LIFESTYLE

เซเลอร์มูนให้อะไรบ้างกับโลกใบนี้...ตำนานอัศวิน Sailor Moon ต้นแบบของการ์ตูนผู้หญิงที่ปลุกพลังแห่งความเป็นเฟมินิสต์ไปทั่วโลก

การ์ตูนผู้มาก่อนกาล โว้กพาย้อนรอยการ์ตูนผู้หญิงที่โด่งดังตลอดกาลอย่าง Sailor Moon แม่พิมพ์ของการ์ตูนต่อสู้ฉบับผู้หญิงที่จะปลุกพลังความเป็นเฟมินิสต์แบบไม่อาจหลีกเลี่ยง

“ตัวแทนแห่งดวงจันทร์ จะลงทัณฑ์แกเอง” 

ถ้าประโยคนี้คุ้นหูเมื่อไหร่ก็เปรียบได้กับการเผยตัวตนในทันทีเลยว่าคุณคือเด็กยุคปลาย 90 ไปจนถึงต้นยุค 2000 อย่างไม่ต้องสงสัย เด็กยุคมิลเลนเนียลที่เติบโตมากับการดูโปเกม่อน เล่นเกมมาริโอ้โหม่งเห็ด เข้าmsnไปตั้งสเตตัสบ่นเรื่องความรัก และแหกปากร้องเพลง Baby one More Time ของ Britney Spears หากนี่เป็นพาดพิงถึงความเป็นเด็กยุคนั้นแล้วล่ะก็อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ การ์ตูนมังงะตาหวานจากญี่ปุ่นที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ์ตูนเรื่อง Sailor Moon ที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้โดยเฉพาะ

เซเลอร์มูน และอัศวินเซเลอร์คนอื่นๆ / Reel Run Downs

การ์ตูนเซเลอร์มูนก้าวเข้ามาเปิดโลกทัศน์อันแสบแคบให้กับเหล่าผู้หญิง ได้มีโอกาสโลดโผนโจนทะยานสู่จักรวาลแห่งการต่อสู้ที่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีแค่ผู้ชายเพียงฝั่งเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะเรียบร้อย อ่อนหวาน หรือเล่นกระโดดหนังยาง และพ่อแม่ลูก ยังมีเด็กผู้หญิงอีกหลายคนมากที่ชอบเล่นดีดลูกแก้ว ผจญภัยในป่า หรือต่อสู้ฟันดาบกับเด็กผู้ชาย การมาถึงของเซเลอร์มูนจึงเรียกว่าช่วยปลุกพลังความเป็นเฟมินิสต์ในเด็กผู้หญิงแบบที่พวกเธอยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำไป

เซเลอร์มูนคือผลงานการวาดและการแต่งของอาจารย์นาโอโกะ ทาเกอูจิ นักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นผู้แต่งเรื่องเซเลอร์มูนที่มีความยาวจำนวน 18 เล่ม ก่อนจะมีไซด์สตอรี่อื่นๆ ที่แตกไลน์มาจากต้นฉบับอีกมากมาย และแบ่งแยกภาคในอีกหลายเวอร์ชั่นให้แฟนๆ ได้ไล่ตามดูตามอ่านกัน การ์ตูนเรื่องนี้จัดอยู่ในประเภทการ์ตูนตาหวานที่ผสมผสานระหว่างการ์ตูนผู้หญิงโรแมนติกกุ๊กกิ๊กเข้ากับการต่อสู้กับผู้ร้ายในแบบการ์ตูนผู้ชาย หลักไมล์สำคัญที่ซ่อนอยู่ในการ์ตูนเรื่องนี้เลยคือ ‘การมีผู้หญิงเป็นฮีโร่กอบกู้จักรวาล’ โดยมีเหล่าอัศวินเซเลอร์ที่เป็นหญิงสาวเกือบทั้งหมดจากระบบสุริยะ ผนึกกำลังกันต่อสู้กับผู้ร้ายเพื่อพิทักษ์และรักษาความสงบสุขของโลก

