกขมรดกที่เป็นต้นจามจุรีอายุกว่า 300 ปีที่วัดจอมศรี และพญาศรีสัตตนาคราชที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับจังหวัดนครพนม พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่าสไตล์โคโลเนียลปิดท้ายทริปที่ชุมชนคุณธรรมบ้านท่าแร่ซึ่งเป็นชุมชนชาวคริสต์

ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่นำเสนอการผสมผสานระหว่างวิถีแบบอีสานแท้ๆ กับการเสิร์ฟชูวัตถุดิบหลักอย่างเกลือสินเธาว์จากบ้านหัวแฮดได้อย่างลงตัว

     อ่านมาถึงจุดนี้หลายคนคงสงสัยว่าการพรรณนาความประทับใจจากทริปเส้นทางสายเกลือนี้มันเชื่อมโยงกับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยตัวนักท่องเที่ยวอย่างไร อย่างที่เราเห็นแล้วว่าทริปนี้มันช่างมอบประสบการณ์แสนพิเศษแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความยอดเยี่ยมตรงนี้ทำให้ผู้คนมุ่งมองหาเส้นทางสายเกลือในประเทศหรือแม้แต่แนะนำให้คนอื่นมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่แบบนี้ด้วยตัวเอง สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้การท่องเที่ยวลัดเลาะเจาะลึกไปตามเส้นทางสายเกลือในละแวกภาคอีสานบ้านเรานี้กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่ใครก็อยากมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต

การต้มเกลือของชาวบ้าน ณ บ่อหัวแฮดที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวไหนๆ

     “จากหัวแฮดและนาถ่อนสู่ซัลซ์บวร์ก สลานิก ปราโฮวา และ วีลีชกา” ความเชื่อมโยงที่ทำให้การท่องเที่ยวไทยก้าวสู่ระดับสากลคือการผูกโยงเรื่องราวของบ่อเกลือไทยเข้ากับบ่อเกลือโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่มุ่งเน้นเรื่องวัฒนธรรมที่ผูกติดกับเส้นทางวิถีการทำอุตสาหกรรมเมือง รวมถึงวิถีเชิงวัฒนธรรมของผู้คนอยู่เสมอ อย่างซัลซ์บวร์กที่ชื่อเมืองก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเกลืออย่างชัดเจน หรือจะเป็นสลานิก ปราโฮวา ในประเทศโรมาเนียที่ขึ้นชื่อว่าเหมืองเกลือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ปิดท้ายด้วยวีลีชกา เหมืองเกลือขนาดยักษ์ที่รายล้อมไปด้วยวัฒนธรรมอันเด่นชัด ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันล้ำค่าของประเทศโปแลนด์ แน่นอนว่าเกลือในประเทศแลนด์ล็อก (ไม่มีทางออกทะเล) จะต้องเป็นเกลือสินเธาว์อย่างแน่นอน และจุดนี้ก็เชื่อมโยงกับแหล่งเกลือแถบภาคอีสานที่มีภูมิประเทศคล้ายคลึงกัน ดังนั้นการผูกโยงความสัมพันธ์ตรงนี้เข้าหากันอาจหมายถึงช่องทางโอกาสในการพัฒนาบ่อหัวแฮดให้สามารถก้าวสู่เวทีโลกโดยมีเหมืองที่มีความสัมพันธ์กันในบริบทของสิ่งแวดล้อมเป็นต้นแบบในการพัฒนา

บรรยากาศการบายศรีสู่ขวัญรับผู้มาเยือนของชาวบ้านท่าวัดเหนือ ซึ่งถือเป็นเสี้ยวหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่จะได้สัมผัสในเส้นทางสายเกลือ

     นักท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ส่งเสริมกันและกันอยู่เสมอ เรื่องนี้ตอบโจทย์ปัญหาว่าทำอย่างไรให้หัวแฮดหรือแม้แต่เหมืองเกลือสินเธาว์ทั่วประเทศไทยได้รับการยอมรับมากขึ้น คุณภาพเกลือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่อย่างที่เราได้สาธยายความน่าสนใจในเชิงวัฒนธรรมภายในเส้นทางสายเกลือของภาคอีสานไปแล้วจะเห็นว่าแท้จริงแล้วเราก็มีจุดเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่ผูกติดกับเกลือไว้อย่างโดดเด่นไม่แพ้ที่ไหนๆ สถานที่ทางศาสนา หมู่บ้านวัฒนธรรม หรือวิถีชาวบ้านเองก็แล้วแต่ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศมาที่แห่งนี้ได้สำเร็จ เฉกเช่นเดียวกันเหล่าเหมืองเกลือยักษ์ใหญ่จากยุโรปก็มีรูปแบบการสร้างวัฒนธรรมที่กลมกลืนเป็นธรรมชาติจนดูน่าสนใจในตัวมันเอง เมื่อนักท่องเที่ยวเสพสมความพิเศษของเกลือ แวะสัมผัสวัฒนธรรมไม่ว่าจะตื้นหรือลึกเพียงใดก็ย่อมขยายเขตแดนการท่องเที่ยวและพัฒนาพื้นที่เส้นทางสายเกลือสำคัญและกว้างขึ้นต่อไปในอนาคต เมื่อเรื่องเกลือไม่ใช่เรื่องเกลือๆ อีกต่อไป เราจะได้เห็นว่าบ่อหัวแฮดก็มีความสำคัญและน่าสนใจไม่แพ้ที่ไหนในโลก มากไปกว่านั้นการพลิกบทบาทจากแค่นักท่องเที่ยวสู่การเป็นนักท่องเที่ยวควบหัวโขนนักพัฒนาควบคู่กันไปจะเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แล้วคุณล่ะพร้อมหรือยังสำหรับการท่องเที่ยวที่พร้อมพัฒนาที่แห่งนี้เพื่อพัฒนาก้าวต่อไปให้เทียบเท่ากับสุดยอดเมืองแห่งเกลือจากยุโรปแล้วหรือยัง...

 

ภาพ: สุดเขต จิ้วพานิช

คีย์เวิร์ด: #VogueTravel