LIFESTYLE

ทำไมจึงควรคบสัตว์เป็นเพื่อน...ไขข้อข้องใจทำไมการ์ตูนดิสนีย์ต้องมีสัตว์เป็นผองเพื่อนอยู่เสมอ

การ์ตูนแทบทุกเรื่องจากค่ายดิสนีย์มีการใส่ตัวละครสัตว์ให้เป็นเพื่อนคู่ใจของตัวเอกอยู่เสมอ และนี่คือเหตุผลว่าเพราะอะไร

คุณเคยสงสัยไหม ไม่ว่าการ์ตูนแอนนิเมชั่นกี่เรื่องต่อกี่เรื่องของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Walt Disney Picture จะถูกผลิตออกมาให้มีพล็อตเรื่องที่แตกต่างมากมายขนาดไหน หากสิ่งที่เหมือนกันตั้งแต่เรื่องแรกๆ จนถึงปัจจุบันคือการที่เหล่าตัวละครเอกมักจะมีเพื่อนคู่ใจเป็นสัตว์ตัวน้อยด้วยกันทั้งสิ้น 

กว่า 60% ของโลกการ์ตูนนั้นมี Walt Disney ถือครองเป็นผู้ผลิตเสียส่วนใหญ่ และคงจะเรียกว่าเป็นพันธกิจหลักเลยทีเดียวก็ว่าได้ ว่านอกจากจะผลิตการ์ตูนที่สนุกสนานให้ความสุขแล้วยังต้องให้ข้อคิดอะไรกลับคืนสู่คนดูที่ส่วนมากเป็นเด็กด้วยเช่นกัน ดังนั้นสูตรสำเร็จของการ์ตูนดิสนีย์จึงเป็นการต่อสู้กับผู้ร้าย ผดุงความยุติธรรม มอบคุณงามความดี และจบลงที่ตัวเอกหญิงชายได้ครองรักกันไปอย่างยาวนาน โดยมีเพื่อนร่วมทางเคียงบ่าเคียงไหล่เป็นสัตว์คู่ใจที่หลายครั้งคนดูได้แอบยิ้มขบขันไปกับความน่ารักน่าชังของตัวละคร

Lilo และ Stitch / Cinema Premiere

เพราะสัตว์ถือเป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยมที่สุด

กิมมิคที่ต้องมีสัตว์แสนน่ารักเหล่านี้ติดสอยห้อยตามไปด้วย เพราะดิสนีย์ต้องการสอดแทรกความหมายและการเรียนรู้ให้ไว้ระหว่างทาง ด้วยเราย่อมรู้กันดีว่าสัตว์นั้นถือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ความซื่อสัตย์และจงรักภักดีของสัตว์เป็นที่เข้าใจกันในคนหมู่มากว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราให้ใจไปกับเขาแล้ว เขาจะให้ใจกับเราคืนมามากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เหมือนกับ Stitch จากการ์ตูนเรื่อง Lilo & Stitch สัตว์ประหลาดจากนอกโลกเองก็รักเพื่อนของเขาอย่าง Lilo มากจนต้องตามไปช่วยเธอจากกลุ่มวายร้าย เพราะท้ายที่สุดสติชท์บอกเอาไว้ว่า “นี่คือครอบครัวเล็กๆ ของเขาที่เขาค้นพบ อาจจะแตกหักไปบ้างแต่ก็ยังดีอยู่” หรือกระทั่งเจ้าหมา Dug จากการ์ตูนเรื่อง Up ที่สุดท้ายแล้วก็แปรพักตร์มาพร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่กับปู่ Carl Fredricksen และเจ้าหนู Russell หรือจะเป็นอีกเรื่องที่แม้จะสลับตำแหน่งกันไปบ้างอย่าง The Good Dinosaur หากมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างทางของ Arlo ไดโนเสาร์กินพืชพันธุ์ Apatosaurus กับ Spot เด็กมนุษย์ถ้ำร่อนเร่ที่กำพร้าพ่อแม่ก็ชวนให้เราซึ้งน้ำตาซึมไปตามๆ กัน

Pongo, Perdita และลูกๆ / Hoopla

เพราะสัตว์มีศีลธรรมไม่ต่างจากมนุษย์

สัตว์ในการ์ตูนยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์และผู้สนับสนุนทางด้านของศีลธรรมด้วย มีงานวิจัยเผยว่าสัตว์ส่วนมากมีศีลธรรมรู้จักแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนถูกและผิด เพราะมีสัตว์หลายประเภทที่อยู่กันเป็นฝูงและมีการเข้าสังคม และเหล่าสัตว์พวกนี้เองยังมีสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและการช่วยเหลือกัน เหมือนที่เราชอบเห็นวีดีโออย่างควายไบซันตัวยักษ์ใช้เขาของมันช่วยเต่าที่นอนหงายหลัง ฮิบโปช่วยม้าลายขณะข้ามแม่น้ำ หรือพวกกวางที่มักจะหลบหนีพวกพรานล่าสัตว์โดยสัญชาตญาณ อย่างเช่นการ์ตูนเรื่อง 101 Dalmatians กับคู่รัก Pongo และ Perdita สุนัขพันธุ์ดัลเมเชียนที่เกลียดแสนเกลียด Cruella de Vil เพราะรู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนดีเท่าไหร่ที่จะเอาลูกหมาแสนน่ารักของพวกเขาหรือของคนอื่นๆ ไปถลกเอาหนังเพื่อมาทำเป็นเสื้อโค้ท