‘สึคิโนะ อุซางิ’ หรือ ‘เซเลอร์มูน’ / Pop Max Anime

การลบภาพความจำของหญิงสาวในยุคนั้น

สะท้อนภาพความจริงที่ว่าผู้หญิงเองก็สามารถลุกขึ้นต่อสู้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ชายหนุ่มขี่ม้าขาวมาช่วยเหลือ เราอาจจะทราบกันดีว่าในสังคมของประเทศญี่ปุ่นตอนนั้นยังมีภาพจำของผู้หญิงว่าต้องเรียบร้อย อ่อนหวาน ทำกับข้าวเก่ง และไม่ได้เปิดรับเรื่องผู้หญิงมากเท่าที่ควรเหมือนในปัจจุบัน เนื่องจากส่วนมากแล้วหน้าที่ของผู้หญิงคือการเป็นแม่บ้านและเลี้ยงดูบุตร การที่เซเลอร์มูนถือกำเนิดขึ้นเรียกว่าเป็นการปลดภาพจำเดิมๆ ทิ้งไปแล้วต้อนรับความเป็นผู้หญิงในอีกรูปแบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งเห็นได้จากตัวละครเอกอย่าง ‘สึคิโนะ อุซางิ’ หรือ ‘เซเลอร์มูน’ เองก็ไม่ได้มีนิสัยแบบที่่ค่านิยมในสังคมนึกถึง เพราะเธอเป็นเด็กสาวซุ่มซ่ามที่เรียนไม่เก่ง แถมทำกับข้าวไม่ได้เรื่อง 

อีกสิ่งหนึ่งที่เด่นชัดมาโดยตลอดคือเรื่องของ ‘เพื่อนหญิงพลังหญิง’ การช่วยเหลือกันของกลุ่มสาวๆ ที่ไปมาหาสู่แม้ว่าจะเรียนกันคนละโรงเรียนก็ตาม อย่างที่ตัวละคร ‘ฮิโนะ เร’ หรือ ‘เซเลอร์มาร์ส’ เรียนอยู่ที่โรงเรียนสตรี T.A. ก็ยังให้การช่วยเหลือเต็มที่เมื่อเพื่อนมีภัย และยังร่วมมือกันเผด็จศึกกับฝั่งผู้ร้ายได้อย่างราบคาบ ซึ่งนอกจากอัศวินพิทักษ์โลกจะเป็นเหล่าเซเลอร์ผู้หญิงแล้ว เรื่องนี้ยังเฟมินิสต์ขึ้นไปอีกเมื่ออาจารย์นาโอโกะ ยกให้ตัวละครผู้ร้ายไม่ได้มาในคราบของผู้ชายเท่านั้น แต่ยังมีฝั่งผู้หญิงอีกด้วย ทั้งเซเลอร์กาแล็กเซียในภาคเซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ รวมไปถึงควีนเบริลและควีนเมตาเลียในภาคแรก

‘ไอโนะ มินาโกะ’ หรือ ‘เซเลอร์วีนัส’ กำลังเตรียมตัวขึ้นแสดง / SailorMoon Creep

สนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนไล่ล่าตามความฝัน

นอกจากกอบกู้โลกแล้ว ในขณะเดียวกันเส้นเรื่องก็ยังผสมรวมไปกับความฝันของตัวละครแต่ละตัว เป็นการสนับสนุนทางอ้อมให้ทุกคนมีความฝันและไล่ล่าตามมันอย่างสุดความสามารถ อย่างที่เห็นได้ชัดเลยคือตอนที่ ‘ไอโนะ มินาโกะ’ หรือ ‘เซเลอร์วีนัส’ มีความฝันอันกล้าแกร่งที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นคนในวงการบันเทิงให้ได้ หรือจะเป็นตอนที่ ‘ไคโอ มิจิรุ’ หรือ ‘เซเลอร์เนปจูน’ เองขึ้นแสดงโชว์การเป็นนักไวโอลินมือฉมังให้กับแฟนเพลง ไปจนถึงการเป็นคนมีหน้าที่ที่ต้องสืบสานต่ออย่างตัวละครเซเลอร์มาร์ส กับการรับหน้าที่สืบต่อดูแลศาลเจ้าจากที่บ้าน พร้อมความสามารถในการยิงธนู เห็นได้ชัดว่านอกจากการหยิบยืมพลังจากระบบสุริยะมาใช้แล้ว เมื่ออยู่ในร่างเด็กสาวธรรมดาๆ ผู้แต่งก็ยังสนับสนุนให้พวกเธอมีชีวิต ความฝัน และความเชื่อมั่นในตนเอง โดยปราศจากการใช้พลังพิเศษด้วยซ้ำ 

