LIFESTYLE

สำรวจ 8 ข้อเท็จจริงเบื้องหลังมหากาพย์ซีรีส์ Peaky Blinders ก่อนซีซั่นสุดท้ายจะมาถึง

อุ่นเครื่องรอการกลับมาของซีรีส์ดังยอดฮิตอย่าง Peaky Blinders ก่อนที่ซีซั่น 6 ซีซั่นสุดท้ายจะลงจอในอีกไม่ช้า

หลังแฟนซีรีส์ได้รับข่าวร้ายจากต้นสังกัดว่า Helen Mccrorey หนึ่งในนักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง Peaky Blinders เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมเมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมา ก็ทำเอาใครหลายคนคาดคะเนกันไปยกใหญ่ว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินไปในทิศทางไหน เพราะตัวละคร Polly Gray ที่เฮเลนแสดงนั้นมีบทบาทและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในเรื่องค่อนข้างมากเลยทีเดียว

 

หากใครไม่รู้จักเรื่องนี้เราจะขอเล่าคร่าวๆ ก่อนว่า Peaky Blinders เป็นซีรีส์ยอดฮิตที่ดำเนินมาแล้วกว่า 5 ซีซั่น กำกับโดย Steven Knight ที่เล่าเรื่องราวของแก๊งค์ชื่อเดียวกันกับเรื่องภายในเมือง Birmingham ที่พยายามจะไต่เต้าเป็นผู้มีอิทธิพลในวงกว้าง โดยมีหัวหน้าแก๊งค์ Tommy Shelby ผู้เป็นมันสมองคอยงัดเล่ห์เหลี่ยมออกมาใช้อย่างแพรวพราวในการควบคุมถิ่นและกิจการ สมทบด้วยพี่น้องสกุลเชลบี้อย่าง Arther, John, Ada, Finn และคุณป้าสุดแสบ Polly Gray ที่ช่วยกันดูแลกิจการการแข่งม้าให้เติบโตก้าวหน้า หากก่อนที่จะตามไปคาดเดาตอนจบของซีซั่นสุดท้ายที่ใกล้จะลงจอเต็มแก่ บทความนี้ขอพาย้อนไปสำรวจข้อเท็จจริงของซีรีส์เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องรอการกลับมาในอีกไม่ช้านี้กันก่อน

สามพี่น้อง Arther, John และ Tommy ผู้คุมแก๊งค์ Peaky Blinders / Pinterest

Based on a True Story

Peaky Blinders เป็นซีรีส์ที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงในสมัยอังกฤษช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สตีเว่นได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าของแก๊งค์นี้จากผู้เป็นพ่อ เขาจึงเริ่มต้นเสาะหาข้อมูลและรวบรวมหลักฐานภาพมากมาย เพื่อใช้อ้างอิงและถ่ายทอดออกมาเป็นซีรีส์เรื่องดัง โดยแก๊งค์นี้เป็นแก๊งค์จริงที่อาศัยอยู่ในเมืองเบอร์มิงแฮม ชื่อแก๊งค์ถูกตั้งมาจากพฤติกรรมที่พวกเขาชอบซ่อนใบมีดโกนไว้ใต้ปีกหมวกเพื่อใช้ในการต่อสู้ (หรือหาเรื่อง) ซึ่งหมวกนี้ถือเป็นหนึ่งในยูนิฟอร์มของเหล่าชนชั้นแรงงานสมัยนั้นในประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์ ในขณะที่เมืองอื่นๆ ในยุคนั้นอย่าง Glasgow ของสกอตแลนด์เองก็มีการซ่อนใบมีดโกนไว้ตามปกเสื้อ เมื่อเวลาที่เหล่าอันธพาลเข้ามาหาเรื่องด้วยการฉวยปกคอเสื้อขึ้นมาก็จะโดนมีดโกนบาดเข้าให้

 