หนู Jaq เข้ามาฟัง Cinderella ร้องเพลงในตอนเช้า / Disney Wiki

เพราะสัตว์ทำให้มนุษย์มีจิตใจอ่อนโยน

การมีสัตว์เลี้ยงคู่ใจในการ์ตูนถือเป็นข้อความที่ซ่อนไว้ด้วยว่าการเลี้ยงสัตว์ทำให้คนมีจิตใจอ่อนโยนมากขึ้น มีงานวิจัยเช่นเดียวกันบอกไว้ว่าการให้เด็กได้เติบโตไปพร้อมกับสัตว์เลี้ยง เมื่อโตขึ้นคนเหล่านี้มักมีแนวโน้มจะเป็นคนอ่อนโยน ใจเย็น และรู้จักเห็นใจผู้อื่น อย่างฉากหนึ่งในการ์ตูนเรื่อง Aladdin ที่เขาและสัตว์เลี้ยงอย่างลิง Abu ถูกเหวี่ยงไปไกลสุดขอบโลก พร้อมเจอกับสภาพอากาศหนาวท่ามกลางพายุหิมะ เขายังให้ความอบอุ่นแก่สัตว์เลี้ยงของเขาก่อนเป็นสิ่งแรก หรือจะเป็น Cinderella ที่ลงทุนตัดเสื้อ รองเท้า และหมวกให้กับเหล่าหนูน้อยตัวจิ๊ดริ๊ดทั้ง Jaq และ Gus อีกด้วย แม้อาจจะฟังดูตลกไปเสียหน่อย หากการแสดงออกถึงสิ่งเล็กสิ่งน้อยแบบนี้แหละคือการปลูกฝังความจำให้กับเด็กว่าเราควรปฏิบัติกับสัตว์อย่างไรให้เท่าเทียม ซึ่ง Dr. Andrew Weil ยังเผยด้วยว่า “คนที่มีสัตว์เลี้ยงมักเป็นคนที่ไม่ค่อยป่วยง่าย หรือถ้าป่วยก็รักษาอาการได้เร็ว และมีแนวโน้มว่าจะมีความสุขมากกว่าคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์”

Bambi และเพื่อนสกั๊งค์ Flower / Time Out

เพราะสัตว์เป็นเพื่อนร่วมโลกไม่ต่างจากมนุษย์

เช่นเดียวกันกับที่สัตว์ในการ์ตูนบางเรื่องของดิสนีย์ยังแสดงออกถึงการที่ถูกมนุษย์ทำร้าย และถูกปฏิบัติกับเพื่อนร่วมโลกในแบบที่ไม่คำนึงถึงกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่กวางน้อย Bambi สูญเสียแม่ของเขาไปเพราะมนุษย์เข้ามาล่ากวางในป่าเพื่อเอาเขาไปขาย และแม่ของแบมบี้เองก็เป็นผู้โชคร้ายตัวนั้นที่ต้องสังเวยชีวิต ก่อนที่พรานคนนั้นจะจุดไฟเผาป่าให้ราบคาบจนสรรพสัตว์ในป่าต้องหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ไหนจะรวมไปถึงการ์ตูนเรื่อง Dumbo ช้างน้อยที่พลัดพลาดจากแม่ และถูกมนุษย์ต้อนให้ไปแสดงโชว์ในโรงละครสัตว์ ด้วยดัมโบ้เป็นช้างน้อยที่มีหูใหญ่กว่าช้างทั่วไปจนสามารถบินได้

Judy Hopps และเพื่อนจิ้งจอก Nick / Green Swift

ดิสนีย์ยังใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์ของความฝันที่จะเปลี่ยนโลก อย่างการ์ตูน The Princess and the Frog ที่มีตัวละครสมทบเป็น Louis จระเข้ตัวอ้วนผู้น่าเกรงขามหากมีความใฝ่ฝันที่จะที่เป็นนักทรัมเปตในวงแจ๊ส หรือจะเป็นเจ้าสโนว์แมน Olaf จากการ์ตูนเรื่อง Frozen ที่อยากจะลองสัมผัสกับฤดูร้อนและอากาศอันอบอุ่นของแสงแดดดูสักครั้งในชีวิต อีกหนึ่งเรื่องที่ดูจะเข้าเค้าที่สุดต้องยกให้ Zootopia ต้อนรับโลกของเหล่าผองสัตว์ที่ที่ทุกคนจะเป็นอะไรก็ได้ตามสโลแกนของหนัง โดยมีตัวหลักของเรื่องอย่างกระต่ายตัวจ้อยนาม Judy Hopps ตั้งมั่นไว้ว่าตัวเองจะเข้าทำงานเป็นตำรวจให้จงได้ นี่เป็นการบอกกลายๆ จากดิสนีย์ว่าเราสามารถเป็นอะไรก็ได้ และทำอะไรก็ได้ถ้าเราตั้งใจกับมันมากพอ

ดังนั้นการที่ดิสนีย์ตั้งใจใส่ตัวละครทั้งตัวหลัก ตัวรอง และตัวสมทบให้มีเพื่อนสัตว์เข้าไปด้วยก็เพราะจงใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแม่พิมพ์ที่ขึ้นรูปเด็กๆ ให้รู้จักถึงจินตนาการที่ไม่สิ้นสุด เรียนรู้ที่จะเป็นคนที่มีเมตตาและมีจิตใจดีต่อเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน ดิสนีย์จึงมีส่วนในการเสริมสร้างความฝันของเด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ผ่านตัวการ์ตูนมากมายทั้งในรูปแบบมนุษย์ สัตว์ ของเล่น สัตว์ประหลาด ไปจนถึงมนุษย์ต่างดาวในโลกแห่งแฟนตาซี เพื่อหวังว่ารากฐานเหล่านี้จะส่งอิทธิพลไปถึงโลกความเป็นจริงได้มากพอที่จะทำให้ทุกคนเห็นถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ และเชื่อมั่นในความฝันของตัวเอง