cha-eunwoo
LIFESTYLE

Cha Eun-Woo วง ASTRO ใช้ชีวิตภายใต้ความคาดหวัง จนหัวใจเกือบพังเพราะไม่มีคนข้างกาย

เพราะใบหน้าอันหล่อเหลา กลายเป็นความกดดันมากมายจากสังคมที่ทำให้หลายครั้งเขาเป็นตัวเองไม่ได้

     Irene, Jisoo, Jin, Jaehyun, Eun-woo แม้ไอดอลเหล่านี้จะอยู่ต่างค่ายและต่างวงกัน หากจุดร่วมที่ทำให้พวกเขาถูกพูดถึงอยู่ในหัวข้อเดียวกันได้เลยคือ “ตำแหน่งประจำวง” 

     โลกของเคป๊อปจะมีการแบ่งตำแหน่งและหน้าที่เอาไว้เสมอ หากคุณเสียงดีหน่อยก็ไปเป็นไลน์โวคัล เต้นเก่งก็ไปอยู่ไลน์แดนซ์ หรือสายแร็ปก็ไปเป็นแร็ปเปอร์ประจำวง นอกเหนือไปกว่าที่ว่าคือการเป็นสายภาพลักษณ์หรือที่เรียกว่าวิชวล อาจฟังดูแปลกเมื่อการมีหน้าตาดีถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง กระทั่งอุตสาหกรรมเคป๊อปไม่ได้ทำให้มันประหลาดอีกต่อไป เพราะพวกเขาดันให้ความสำคัญกับตำแหน่งนี้ไม่แพ้กับไลน์อื่นๆ เช่นเดียวกัน

     ในขณะที่ทุกคนยกยอปอปั้นใบหน้าในแบบเทพสร้าง พระเจ้าปั้น หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะสรรหาคำมาพูด นัยหนึ่งผู้เขียนมองว่ามันคือดาบสองคม แรกเริ่มอาจฟังดูดีเป็นสิ่งที่น่าอิจฉา หากเมื่อมองลึกลงไปหน่อยเราว่ามันคือความกดดันมากมายที่โถมบ่าของผู้รับตำแหน่งนี้ในแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 

yoon-ah

ภาพ: K Drama

     Yoon Ah จากวง Girls Generation เป็นต้นแบบของตำแหน่งวิชวลรุ่นบุกเบิก เธอเป็นสาวน่ารักที่มีนิสัยโก๊ะๆ เปิ่นๆ และไม่ห่วงสวย เมื่อยามออกรายการต่างๆ เธอเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ จนเพื่อนในกลุ่มต้องสะกิดเรียกว่ามันเต็มที่เกินไป เธอเป็นหน้าตาของวงต้องรักษาภาพลักษณ์กันหน่อย เราว่าสิ่งนี้คงไม่ได้ต่างอะไรจากไอดอลคนอื่นที่ได้รับตำแหน่งนี้ถูกพูดถึง และเมื่อมันมากเข้าจากที่ฟังดูสนุกสนานเฮฮากลับกลายเป็นเรื่องที่ขำไม่ค่อยออก แถมยังก่อตัวเป็นดั่งคลื่นใต้น้ำที่รอวันระเบิด แบบที่ชาอึนอูจากวง ASTRO เองอดกลั้นไม่ไหวปล่อยความเศร้าที่กัดกินใจเขากลางรายการหนึ่ง

     สังคมตั้งความหวังที่จะเห็นใบหน้าหล่อๆ สวยๆ ของไอดอลในมาดที่ดูดีตลอดเวลา จนหารู้ไม่ว่ามันกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ไอดอลหลายคนต้องเปลี่ยนบุคลิกและนิสัยของตัวเองเพื่อทำให้แฟนๆ พึงพอใจ ทุกคนมองอึนอูเป็นความสมบูรณ์แบบที่ไร้ที่ติ ทั้งๆ ที่เขาเป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่ง เขาเองมีจุดด้อยหรือจุดน่าเกลียดแบบคนอื่นๆ เช่นกัน แต่เขากลับถูกห้ามไม่ให้เผยสิ่งเหล่านั้นเนื่องจากต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ดีอยู่เสมอ เราถึงได้เห็นความตันใจที่อึนอูเผยออกมาผ่านน้ำตาด้วยความอดกลั้น