Nail the Accent

แม้พื้นหลังของซีรีส์เรื่องนี้จะอยู่ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ หากรู้หรือไม่ว่านักแสดงทุกคนในเรื่องไม่มีใครมาจากเบอร์มิงแฮมเลยยกเว้นเพียงคนเดียว Harry Kirton ผู้รับบทเป็น Finn Shelby ที่โผล่มาในซีซั่นที่ 2 เป็นต้นไป ดังนั้นการเลียนสำเนียง Brummie ตามฉบับคนพื้นถิ่นจึงถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ท้าทายเช่นกัน ผู้กำกับอย่างสตีเว่นที่เป็นคนเบอร์มิงแฮมเองยังออกปากชื่นชมนักแสดงของเขาในปี 2014 กับแหล่งข่าว the Birmingham Mail ด้วยซ้ำว่าพวกเขาสามารถ Nail สำเนียงได้อย่างเป็นธรรมชาติสุดๆ “มันมีหลายอย่างที่เราทำไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม ด้วยสำเนียง มันเป็นสำเนียงที่จะพูดให้เข้าปากยากมาก ยากยิ่งกว่า Geordie (สำเนียงพื้นถิ่นจากเมือง Newcastle และ Tyneside) คนในเบอร์มิงแฮมควรภูมิใจนะ เพราะพวกเขาทำมันได้ดีมาก” 

สองพี่น้อง Shelby และทรงผมตัดสั้นภายในเรื่อง / Mancity

Prime Location

อย่างที่กล่าวไปว่าพื้นหลังของเรื่องเกือบทั้งหมดเกิดภายในเมืองเบอร์มิงแฮม หากเอาเข้าจริงในการถ่ายทำกลับต้องยกกองไปถ่ายที่เมือง Liverpool และ Manchester รวมถึงเขต Merseyside Area ในอังกฤษแทน และแน่นอนว่าซีรีส์เรื่องนี้โด่งดังถึงขนาดที่ว่าภายในเมืองนั้นๆ มีการออกทัวร์รถบัสที่จะพาเหล่าแฟนๆ และนักท่องเที่ยวตามไปเยี่ยมชมสถานที่ที่ถูกใช้ถ่ายทำจริงๆ อีกด้วย

 

The Hair Cut

ความหนักใจที่สุดในการรับเล่นซีรีส์เรื่องนี้ นักแสดงหนุ่มๆ ทุกคนออกปากว่ายกให้กับทรงผมตัดสั้นในยุคนั้นอย่างเสียไม่ได้ โดยเฉพาะ Cillian Murphy และ Paul Anderson นักแสดงนำของเรื่องที่เกลียดมันมากเป็นพิเศษ ถึงขนาดว่า Laura Schiavo นักออกแบบทรงผมและแต่งหน้าในเรื่องต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะโน้มน้าวให้พวกเขาตัดผมได้สำเร็จ โดยผมทรงนี้ลอร่าเล่าว่าเป็นทรงผมตัดสั้นอันเดอร์คัตแบบนายทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่จะไว้ผมช่วงบนและโกนเกลี้ยงในช่วงล่าง อีกเหตุผลหนึ่งมาจากการที่ยุคนั้นเองผู้คนส่วนมากประสบปัญหาโรคเหาที่ศีรษะกันค่อนข้างมาก การตัดสั้นก็เพื่อเรื่องของสุขอนามัยด้วยเช่นกัน

Tommy Shelby และนิสัยการสูบบุหรี่ / The Independent

Hi-end Fan Club 

Peaky Blinders เป็นอีกหนึ่งซีรีส์จากช่อง BBC ที่มีคุณภาพและโด่งดังมาก ตัวซีรีส์มีแฟนๆ ติดตามจำนวนมากมายตั้งแต่ผู้กำกับอย่าง Michael Mann ที่ส่งอีเมล์มาหาสตีเว่นว่าตัวเขาและภรรยาดูซีซั่น 1 และ 2 ในเวลาเพียงไม่ถึงอาทิตย์ หรือจะเป็นนักเขียนอย่าง Dennis Lehane ผู้แต่งเรื่อง Mystic River และ Shutter Island รวมไปถึงนักร้องคนดังอย่างแร๊ปเปอร์ Snoop Dogg ที่ช่วนสตีเว่นมาในงานเลี้ยงเพื่อเล่าถึงความชื่นชอบของแก๊งค์เหล่านี้ตอนเขายังเป็นเด็ก ไปจนถึงนักร้องในตำนานอย่าง David Bowie ที่ส่งรูปถ่ายตัวเองสวมหมวกที่มีใบมีดโกนซ่อนอยู่ไปให้กับนักแสดงคิลเลี่ยนได้ชม และตัวเขาเองยังตกลงกับทีมงานพร้อมยินดีที่จะให้ใช้เพลงของเขาเป็นหนึ่งในเพลงพื้นหลังในซีรีส์ แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตก่อนที่จะมีโอกาสได้ยินมันก็ตาม

 

