LIFESTYLE

บทเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา แต่ได้จากการดูซีรีส์ซิตคอม How I Met Your Mother

บางครั้งซีรีส์ซิตคอมที่มอบรอยยิ้มให้เราอาจกำลังซ่อนนัยยะบางอย่างไว้อย่างลึกซึ้ง

*บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของซีรีส์ How I Met Your Mother

     ถึงแม้จะโบกมืออำลาจอไปแล้วตั้งแต่ปี 2014 สิ้นสุดการเดินทางของ 5 เพื่อนซี้ Ted, Marshall, Barney, Lilly, และ Robin ทว่าแทบทุกครั้งที่มีการพูดถึงหรือจัดลิสต์ ‘ซิตคอมในดวงใจ’ How I Met Your Mother ยังคงอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ

     สำหรับแฟนของซีรีส์เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไร เพราะทุกคนน่าจะรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่านอกจากความบันเทิงที่ได้รับแล้ว How I Met Your Mother ยังเป็นซิตคอมที่มอบบทเรียนในการใช้ชีวิตมากมาย เป็นเพื่อนคู่คิดและปลอบโยนหัวใจในวันที่ไม่สดใส โดยเฉพาะคนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น และกำลังก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ 

     ดังนั้น How I Met Your Mother จึงเป็นซิตคอมที่สามารถหยิบมาดูได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้จบ ซึ่งในแต่ละครั้งบทเรียนที่ได้รับก็คงแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวัย บทความนี้จึงขอหยิบยกบทเรียนดังกล่าวมาเล่า ไม่แน่ว่าเมื่ออ่านจบคุณอาจจะอยากกลับไปย้อนดูใหม่อีกรอบก็เป็นได้

การประนีประนอมคือกุญแจสำคัญของชีวิตคู่ / ภาพ: Squarespace

การประนีประนอมคือกุญแจสำคัญของชีวิตคู่

     Marshall และ Lilly คือคู่รักที่เริ่มต้นความสัมพันธ์กันตั้งแต่ช่วงมหาวิทยาลัย ก่อนที่พวกเขาจะสามารถประคับประคองชีวิตคู่ได้อย่างยาวนานจนเข้าพิธีแต่งงาน มีทายาท สร้างครอบครัวที่อบอุ่นได้สำเร็จ ทว่าเส้นทางของพวกเขาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีหลายครั้งที่ทะเลาะกันถึงขั้นเลิกรา แต่กุญแจสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่ยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้คือการการประนีประนอม

“ผมเดาว่าบางครั้งคุณก็ต้องละอัตตาทิ้งไป…” Marshall

“… และจำไว้ว่าความรักที่คุณมีให้กันนั้นสำคัญกว่าการชนะ” Lilly

     เช่นเหตุการณ์ในซีซั่น 4 ที่ Lilly และ Marshall ทะเลาะกันเรื่องความสกปรกของอ่างล้างจาน ก่อนที่จะลุกลามไปใหญ่โต ต่างฝ่ายต่างพยายามยกข้อเสียของอีกฝ่ายมาโจมตีใส่กัน ก่อนที่สุดท้ายเหตุการณ์จะจบลงด้วยการที่ทั้งคู่ตระหนักได้ว่าทุกคนมีข้อเสียในตัวเองทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือการที่ต้องยอมรับซึ่งกันและกันให้ได้ ไม่ใช้มันมาโจมตีกันเพื่อเอาชนะ เพราะต่อให้จะมีฝ่ายชนะในความการโต้เถียง แต่ทั้งคู่คือฝ่ายพ่ายแพ้ในความสัมพันธ์ ดังนั้นการประนีประนอม เข้าอกเข้าใจกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ความรักที่แท้จริงจะมาเมื่อถึงเวลาของมัน / ภาพ: the-artifice

ความรักที่แท้จริงจะมาเมื่อถึงเวลาของมัน

“คุณไม่สามารถบังคับโชคชะตาได้ ถ้ามันจะเกิดมันก็จะเกิดขึ้น” Ted Mosby

     คงไม่ผิดนักหากจะบอกว่า Ted Mosby คือพ่อหนุ่มคลั่งรัก เพราะนับตั้งแต่ซีซั่น 1 ตอนที่ 1 เขาพยายามอย่างมากที่จะตามหาผู้หญิงในฝันเพื่อสร้างครอบครัวและลงหลักปักฐาน อย่างไรก็ตามโชคชะตาไม่ใจดีกับ Ted เท่าไรนัก เพราะเขาต้องพบเจอกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า จน Ted แทบจะหมดหวัง ตัดใจกับเรื่องความรักไปแล้ว

     อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุด Ted ก็พบเจอกับคนๆ นั้นจนได้ ในช่วงเวลาที่เขาไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อย และมันก็ได้กลายเป็นความรักที่ดีตามที่เขาวาดฝันเอาไว้ ทุกความผิดหวังที่เคยเจอ ทุกความพยายามที่สูญเปล่า ถูกเยียวยาด้วยความรักครั้งนี้ ซึ่งสิ่งนี้ได้กลายเป็นบทเรียนชั้นดีให้กับผู้ชม

ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้นหลังตีสอง / ภาพ: Static Wikia

ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้นหลังตีสอง

     “ลูกๆ คุณยายของพวกเธอมักจะพูดกับพ่อว่า ‘ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้นหลังตี 2และเธอก็พูดถูก พอตี 2 ก็กลับบ้านไปนอนซะ” หนึ่งในประโยคที่ Ted บอกกับลูกๆ ของพวกเขา


     Nothing good happens after 2 a.m. คือหนึ่งในชื่อตอนที่น่าจดจำที่สุดของ How I Met Your Mother บอกเล่าเรื่องราวในช่วงที่ Ted กำลังมีความสัมพันธ์ระยะไกลกับ Victoria แฟนสาว และนับวันความรักระหว่างพวกเขาก็ยิ่งจืดชืด และในคืนหนึ่งที่ Robin หญิงสาวที่ Ted รักฝังใจเรียกให้เขาไปหาที่ห้องในเวลาหลังตี 2 ก่อนที่ Ted จะเผลอใจโกหก Robin ไปว่าเขาเลิกกับ Victoria แล้ว 
เหตุการณ์นี้จบลงด้วยการที่ Victoria ได้โทรมาหา Robin ก่อนที่ทั้งคู่จะทราบว่า Ted โกหก ทำให้ทุกอย่างพังทลายลง เขาต้องเลิกรากับ Victoria ส่วนกับ Robin ก็สู้หน้าไม่ติดกันไปพักใหญ่


     Nothing good happens after 2 a.m. อาจจะเป็นแค่ประโยคเท่ๆ ที่ผู้เขียนบทเลือกมาตั้งเป็นชื่อตอน แต่หากคิดอย่างละเอียดรอบด้านมันก็มีความสมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน เพราะตี 2 คือเวลาทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย หรือบางคนก็อาจจะเมามายไร้สติไปแล้ว ดังนั้นการตัดสินใจอะไรสำคัญหลังตี 2 คงไม่ใช่เรื่องที่เข้าท่าเท่าไรนัก

งานในฝันไม่ได้มาในชั่วข้ามคืน / ภาพ: pinimg

งานในฝันไม่ได้มาในชั่วข้ามคืน

     นอกจาก Barney แล้ว สมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มต่างก็ต้องดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักในเส้นทางอาชีพการงาน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายงานในฝัน ที่ชัดเจนที่สุดคงเป็น Robin ที่นับตั้งแต่ซีซั่นแรกเธอพยายามอย่างมากกับอาชีพผู้ประกาศข่าว ถึงแม้รายการข่าวของเธอจะเป็นเพียงรายการเล็กๆ ในช่วงเสลาดึกที่ไม่มีใครสนใจจะดู แต่เธอก็ไม่เคยยอมแพ้ 

     อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุด Robin ก็ได้กลายเป็นผู้ประกาศข่าวชื่อดังระดับประเทศ จากนักข่าวที่ไม่มีใครจำได้ กลับกลายเป็นมีใบหน้าของเธอปรากฏอยู่ทุกแห่ง บทเรียนนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน และน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าหากจะประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ยอมแพ้

ช่วงเวลากับกลุ่มเพื่อนอาจจะมีวันจบลง แต่มันจะยังคงอยู่ในความทรงจำตลอดไป / ภาพ: NYT

ช่วงเวลากับกลุ่มเพื่อนอาจจะมีวันจบลง แต่มันจะยังคงอยู่ในความทรงจำตลอดไป

“ทุกอย่างก็เป็นแบบนี้แหละเด็กๆ เพื่อนที่สนิทกันมากๆ ในวัยเด็ก เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี สิ่งที่เกิดขึ้นคือการขาดติดต่อกับพวกเขา” Ted กล่าวกับลูกๆ  ประโยคที่ Ted พูดคือสัจธรรมที่แท้จริงของชีวิต ที่ต่อให้จะเป็นกลุ่มเพื่อนที่รักกันมากแค่ไหน สุดท้ายเมื่อถึงช่วงวัยหนึ่งก็จำเป็นต้องแยกย้ายกันไปตามหน้าที่และความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับเหล่าตัวละครในเรื่องที่ถึงแม้จะสนิทสนมกันอย่างมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แต่ในตอนสุดท้ายของซีซั่น 9 พวกเขาต่างก็มีชีวิตของตัวเอง ไม่ได้มีรวมตัวกันที่บาร์ทุกวันเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว บทเรียนที่ใหญ่ที่สุดที่เรียนรู้จากสิ่งนี้คือเวลาเปลี่ยนแปลงผู้คน และเราต้องใช้เวลากับเพื่อนๆ ให้คุ้มค่าที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ามิตรภาพจะจบลง เพียงแต่มันแค่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น และความทรงจำที่สวยงามก็จะยังคงอยู่เสมอ

คีย์เวิร์ด: #HowIMetYourMother