LIFESTYLE

เด็กเปลือยบนปกอัลบั้มดังฟ้องวง Nirvana เกี่ยวกับประเด็นการขูดรีดทางเพศต่อเด็กด้วยภาพอนาจาร

แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง 30 ปี แต่ Spencer Elden เด็กในภาพดังกล่าวกับรู้สึกถึงความทรงจำยอดแย่จนทำให้เขาตัดสินใจฟ้องร้องในตอนนี้

     โลกของดนตรีเป็นโลกที่เต็มไปด้วยการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านบรรเลงสร้างเสียงรูปแบบต่างๆ ให้มาผสมผสานรวมกันจนเกิดเป็นงานศิลปะ แน่นอนการองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เหล่าศิลปินประสบความสำเร็จนั้นคือเพลงและเนื้อหาของเพลง รวมถึงดนตรีที่พร้อมยกระดับให้มนุษย์เสพสมกับความบันเทิงผ่านโสตประสาทได้อย่างเต็มที่ อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญคือภาพ การจะนำเสนอให้ผู้คนจดจำอัลบั้มและศิลปินได้โดยเฉพาะยุคก่อนคือปกอัลบั้ม วงในตำนานหลายวงก็มีปกอัลบั้มสุดอมตะเป็นของตัวเองทั้งสิ้น ทว่าตอนนี้มีวงดนตรีวงหนึ่งที่กำลังเผชิญกับการฟ้องร้องครั้งใหม่ที่อาจจะต้องต่อสู้กันอย่างยืดเยื้อในอนาคต

ภาพปกบนแผ่นเสียงอัลบั้ม Nevermind ของวง Nirvana / ภาพ: Amazon

     Nirvana คือสุดยอดวงดนตรีที่มีชื่อเสียงทั่วโลก Kurt Cobain คืออัจฉริยะผู้สามารถรังสรรค์ความพิเศษให้กับป๊อปคัลเจอร์ในโลกยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี วิธีคิดที่ติดความขบถประกอบกับความสร้างสรรค์เชิงศิลปะทำให้เนอร์วาน่าโดดเด่นเป็นศิลปินชั้นนำได้ไม่ยาก แต่แล้วภาพอัลบั้ม “Nevermind” จากปี 1991 กำลังจะกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทางค่ายและสมาชิกวงต้องหนักใจอย่างมาก เพราะเด็กว่ายน้ำที่ทุกคนคุ้นตากันเป็นอย่างดี วันนี้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่และหันมาฟ้องทางวงเกี่ยวกับประเด็นนี้แม้อัลบั้มดังกล่าวเริ่มวางแผงครั้งแรกตั้งแต่ 3 ทศวรรษก่อน

Spencer Elden พร้อมภาพของเขาในวัยเด็กบนปกอัลบั้ม Nevermind / ภาพ: The New York Times

     Spencer Elden เด็กน้อยในภาพมองว่าทางวงเนอร์วาน่ายังคงได้รับผลประโยชน์จาก “การขูดรีดทางเพศเพื่อการค้า” แม้เวลาจะมาผ่านมาร่วม 30 ปี และเขามองว่าเขาเป็นเหยื่อของการนำเสนอภาพอนาจารของเด็กโดยที่ตัวเขาไม่ได้ยินยอมแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แห่งวงการดนตรี ด้วยไฟอันร้อนระอุในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิของเด็กที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในยุคนี้ยิ่งทำให้คดีการฟ้องร้องนี้จะกลายเป็นคดีตัวอย่างเพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีในรูปแบบคล้ายกันต่อไป เพราะนี่คือเนอร์วาน่าวงดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับตำนาน

หน้าแรกของเอกสารยื่นฟ้องของ Spencer Elden / ภาพ: MARSH LAW FIRM

     สเปนเซอร์งัดไม้แข็งมาต่อสู้ในคดีนี้ด้วยเอกสารยื่นฟ้องกว่า 35 หน้า ประกอบด้วยเนื้อหาการกระทำผิด ความจงใจ ผลประโยชน์ที่ทางวงและค่ายได้รับ รวมถึงความต้องการให้ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งหมดกว่า 185 ข้อ เรียบเรียงโดย MARSH LAW FIRM และเซ็นรับรองโดยสเปนเซอร์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2021 ณ กรุงนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียกว่าการฟ้องร้องครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกล่าวหากันทั่วไป แต่มันจะกลายเป็นคดีใหญ่ระดับโลกและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นสุดละเอียดอ่อนนี้มากขึ้นแน่นอน

Robert Fisher ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของวง Nirvana ที่ตอนนี้กลายเป็นจำเลยอีกหนึ่งคนในคดีนี้ / ภาพ: Now Playing Network