Smoke All Day

วิสกี้และบุหรี่ถือเป็นอาหารมื้อหลักของเหล่าตัวละครภายในซีรีส์ ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย ทุกคนสูบจัดและดื่มเก่งอย่างไม่สนเวลาเช้าหรือเย็นจนเป็นกิจวัตร ซึ่งคนที่สูบมากเป็นพิเศษนอกจากพอลลี่แล้วต้องยกให้กับหัวหน้าแก๊งค์อย่างทอมมี่ เพราะไม่ว่าฉากไหนก็ตามเราจะได้เห็นเขาคีบบุหรี่อยู่ในมือเสมอๆ ในขณะที่คนรับบทอย่างคิลเลี่ยนเองตัวจริงเขาไม่ได้สูบบุหรี่แต่อย่างใด การเข้าฉากในการถ่ายทำทางทีมอุปกรณ์จึงต้องเตรียมบุหรี่ปลอมที่ี่มีกลิ่นกุหลาบและสมุนไพรซึ่งดีต่อสุขภาพมาใช้แทน ตัวละครทอมมี่สูบบุหรี่จัดมากถึงขนาดคิลเลี่ยนที่เป็นนักแสดงต้องออกปากให้ทีมงานช่วยนับว่าเขาสูบมันไปเยอะมากขนาดไหน จนเป็นที่สรุปได้ว่าในแต่ละซีซั่นทอมมี่ เชลบี้ สูบบุหรี่ไปมากถึง 3,000 มวนเลยทีเดียว

Tommy Shelby และ Grace / Screenrant

The Love of His Life

สำหรับตัวละครเอกที่ตายไปอย่างน่าเสียดายคือ Grace Shelby ที่ถูกยิงในระหว่างงานเลี้ยงการกุศลในช่วงต้นซีซั่นที่ 3 สร้างความงุนงงและคาดไม่ถึงให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมาก หลายคนออกมาวิจารณ์อย่างหนักว่าดูเป็นการ Kill Off ตัวละครที่ง่ายและรวดเร็วเกินไปหรือเปล่า เนื่องจากพระนางคู่นี้เพิ่งสมหวังกันไปได้ไม่นานเท่าไหร่ แถมใครๆ ก็รู้ว่าพระเอกอย่างทอมมี่รักในตัวเกรซมากขนาดไหน หากมันมีเบื้องลึกเบื้องหลังยิ่งกว่านั้น เหตุทั้งหมดเกิดเพราะผู้กำกับสตีเว่นออกมายืนยันว่าที่ต้องพรากคนรักของทอมมี่ไปก็เพราะว่า ตัวละครทอมมี่หัวหน้าแก๊งค์นั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะมีความสุข เขาต้องเจ็บปวดจากการจากไปของคนที่เขารัก เพื่อให้เขาเลือกเดินดุ่มสู่หนทางที่สูงขึ้นและอันตรายขึ้นนั่นเอง 

 

The Death of John

อีกหนึ่งการตายของตัวละครที่เศร้าที่สุดของเรื่องคือ John Shelby ในต้นซีซั่นที่ 4 ด้วยจอห์นเป็นเบี้ยตัวสำคัญที่ลงแรงอย่างเต็มที่ในการสร้างรากฐานแก๊งค์ให้แข็งแกร่ง แล้วทำไมผู้กำกับถึงตัดเขาออกจากเรื่องอย่างง่ายดายขนาดนี้ หากเบื้องหลังอยู่ที่ตัว Joe Cole ผู้ที่รับบทจอห์นออกมาเผยว่าตัวเขามีโปรเจกต์อื่นๆ ที่กำลังถ่ายทำและจะเริ่มถ่ายทำ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะถอนตัวออกมา ทั้งนี้เขายังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมผ่าน Independent ในปี 2019 ด้วยว่า “ผมไม่อยากเป็นแค่ชายคนนั้นที่เล่น Peaky Blinders หรอกนะ ที่สำคัญซีรีส์เรื่องนี้มันเป็นโชว์ของ Cillian Murphy มากกว่า” โจพูดทำนองว่าตัวเขาเองไม่ได้มีโอกาสในการเปล่งประกายมากเท่าที่ควรเมื่อได้รับบทบาทเป็นเพียงนักแสดงสมทบภายในเรื่อง เขาจึงคิดว่าการถอนตัวเพื่อให้ตัวเองได้รับโอกาสอื่นๆ อาจทำให้เขาหลุดภาพจำจากตัวละครได้ไวขึ้น

ข้อมูล : ScreenRant, RepublicWorld