cha-eunwoo

ภาพ: KBS

     เขาเอ่ยในรายการ Master in the House หลังจากที่คู่รัก In Gyo Jin และ So Yi Hyun แชร์มุมมองของการใช้ชีวิตคู่ให้ฟังว่า “ผมอยากแต่งงานเหมือนกันครับ ผมได้ยินมาจากคนอื่นพูดเสมอว่า เราควรแต่งงานกับคนที่สามารถพูดเรื่องน่าอายที่สุดได้ แต่ก็ยังมีบทสนทนาที่ดีต่อกันได้ครับ ผมรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย รู้แต่ว่าเมื่อมีครอบครัวหรือแต่งงานแล้ว มันก็จะเป็นไปได้”

     ทุกคนในรายการพยายามพูดขำขันเพื่อสร้างเสียงหัวเราะและดึงบรรยากาศให้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง แต่เมื่ออึนอูเปิดปากพูดแล้ว ความตันใจทั้งหมดทะลวงไหลราวกับเขื่อนแตก น้ำตาของเขาอาบแก้มในขณะที่เขาเอ่ยต่อว่า “ผมพูดไม่ได้”

     เขาหยุดพูดเพราะน้ำตาตีขึ้นมาก่อนจะรวบรวมแรงใจแล้วเล่าต่อว่า “ประโยคที่ว่า ‘คนที่จะอยู่เคียงข้างคุณไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น’ มันไม่ง่ายเลย ผมไม่ได้แค่พูดถึงคนรักหรือการแต่งงานเท่านั้นนะครับ แต่แค่ได้มีคนคอยพูดคุย แชร์ความคิด หรือแม้แต่ได้โชว์ด้านที่น่าเกลียดของผมเอง มันค่อนข้างยากสำหรับผม แต่ผมก็อยากจะทำมันนะ” เขาเล่าอย่างคนอกหักว่าอยากที่จะบอกทุกๆ อย่างในตัวเขาให้ใครสักคนฟัง แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถทำมันได้

cha-eunwoo

ภาพ: K Drama

     ภายใต้รอยยิ้มน่ารักและดวงตาเป็นประกาย หลายคนมองผ่านความอึดอัดใจของเขาแล้วมัวแต่โฟกัสที่หน้าตา ผู้เขียนพอติดตามรายการนี้อยู่บ้าง เนื่องจากรู้จักมักคุ้นกับนักร้องนักแสดงอย่าง Lee Seung Gi สำหรับอึนอูแล้วสิ่งที่สังเกตได้ชัดจากไอดอลหนุ่มเลยคือ ‘ความเหงาและโดดเดี่ยว’ ที่แผ่กำจายออกมารอบตัวเขา ในรายการเขามักจะต้องการการสัมผัสใกล้อยู่เสมอ ต้องการกอด หรืออยู่ใกล้กับเพื่อนร่วมรายการตลอดเวลา ทั้งๆ ที่พื้นนิสัยแล้วอึนอูเป็นคนขี้อาย พูดน้อย และมีแต่รอยยิ้ม สัญญาณนี้บ่งบอกว่ามันคือความต้องการในแบบ Physical Touch คือภาษารักที่สื่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดหมายถึงความรัก ความคิดถึง ความไว้ใจ และความต้องการที่พึ่งพิง นั่นจึงบ่งบอกได้หลายรูปแบบว่าเขาอาจจะกำลังต้องการสิ่งเหล่านี้ไม่มากก็น้อย

     อึนอูใช้ชีวิตในแบบที่ทุกคนคาดหวัง ทนกับกฎเกณฑ์ และค่านิยม ต้องดูดีตลอดเวลา ห้ามทำอะไรน่าเกลียด ต้องร้องเพลงดี เต้นเก่ง เป็นนักแสดงได้ แต่เขาเองเป็นเพียงแค่คนที่ต้องการคนจริงใจสักคนที่จะเข้ามารักในแบบที่เขาเป็น โดยไม่ได้สนที่หน้าตาหรือชื่อเสียง รับในสิ่งที่ดีและไม่ดีของเขา คนที่สามารถแชร์เรื่องราวในแต่ละวันและยอมรับเรื่องน่าเกลียดได้แบบไร้ข้อกังขา

cha-eunwoo

ภาพ: Moonlist

     ในแง่ของอึนอูเขาคงไม่ได้หมายถึงแค่คนรัก แต่อาจเป็นเพื่อนที่คอยเคียงข้างและรับฟังเขา แต่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้มีคนเหล่านั้น เพราะต้นสังกัดและค่ายดังต้องการเก็บตัวศิลปินเอาไว้ไม่ให้ใครเข้าใกล้ ทุกอย่างผ่านหูผ่านตาหมด ไม่แน่ว่าอาจลามไปถึงเรื่องของการออกไปเจอเพื่อนข้างนอก หรือการเลือกคบเพื่อนอีกต่างหาก