     ใจความสำคัญที่สุดของเอกสารฟ้องร้องฉบับนี้คือที่สเปนเซอร์กล่าวว่า “จำเลยจงใจผลิต ครอบครอง และโฆษณาภาพอนาจารเด็กเชิงพาณิชย์ที่สื่อถึงสเปนเซอร์ และพวกเขารู้ดีว่าได้จะรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการทำเช่นนั้น” และยังเสริมด้วยข้อกล่าวหาอันหนักแน่นว่า “แม้จะมีความรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่จำเลยก็ล้มเหลวในการดำเนินการตามสมควรเพื่อปกป้องสเปนเซอร์ และป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในวงกว้างและการค้ามนุษย์ด้วยภาพถ่าย” และที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งคือเขามุ่งประเด็นหลายจุดไปที่เคิร์ตผู้เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1994 ว่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้อย่างแท้จริง พร้อมได้รับเครดิตว่าสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นนี้ร่วมกับ Robert Fisher

ภาพของวง Nirvana ในปี 1991 / ภาพ: The Telegraph

     ประเด็นเรื่องเคิร์ตถือว่าละเอียดอ่อนมาก เพราะหลายคนมองภาพเด็กคนนี้กำลังคว้าธนบัตรดอลลาร์ใต้น้ำว่าเป็นผลงานศิลปะบนอัลบั้มที่ทำทุกคนตราตรึง แต่ในมุมมองของสเปนเซอร์มองต่างออกไป เพราะเขาคิดว่าการกระทำของเด็กในภาพนั้นเคิร์ตกำกับและเลือกช็อตเพื่อนำเสนอมุมมองที่ “เด็กเปลือย” ไล่คว้าเงินราวกับเป็นผู้ขายบริการทางเพศหรือได้รับเงินจากการทำงานเกี่ยวกับความอนาจาร ถือว่าเรื่องนี้ซับซ้อนมากเพราะสเปนเซอร์ยื่นฟ้องในปี 2021 ที่กระแสเกี่ยวกับสิทธิเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความคาบเกี่ยวเรื่องความอนาจารกำลังเปลี่ยนผันสู่หนทางในการปกป้องเด็กอย่างเต็มที่ ในขณะที่บริบทเมื่อปี 1991 เหตุการณ์นี้กลายเป็นงานศิลปะที่หลายคนชื่นชม ซึ่งเวลา 30 ปีสังคมย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เรื่องนี้จึงต้องมาพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนอีกที เพราะปัจจัยไม่ได้มีแค่การกระทำผิดซึ่งหน้าเท่านั้น แต่ยังมีมูลเหตุ เจตนา และช่วงเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

Kirk Weddle ช่างภาพผู้ถ่ายภาพสุดโด่งดังบนปกอัลบั้ม Nevermind / ภาพ: Amateur Photographer

     สเปนเซอร์เรียกร้องเงินค่าเสียหายอย่างน้อย 150,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราวๆ 4,900,000 บาท จากจำเลย 15 คน ประกอบด้วยสมาชิกวงเนอร์วาน่ารวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลิตและกระจายอัลบั้มนี้ออกสู่ตลาด จากเหตุการณ์เด็กน้อยวัย 4 ขวบที่ Kirk Weddle ถ่ายเพื่อขึ้นปกอัลบั้มสุดโด่งดังของเนอร์วาน่า วันนี้เหมือนเรื่องที่คาดไม่ถึงจะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งประเด็นเมื่อครั้งที่ภาพออกมาครั้งแรก คำวิจารณ์ไม่ได้มุ่งไปที่เรื่องสิทธิเด็กมากนัก แต่พูดถึงความอนาจารที่ทางวง (อาจ)จงใจเผยอวัยวะเพศของเด็กบนปกอัลบั้มดังกล่าว

Spencer Elden ขณะกำลังผลิตซ้ำปกอัลบั้ม Nevermind โดยเขาสวมกางเกงเพื่อปกปิดของลับไว้ / ภาพ: @JohnChapple

     แท้จริงแล้วสเปนเซอร์ไม่ได้เพิ่งรู้สึกเชิงลบกับปกอัลบั้มในปี 2021 และเริ่มฟ้องทันทีแต่อย่างใด เพราะเขาเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนิตยสารจีคิวอเมริกาปี 2016 ที่เขากล่าวถึงภาพบนปกอัลบั้มนั้นด้วยคำว่า “F*CKED UP” พอโตขึ้นมาเขาก็คิดอยู่เสมอว่าภาพนั้นมันแสดงให้เห็นส่วนลับของร่างกายอย่างเปิดเผย และถ้าเขาไม่โอเคกับการที่มันถูกนำเสนอต่อหน้าทุกคนจะเป็นอย่างไร พร้อมตอกย้ำกับความไร้เดียงสาของเด็กว่า “ตอนนั้นผมไม่มีทางเลือก”

