LIFESTYLE

เจาะเหตุผลสุดแสบที่ทำให้ Regina George หัวหน้าแก๊งพลาสติกเป็นตัวละครที่ไอคอนิกสุดๆ

Why are you so obsessed with me?

แม้ในเรื่องเธอจะไม่ใช่นางเอก และแม้ในเรื่องเธอจะไม่ได้ออกซีนบ่อยกว่า Lindsay Lohan แต่ตัวละคร Regina George ในภาพยนตร์ Mean Girls ที่รับบทโดย Rachel McAdams กลับเป็นที่พูดถึงมากกว่าตัวละครหลักไปเสียได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการถามถึงละครทีนคอมเมดี้ในดวงใจทุกคนต่างยกให้เรื่องนี้มาเป็นอันดับแรกๆ แม้ปัจจุบันจะมีภาพยนตร์แบบเดียวกันเกลื่อน Box Office แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าคาแรกเตอร์ของหัวหน้าแก๊งสาวพลาสติกที่มาพร้อมบุคลิก Bad B*tch ตามแบบฉบับอเมริกันไฮสคูลที่ผมบลอนด์ หุ่นฮอต บ้านรวย และนิสัยเอาแต่ใจ กลับทำให้สาวๆ อย่างเราทั้งรู้สึกหมันไส้ปนชื่นชอบไปในตัว

เรจิน่ากับคอสตูมสุดเซ็กซี่ในปาร์ตี้วันฮาโลวีน

จะเรียกว่าเธอเป็นต้นแบบของหัวหน้าแก๊งควีนบีให้กับภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ก็คงจะไม่ผิดนัก แม้เราจะเห็นตัวละครหลายตัวที่พยายามจะหยิบยืมคาแรกเตอร์ของเรจิน่าขึ้นมาใช้แต่ก็ไม่มีใครเทียบความน่าหมันไส้สุดแสบของเรจิน่าได้ กระทั่งเธอเองยังกลายมาเป็นคาแรกเตอร์สุดไอคอนิกที่แม้แต่ปัจจุบันนี้หลายคนยังยอมรับเลยว่าเป็นตัวละครที่สดใหม่และน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ เหตุผลอะไรที่ทำให้เธอร้ายแสบทรวงแต่คนก็ต้องอิจฉากันขนาดนี้ นี่คือวีรกรรมสุดแสบที่ทำให้ตัวร้ายน่าหมันไส้กลายเป็นตัวละครสุดไอคอนิกจนถึงยุคปัจจุบัน

เรจิน่ากับตำแหน่งควีนบีของโรงเรียนมัธยมปลาย North Shore High School

แสบข้อที่ 1 เธอสวยและรวยมาก ในเรื่องเรจิน่ามาจากครอบครัวร่ำรวยที่มีบ้านใหญ่โตมโหฬาร ต้องบอกว่าเธอโชคดีที่หน้าตาและหุ่นเธอถอดแบบมาลิบูบาร์บี้ ผมทอง หุ่นแซ่บ และแม้ใครหลายคนจะเกลียดเธอเข้ากระดูกดำขนาดไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าสาวๆ วัยรุ่นในช่วงนั้นก็อยากเป็นแบบเธอด้วยกันทั้งสิ้น เพราะนอกจากจะโดดเด่นท่ามกลางผู้คนแล้ว ผู้ชายสุดฮอตทั้งโรงเรียนก็ยังตามเธอต้อยๆ ตลอดอีกด้วย

 