     เช่นเดียวกับที่เราเคยเห็น Lisa และ Rosé ออกไปเที่ยวกับเพื่อนเกาหลีของพวกเธอผ่าน Vlog ส่วนตัวของเพื่อนคนนั้น แต่พวกเธอก็ไม่สามารถออกหน้ากล้องให้เห็นได้ มาให้ได้ยินแค่เสียงและเงาผ่านๆ เท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าค่ายไม่อนุญาต สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่บอกว่าค่ายมีอิทธิพลอย่างมากในการควบคุมชีวิตการเป็นอยู่ที่ไม่ใช่แค่การทำงาน แต่รวมไปถึงชีวิตส่วนตัวของเหล่าไอดอลอีกด้วย 

     การที่ผู้คนในสังคมและแฟนๆ ต่างยกยอปอปั้นศิลปินของตนมากเกินความจำเป็น มันเป็นดาบสองคมที่ทำให้ไอดอลไม่สามารถเป็นตัวเองได้อย่างที่ใจต้องการ เขาต้องคอยรักษาภาพลักษณ์และสร้างความสุขสนุกสนานให้คนอื่นนับล้าน ในขณะที่ตัวตนจริงๆ กลับไม่สามารถเปิดเผยให้ใครเห็นได้ การที่แฟนคลับและค่ายต่างตอกย้ำเรื่องภาพลักษณ์และหน้าตาของอึนอูมากจนเกินไป มันทำให้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะรับไหว ยิ่งไม่มีคนคอยเคียงข้างเขาในแบบที่จริงใจด้วยแล้ว เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชีวิตจริงของอึนอูถึงได้เศร้าสร้อยเสียขนาดนั้น

cha-eunwoo

ภาพ: KoreaBoo

     บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้มันบอกเลยว่ามนุษย์มีช่วงเวลาที่อ่อนแอ และต้องการการปลอบโยนจากใครสักคนเหมือนๆ กัน ดังนั้นอย่าคาดหวังจากใครมากเกินไป เพราะเราทุกคนมีข้อบกพร่องและข้อด้อย ไม่มีใครเกิดมาสวยงามสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างควรมีลิมิตและพอเหมาะพอดี การที่ศิลปินถูกห้ามไม่ให้มีแฟนหรือแม้แต่บังคับเรื่องการมีเพื่อน มันอาจฟังเป็นเรื่องที่เกินลิมิตไปเสียหน่อย เพราะในช่วงเวลาที่ไอดอลสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับแฟนๆ ตัวเขาเองก็คงอยากได้แรงสนับสนุนจากคนรักไม่ต่างกัน

     การยืนอยู่ในจุดที่กล้องหันมองตลอดเวลาคงยากที่จะหาใครสักคนเข้าใจตัวตนได้อย่างสุดซึ้ง และรับฟังทุกเรื่องราวดีร้ายด้วยความจริงใจ หวังว่านี่จะเป็นบทเรียนอีกหนึ่งบทว่าเราควรเริ่มทำอะไรบางอย่างเพื่อศิลปินหรือไอดอลที่คุณสนับสนุน อย่าให้มันเกิดเรื่องซ้ำสองซ้ำสามที่ไอดอลหลายคนเลือกจบชีวิตลงด้วยตัวเอง เหตุเพราะทนแรงกดดันจากสังคมและความเหงาที่เกิดขึ้นไม่ไหว สุดท้ายแล้วเราหวังแค่ว่าในโลกที่มีประชากรกว่า 7,000 ล้านคนนี้ ชาอึนอูจะพบคนๆ นั้นไม่ว่าเขาจะเข้ามาเติมเต็มในฐานะของเพื่อนหรือว่าคนรักก็ตาม