LIFESTYLE

ภาพยนตร์โปแลนด์ทำลายกรอบแนวคิดเดิมๆ พร้อมขึ้นเป็นเต็งออสการ์ตามรอย Parasite และ Roma

ไม่แน่ชื่อเรื่องว่า 'Never Gonna Snow Again' อาจบอกเป็นนัยๆ ว่าเราอาจจะไม่ได้เห็นภาพยนตร์แบบนี้อีกแล้วหลังจากเรื่องนี้

     ภาพยนตร์โปแลนด์กำลังจะก้าวเดินตามภาพยนตร์ต่างประเทศ(นอกอเมริกา)ที่มีบทบาทสำคัญในวงการภาพยนต์โลกในปัจจุบัน ล่าสุด Malgorzata Szumowska ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “Never Gonna Snow Again” ภาพยนตร์สัญชาติโปแลนด์ที่กำลังถูกพูดถึงมากในกลุ่มนักวิจารณ์ โดยเรื่องนี้เคยเข้าที่เทศกาลหนังเมืองเวนิสและได้รับผลตอบดีอย่างล้นหลาม ถึงขนาด Rotten Tomatoes หรือเว็บไซต์มะเขือเน่าชื่อเล่นที่หลายคนรู้จักมีนักวิจารณ์มาประเมินเห็นพ้องกันหมดและให้คะแนนที่ 100 คะแนนเต็ม

Malgorzata Szumowska ผู้กำกับหญิงจากเรื่อง Never Gonna Snow Again ผู้สร้างสรรค์ผลงานอันประทับใจนักวิจารณ์ / ภาพ: Be2Can

     ปรากฏการณ์อะไรทำให้ภาพยนตร์สัญชาติโปแลนด์กลายเป็นประเด็นให้เราพูดถึงกันแม้จะออกฉายรอบพรีเมียร์มาแล้ว สิ่งสำคัญคือภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกมองเป็นตัวเต็งของสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมของเวทีออสการ์ปีนี้เลยก็ว่าได้ หลังจาก Roma และ Parasite เคยเรียกเสียงฮือฮาอย่างมากมายได้ก่อนหน้านี้ Never Gonna Snow Again นั้นถือเป็นความตั้งใจเริ่มแรกของผู้กำกับเลยว่าจะทำภาพยนตร์เพื่อชิงรางวัล ทุกอย่างถูกคิดซับคิดซ้อนจนภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่ามีการเลเยอร์ได้ซับซ้อนแต่ค่อยๆ เล่าออกมาอย่างแนบเนียน

ภาพส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ Never Gonna Snow Again

     “เรากำลังเสี่ยงในวิถีสวนกระแสการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา” มัลกอร์ซาตาเปรียบเปรยอารมณ์งานกำกับของต้นเองเข้ากับภาพยนตร์ในวงการ ภาพยนตร์ปกติจะตั้งต้นจากเหตุและผลจนค่อยๆ สร้างความล้ำลึกจนคว้านถึงแก่นเรื่อง แต่สำหรับเรื่องนี้อาจจะต่างไปสักหน่อยเพราะผู้กำกับต้องการใช้ความลึกลับเป็นปริศนาในการตั้งต้น ความคลุมเครือดังกล่าวเป็นตัวตั้งต้นคอยขยายสร้างเรื่องขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ใช่ภาพยนตร์แนวใดแนวหนึ่งเท่านั้น อย่างที่เห็นว่าตัวเรื่องของ Parasite โดย Bong-Joon Ho ก็ระบุได้ยากว่าเป็นภาพยนตร์ประเภทใดแบบเจาะจง แต่มันคือการผสมผสานมุมมองอันยอดเยี่ยมของแต่ละประเภทมาหลอมรวมเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวได้อย่างสุดยอดของสุดยอด

ภาพส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ Never Gonna Snow Again

     เนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับความแฟนตาซีในการมีพลังวิเศษ แต่ในแง่มุมหลักไม่ได้โฟกัสให้เรื่องนี้โดดเด่นเกินไป แต่ใช้เป็นตัวดำเนินเรื่องได้อย่างมีชั้นเชิง เช่นการใช้พลังในการลักลอบเข้าประเทศโปแลนด์จากประเทศยูเครน บุคคลคนนี้เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับ เรื่องราวเบื้องหลังก็เต็มไปด้วยปริศนาลึกลับ การแสดงของ Alec Utgoff ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ความลึกลับนั้นยิ่งโดดเด่นน่าสนใจขึ้นอีกระดับ แม้ตอนแรกมีสิทธิ์ที่เจาจะปฏิเสธงานนี้สูงมาก ทว่าเมื่อเขารับบทนี้เราจะได้เห็นทั้งความสมจริง แฟนตาซี ลึกลับ และน่าติดตามในเวลาเดียวกัน