แสบข้อที่ 2 เพราะหน้าตาและฐานะที่แตกต่างจากเด็กมัธยมทั่วไป เรจิน่าจึงถือตนเหนือกว่าคนอื่น และแต่งตั้งตัวเองเป็นควีนบี ให้เหล่า wannabes ทั้งหลายรุมตอมเพื่อให้ตัวเองโดดเด่นกว่าทุกคนเสมอ เธอไม่มีเพื่อนแต่มักจะขนาบข้างด้วย Karen Smith (รับบทโดย Amanda Seyfried) และ Gretchen Wieners (ที่รับบทโดย Lacey Chabert) ที่เธอเห็นทั้งคู่เป็นเพียงลิ่วล้อซ้ายขวามากกว่าเพื่อนจริงๆ และเห็นเคดี้ (รับบทโดยลินด์ซี่ โลฮาน) เป็นเพียงของเล่นใหม่ให้แกล้งมากกว่าพยายามจะทำตัวดีกับเธอ อย่างตอนเรียกเธอว่า Martian ที่แปลว่ายัยบ้านนอก หรือเรียกเธอว่า Loser แทนคำว่าเพื่อน แม้กระทั่งตอนรู้ว่าตัวเองไม่ได้ถูกเชิญให้ไปปาร์ตี้ เธอถึงกับพูดขึ้นมาว่า “ยัยนั่นเป็นใคร ฉันสร้างเธอขึ้นมานะ” ด้วยซ้ำไป

แก๊งพลาสติกในช่วงพักกลางวันระหว่างเรจิน่าเอ่ยปากไล่เพื่อนร่วมโรงเรียนอย่างเจสัน

แสบข้อที่ 3 เธอชอบทำให้คนอื่นรู้สึกพิเศษ แม้มันจะมาจากความไม่จริงใจก็ตาม เพื่อโชว์ความเป็นควีนบีที่ฮอตและเป็นมิตรนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นตอนแรกสุดที่เธอทำให้เคดี้ประทับใจด้วยการออกปากไล่คาแรกเตอร์หนุ่มหน้าหม้ออย่างเจสัน ตอนเอ่ยปากชมสร้อยข้อมือและชักชวนให้เคดี้มาเข้าร่วมแก๊งพลาสติกกับพวกเธอ หรือจะเป็นตอนชมกระโปรงของเพื่อนสาวคนหนึ่งระหว่างพักกลางวันว่าน่ารักมาก ทั้งๆ ที่เธอเห็นว่ามันน่าเกลียดก็ตาม

 

แสบข้อที่ 4 เจ้าวางแผน เรจิน่าเป็นเจ้าแม่ดราม่าตัวบิ๊ก ไล่ตั้งแต่แสดงความเป็นเจ้าของแฟนเก่าของเธอต่อหน้าเคดี้ว่าเขาดูดีเวลาเสยผมไปด้านหลัง หรือจะเป็นตอนเธอวางแผนเอาคืนอย่างเจ็บแสบด้วยวิธีแบบฉบับสาว Bad B*tch อย่างซีนสุดไอคอนิกที่เธอเขียนชื่อตัวเองลงไปใน Burn Book เพื่อป้ายสีใส่ร้ายเคดี้ หรือแม้แต่ตอนกำจัดกิ๊กของแฟนเพื่อนด้วยวิธีร้ายๆ อย่างการโทรไปฟ้องที่บ้านหญิงสาวคนนั้นว่าเธอมาฝากท้องกับทางโรงพยาบาล

เรจิน่าโทรไปจัดการกิ๊กของแฟนเพื่อนโดยอ้างว่ามาจากคลินิกฝากท้อง

แสบข้อสุดท้าย เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางเสมอ ประโยคยอดฮิตที่เธอมักพูดติดปากคือ “Why are you so obsessed with me?” เธอมักเข้าข้างตัวเองตลอดว่าที่ทุกคนอิจฉาและชอบวุ่นวายกับเธอเป็นเพราะพวกเขาหลงรักเธอยังไงล่ะ แม้ข้อนี้จะไม่ใช่ข้อดีเท่าไหร่นัก แต่ถ้าแปลมันไปในทิศทางเชิงบวกก็อาจจะพูดได้ว่ามันคือความมั่นใจที่ไม่ค่อยสนเสียงพูดนินทาของคนอื่นเท่าไหร่ เพราะการฟังคนอื่นมากเกินไปอาจเป็นภัยต่อตัวเอง อย่างความไม่แยแสของเรจิน่าที่แม้จะโดนแกล้งตัดเสื้อเห็นจุกชุดชั้นใน เธอเองก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

 