ภาพข่าวการจับกุมหญิงผู้บงการการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์จากเด็กในประเทศฟิลิปปินส์ / ภาพ: International Justice Mission

     เรื่องนี้ต้องอธิบายผ่านมุมมองแนวคิด Commercial Sexual Exploitation of Children (CSEC) หรือการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์จากเด็ก คือเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การตกลงปลงใจของผู้ทำการค้ากับเด็กเท่านั้น เพราะเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะทำให้ไม่สามารถตกลงทำสัญญาเพื่อแลกบางอย่างกับเงินได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อมีการใช้ภาพหรือทรัพยากรจากเด็กเพื่อผลประโยชน์บางอย่างโดยเด็กคนนั้นได้รับความเสียหายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการยอมรับหรือความอึดอัดในสังคม ทั้งหมดล้วนสามารถพิจารณาเข้าข่ายกับเรื่องนี้ได้เสมอ และเหมือนว่าในการฟ้องร้องของสเปนเซอร์ครั้งนี้จะเข้าข่ายเรื่องนี้อยู่มากเลยทีเดียว

การบุกจับกุมผู้บงการการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์จากเด็กที่นำเสนอเนื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์ / ภาพ: International Justice Mission

     แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีอะไรยืนยันความชัดเจนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ตามหลักการจะเข้าข่ายมากพอสมควร ในอีกมุมหนึ่งเนอร์วาน่าไม่ได้มีเจตนาต้องการสื่อไปในทางลามกหรือขายภาพนั้นเพื่อความใคร่แต่อย่างใด ทว่าเมื่อมันแพร่กระจายไปสู่วงกว้างระดับโลกก็ไม่ได้การันตีว่าภาพของสเปนเซอร์บนปกดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น ดังนั้นเนอร์วาน่าไม่สามารถควบคุมปัจจัยตรงนี้ได้เช่นกัน ซึ่งมันอาจทำให้พวกเขาตกที่นั่งลำบากจากคดีได้ไม่น้อย เพราะปัจจุบันยังมีประเด็นเดียวกันที่ลงรายละเอียดปลีกย่อยไปถึงการเผยแพร่ภาพในโลกออนไลน์ด้วย กลายเป็นว่าทุกคนรู้จักสเปนเซอร์ผ่านภาพนี้ในวงกว้างกว่าเดิม และมันจะปรากฏเป็นภาพจำต่อไปไม่มีวันหายไปอย่างแน่นอน

Gigi Hadid ลงภาพ Khai โดยไม่เคยเผยให้เห็นใบหน้าแม้แต่นิดเดียว / ภาพ: @gigihadid

     สุดท้ายคือเรื่องสิทธิเด็ก ในปัจจุบันเราจะเห็นเซเลบริตี้หลายคนที่ปกป้องสิทธิเด็กอย่างเต็มที่ ยกตัวอย่างเช่น Gigi Hadid ที่ไม่ยอมให้ภาพใบหน้าลูกของเธอหลุดไปสู่โลกออนไลน์เด็ดขาด ลูกของดาราดังหลายคนก็ดำเนินชีวิตเหมือนคนธรรมดาโดยไม่ต้องการความสนใจว่าพวกเขาเป็นลูกคนดังระดับโลกแต่อย่างใด ทว่าเรื่องนี้เด็กไม่ได้เลือกเองได้ทั้งหมด ผู้ใหญ่เองต้องเป็นคนคอยกำกับดูแลอย่างจริงจังมากกว่า ดังนั้นการที่ผู้ใหญ่(เนอร์วาน่า)แสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก(สเปนเซอร์)แม้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเพศหรือความอนาจาร ถือเป็นเรื่องการละเลยต่อสิทธิของเด็กไปโดยปริยาย ต้องติดตามกันต่อไปว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไร และคำตัดสินจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คดีต่อๆ ไปเช่นไร มากไปกว่านั้นเราจะได้ทราบกันว่าการตัดสินคดีความที่มีมุมมองและความตระหนักรู้ต่างกันนานนับ 30 ปีนั้นสร้างความแตกต่างอะไรในคดีนี้ได้หรือไม่ ติดตามมหากาพย์นี้ได้ต่อไปเร็วๆ นี้

 

ข้อมูล:

nytimes.com

theguardian.com

abc.net.au

cnn.com

huffpost.com

คีย์เวิร์ด: #Nirvana