มิจิรุ และ ฮารุกะ ตัวละคร LGBTQ ในเรื่อง / Animve Feminist

สอดแทรกโลกแห่ง LGBTQ ไว้อย่างแยบคาย

ยิ่งไปกว่านั้นแล้วการ์ตูนเรื่องนี้ยังพาทุกคนเปิดประตูแง้มโลกของ LGBTQ ให้ขยับขยายเป็นวงกว้างขึ้นด้้วย จากการที่ผู้วาดใส่ตัวละครอย่าง ‘เทนโอ ฮารุกะ’ หรือ ‘เซเลอร์ูเรนัส’ สะท้อนภาพของสาวเท่ในกางเกงขายาวและเสื้อสูทที่เป็นคู่รักกันกับมิจิรุ ทั้งคู่เป็นอัศวินเซเลอร์ประจำดาวเคราะห์วงนอกที่เข้ามามีส่วนร่วมในการต่อสู้กับสาวๆ เซเลอร์ประจำดาวเคราะห์วงใน ไปจนถึงกลุ่มเซเลอร์สตาร์ไลต์จากภาคสตาร์ นำทีมโดย ‘เซยะ โค (เซเลอร์สตาร์ไฟท์เตอร์)’ ‘ไทคิ โค (เซเลอร์สตาร์เมคเกอร์)’ และ ‘ยาเทน โค (เซเลอร์สตาร์ฮีลเลอร์)’ ที่มาตามหาองค์หญิงคะคิวบนโลกในคราบของนักร้องวงบอยแบนด์ทรีไลต์ ทั้งสามคนเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีในมาดเท่ๆ แต่เมื่อถึงเวลาแปลงร่างพวกเขาจะกลับคืนสู่ร่างที่แท้จริงคือร่างของผู้หญิงในทันที ซึ่งเห็นได้ชัดจากช่วงขายาวเรียวและรูปร่างอ้อนแอ้นในยูนิฟอร์มที่เป็นขาสั้น เสื้อบิกินี และรองเท้าส้นสูง อาจพูดได้ว่าคนวาดเองต้องการสื่อถึงพลังแห่งความเข้มแข็งที่ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถต่อสู้และพิทักษ์โลกได้เช่นเดียวกัน 

ซากุระ มือปราบไพ่ทาโรต์ / Anime Lover

การ์ตูนผู้มาก่อนกาล

เซเลอร์มูนถือเป็นการ์ตูนคลาสสิกที่ผลักดันให้ตัวละครผู้หญิงได้มีบทบาทก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและผู้กอบกู้โลกบ้าง เรียกว่าเป็นการ์ตูนหญิงผู้มาก่อนกาลเลยทีเดียว เพราะหลังจากนั้นไม่นานเราถึงได้มีโอกาสเห็นการ์ตูนแนวนี้ผุดขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ด ทั้งแม่มดน้อยโดเรมี ซากุระมือปราบไพ่ทาโรต์ พริตตี้เคียวและอีกมากมาย ในขณะที่ฝั่งตะวันตกอย่างชนชาติอเมริกันถึงได้เริ่มมีการ์ตูนอย่างพาวเวอร์พัพเกิร์ล และวิงซ์คลับ หลังจากที่มีแต่ตัวละครชายเป็นบทนำมาโดยตลอด

เซเลอร์มูน ภาคสตาร์ / Moon Princess Unlimited

เหล่าอัศวินเซเลอร์ยังคงเดินหน้ารักษาความสงบสุขของโลกและระบบสุริยะอย่างแข็งขันจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าเด็กในยุคนั้นจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในตอนนี้ไปแล้วก็ตาม เราเชื่อว่ามนต์ขลังและความคลาสสิกของการ์ตูนเซเลอร์มูนยังคงฝังรากอยู่ในความทรงจำของใครหลายคนไม่เสื่อมคลาย เราได้โตขึ้นเป็นเด็กอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส มีจินตนาการ และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ส่วนหนึ่งก็มาจากการดูการ์ตูนเหล่านี้นี่แหละที่ช่วยสร้างพื้นฐานการเป็นมนุษย์ในสังคมที่ดี และยังเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้เราได้ไล่ล่าตามความฝัน และมีแพชชั่นในหัวใจอีกด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกท้อใจ เหน็ดเหนื่อย หรือจะแค่คิดถึงการ์ตูนเซเลอร์มูนก็ได้ เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกเหล่านี้ก่อตัวขึ้นขอให้คุณแค่ร่ายคาถาเท่านั้น พวกเธอก็จะกลับคืนสู่ความทรงจำและเป็นพลังให้กับคุณอีกครั้ง

“มนต์แห่งจันทรา จงสำแดงฤทาธา ณ บัดนี้”

ข้อมูล : The People, Teen Vogue