วีรกรรมแสบทรวงของเธอทำเอาใครๆ ต่างต้องกลัวจนหัวหด หากคาแรกเตอร์นี้กลับพิเศษตรงที่มันไม่ได้มีด้านเดียว เหมือนนิสัยคนปกติทั่วไปนั่นแหละ และที่สำคัญเราได้เห็นตัวละครที่มีพัฒนาการเกิดขึ้น อย่างตอนท้ายของเรื่องเองเราได้เห็นการเติบโตของตัวละครที่เปลี่ยนไป เรจิน่าเลือกที่จะระบายความโกรธ เกลียด อิจฉา ผ่านการเล่นกีฬาแทน นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าคาแรกเตอร์ของคนคนหนึ่งถูกสร้างขึ้นจากสภาพแวดล้อมจริงๆ และนิสัยเสียๆ ก็เป็นกันตอนช่วงหนึ่งของชีวิตเท่านั้น ซึ่งส่วนมากแล้วก็คือช่วงวัยรุ่นนั่นเอง พอก้าวผ่านช่วงนั้นมาได้เราจะมองเหตุการณ์ตอนนั้นเป็นเรื่องตลก เหมือนตอนจบที่ลินด์ซีย์นั่งมองเหล่าน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาและตั้งตัวเป็นแก๊งพลาสติกกลุ่มใหม่นั่นล่ะ

ภาพยนตร์ The Notebook นำแสดงโดย Ryan Gosling และ Rachel McAdams

พูดได้ว่าคาแรกเตอร์ตัวนี้ถูกหลอมขึ้นและเป็นดั่งภาพสะท้อนชีวิตจริงของเด็กวัยรุ่นในช่วงนั้น เพราะโรงเรียนและกลุ่มเพื่อนคือชีวิตทั้งหมดที่เราฝากไว้ เราเชื่อคำพูดเพื่อนมากกว่าคำพูดของพ่อแม่ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมใครๆ ก็อยากเป็นที่ยอมรับ (ทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ) และโดดเด่นแบบสาวเรจิน่าบ้าง แต่แน่นอนว่าทั้งหมดทั้งมวลของคาแรกเตอร์ที่กล่าวมาจะไม่มีเสน่ห์เลย ถ้าไม่ได้นักแสดงมากความสามารถมารับบทเพื่อถ่ายทอดคาแรกเตอร์ ท่าทาง และน้ำเสียง Rachel McAdams เก่งขนาดที่ว่าในปีเดียวกับที่เธอถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอเองก็สลัดคราบสาววัยทีนแล้วกระโดดไปถ่ายภาพยนตร์รักดราม่าเรื่อง The Notebook กับ Ryan Gosling ที่เราเชื่อว่าเป็นภาพยนตร์รักในดวงใจของใครหลายคน และเรียกน้ำตาได้อย่างท่วมท้นเลยทีเดียว

มิวสิควิดีโอเพลง thank u, next ของ Ariana Grande

ตัวละครสุดไอคอนิกนี้ยังส่งอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นดั่งแม่แบบแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์รักวัยรุ่นเรื่องใหม่ๆ ในการสร้างตัวละคร หรือการที่เหล่าศิลปินและเซเลบฯ หยิบเอาตัวละครหรือวลีเด็ดที่เธอชอบพูดไปต่อยอดต่อก็ตาม ทั้ง Mariah Carey กับเพลง “Obsessed” อดีตประธานาธิบดี Barack Obama ที่โพสผ่านทวิตเตอร์ว่า “Stop trying to make fetch happen” รวมไปถึงสาว Ariana Grande กับเพลง thank u, next ก็ตาม

 

นี่คือความสำเร็จและอิทธิพลของตัวละครในฐานะ Bad B*tch ที่คุณต้องหลงรัก สุดท้ายแล้วถ้าบทความนี้คุณไม่เห็นด้วยกับเราที่ว่าเรจิน่านั้นเป็นนางร้ายแสนแสบที่ไอคอนิกสุดๆ จนถึงตอนนี้ งั้นเราก็ขอโทษด้วยเพราะ You can’t sit with us!

ข้อมูล : Vogue, Tomato Rotten