ภาพส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ Never Gonna Snow Again

     การทำการบ้านอย่างหนักเพื่อส่งอารมณ์ความรู้สึกร่วมออกมาได้มากถึงมากที่สุด หน้าที่พนักงานนวดของตัวละครเอง สภาพแวดล้อม และการดำรงชีวิตของผู้คนถูกจัดแจงมาอย่างเพอร์เฟกต์พอดี บ้านเรือนเต็มไปด้วยความเป็นของจริง เก่าจริงและใช้เทคนิคการประสานติดต่อที่ซับซ้อน และแต่ละสถานที่รวมถึงกลุ่มคนก็แปลกแตกต่างสมใจการตีแผ่สังคมของมัลกอร์ซาตา ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องใช้ฝีมือย่างมากในการถ่ายทำกันให้ออกมามีคุณภาพสูงสุด การทำการบ้านเรื่องเบื้องหลังตัวละครทีมก็ทำการบ้านอย่างหนัก ตัวอย่างเช่นศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิด ภาพยนตร์ของเธอจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวแบบแก่นแท้ ไม่ใช่การแต่งกาพย์กลอนให้สวยงาม มันเป็นเหมือนความในใจของคนที่อาจละเลยมันไป จนวันนี้เราอาจได้หันกลับไปมองสิ่งที่เกิดขึ้นและตั้งคำถามกับมันอย่างมีนัยยะสำคัญ

ภาพส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ Never Gonna Snow Again

     “ความไม่เหมือนใครพาเราไปได้ไกลกว่าที่เคย” แม้จะยังไม่มีการออกฉายอย่างเป็นทางการในหลายประเทศ เหล่านักวิจารณ์ก็อดใจรอจะสปอยล์ไม่ไหว ข้อความมากมายจะถูกซ่อนลงไปในภาพยนตร์เรื่องนี้เสมอ ผู้กำกับกล้านำเสนอความรวย-จนกันเป็นปกติ หากแต่วันนี้มันเปลี่ยนแปลงไป บ้านเรือนหลังใหญ่ในโปแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของความร้อนแรงของเรื่องนี้ เพราะทีมงานใช้ทั้งสถานที่และคนสัญชาตินั้นจริงๆ เพื่อความเข้าใจของกันและกัน ความเหลื่อมล้ำของสังคมก็ถูกพูดถึงอย่างจัดจ้าน เพราะคนร่ำรวยมีบ้านหลังโตมักเสาะหาความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นแบบไม่มีวันหยุด ประเด็นหลายอย่าง เหตุการณ์ต่างๆ จากพลังพิเศของของคนๆ หนึ่งทำให้เรื่องราวด้านมืดกระจายออกในวงกว้างมากขึ้น การไม่กำหนดกรอบประเภทภาพยนตร์ ทำให้เรื่องราวลื่นไหลไปตามความต้องการได้ มีการกดขี่ มีความสนุก ตลก เหยียดหยาม และอิงไซไฟด้วยพอสมควร แน่นอนว่าเมื่อวางจุดให้เหนือจริงตั้งแต่แรกจะทำให้คนเข้าใจทันทีว่าเราใช้ความมั่นใจเพื่อตอบโจทย์การสร้างสรรค์ขึ้นมาจริงๆ (เหนือจริงอยู่แล้วคนก็ไม่คาดหวังให้มันสมจริงตั้งแต่แรก คนก็จะยิ่งลุ้นลูกเล่นใหม่ๆ และตามประเด็นที่ตัวละครอยากเร่งนำเสนอได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลตอนนี้หลายสำนักทั่วโลกจึงยกให้เรื่องนี้เป็นเต็งจ๋ารอคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม สานต่อมุมมองการทำภาพยนตร์แบบผสมผสานไร้กฎเกณฑ์ของมัลกอร์ซาตา ถ้าใครกำลังรอลุ้นว่าภาพยนตร์เรื่องหนึ่งสุดยอดแค่ไหนถึงได้เข้าชิงออสการ์ เร่ื่องนี้คือตัวอย่างสำคัญที่เราไม่อยากให้ใครพลาด

 

ภาพ: Courtesy of Never Gonna Snow Again

คีย์เวิร์ด: #Oscars