ชาเนลา,น้ำหอมชาเนล,Bleu de Chanel
LIFESTYLE

‘Bleu de Chanel’ น้ำหอมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอิสรภาพของชายหนุ่ม เสน่ห์แห่งความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

Bleu de Chanel น้ำหอมในดวงใจที่ถ่ายทอดตัวตนซึ่งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันหลากหลายของผู้ครอบครอง ผ่านกลิ่นหอมทั้งสามมิติที่จะพาทุกคนไปสัมผัสความหอมอันเป็นเอกลักษณ์

     ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงสมัยโบราณกาล สิ่งหนึ่งที่คอยปลุกเร้าสัญชาตญาณของมนุษย์คงต้องยกให้ ‘กลิ่น’ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นในรูปแบบใดต่างก็เป็นตัวช่วยสำคัญของชีวิตมนุษย์มาหลายยุค ทั้งในเรื่องของการเอาตัวรอด การดำรงเผ่าพันธุ์ตลอดจนวิวัฒนาการขององค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ถูกผสมผสานไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต ส่งต่อความรู้ในเรื่องของกลิ่นผ่านยุคสมัยจนกลายมาเป็นไอเท็มประจำตู้ชิ้นสำคัญที่ต้องมีอย่าง ‘น้ำหอม’ ของเหลวหลากกลิ่นที่ช่วยเผยตัวตนและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนออกมาได้อย่างชัดเจน

     เช่นเดียวกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘Chanel’ ที่ก้าวเดินบนเส้นทางน้ำหอมมาตั้งแต่ในช่วงปีทศวรรษ 1920 กับการเปิดตัวน้ำหอมซึ่งกลายมาเป็นตำนานในทุกวันนี้อย่าง CHANEL N°5 น้ำหอมที่เต็มไปด้วยความล้ำสมัยและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์แห่งเมซง จากส่วนผสมต่างๆ ที่มีคุณภาพกลั่นกรองสู่การเป็นหยดน้ำหอมเข้มข้นแม่แบบอันเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ พร้อมถ่ายทอดดีเอ็นเอความหอมแบบต้นฉบับสู่ขวดต่อไปได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

     ประวัติศาสตร์น้ำหอมคือสิ่งที่อยู่เคียงคู่กับเหล่าบุรุษและสตรีมาเเต่สมัยเมโสโปเตเมีย ยุคที่เต็มไปด้วยความรุ่งเรืองของอารยธรรมอียิปต์โบราณผู้ค้าขายเหล่าไม้หอมนานาพันธุ์ วัตถุดิบสำคัญซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของน้ำหอมในปัจจุบัน ด้วยเรื่องราวของกลิ่นหอมอันน่าเย้ายวนประกอบกับความนิยมในเครื่องหอมบุรุษที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ในปี 1955 ภายใต้การกุมบังเหียนเรือของเมซงโดย Coco Chanel ได้รังสรรค์น้ำหอมที่ปฏิวัติวงการเครื่องหอมสำหรับผู้ชายขึ้นมาเป็นครั้งแรกของชาเนลกับ ‘Pour Monsieur Eau de Toilette’ น้ำหอมที่เต็มไปด้วยความมัสคิวลีนแฝงกลิ่นอายแห่งความลักชัวรี สง่างามและเหนือกาลเวลา

     ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของน้ำหอมที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเหล่าบุรุษและสตรี รวมถึงการรังสรรค์กลิ่นที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของนักปรุงน้ำหอมแห่งเมซงชาเนล ถ่ายทอดจุดเด่นเหนือกาลเวลาเหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่นเกิดเป็นน้ำหอมอีกหนึ่งกลิ่นที่กลายมาเป็นน้ำหอมในดวงใจใครหลายคนอย่าง ‘Bleu de Chanel’ น้ำหอมที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาในปี 2010 โดยฝีมือของ Jacques Polge ในรุ่นของ Bleu de Chanel Eau de Toilette น้ำหอมที่ให้ความรู้สึกถูกปลุกเร้าอารมณ์ไปด้วยเสียงกลองที่กำลังควบคุมจังหวะผสานกับเสียงฉาบที่สั่นระรัว กระแทกลงบนคอร์ดเพลงและท่วงทำนองอันเป็นเสน่ห์แห่งชายหนุ่ม ในการรังสรรค์น้ำหอมขวดนี้ออกมาครั้งแรกฌาร์คเลือกใช้กลิ่นที่ย้อนแย้งกัน โดยการผสมกลิ่นซิตรัสเข้ากับความอะโรมาติกอันทรงพลัง เผยกลิ่นที่มีความสดชื่นและมีชีวิตชีวา เพิ่มความอบอุ่นของกลิ่นด้วยดรายซีดาร์และไม้แซนเดิลวู้ดจากนิวแคลิโดเนีย

ชาเนล,น้ำหอมชาเนล,Bleu de Chanel

Bleu de Chanel Eau de Parfum โดย Jacques Polge 

     ต่อมาในปี 2014 ฌาร์คได้รังสรรค์น้ำหอมรุ่น Bleu de Chanel Eau de Parfum น้ำหอมที่ให้ความรู้สึกในอีกมิติที่ชวนหลงใหลยิ่งกว่าเดิม โดดเด่นด้วยกลิ่นซิตรัสและกลิ่นอะโรมาติก เพิ่มความเย้ายวนด้วยกลิ่นซีดาร์แห้งและแอมเบอร์ ให้ความรู้สึกว่ากำลังถูกโอบล้อมไปด้วยเหล่าเครื่องดนตรีชิ้นเล็กอย่างเมโทรนอม และกลองสแนร์ซึ่งกำลังเริ่มต้นบรรเลงท่วงทำนองอันเร้าใจ แต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกอันเป็นอิสระจากทุกสิ่งอย่าง หลังจากผลิตน้ำหอมรุ่นนี้ออกมาในปีเดียวกันนี้ฌาร์คได้วางมือจากวงการนักปรุงน้ำหอมเเละขยับก้าวไปรับบทเป็นที่ปรึกษาแทน ก่อนที่ในปี 2015 บุตรชายของเขา Olivier Polge จะเข้ามาสานต่อปณิธานและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เป็นพ่อให้กับเมซงชาเนลต่อมา

ชาเนล,น้ำหอมชาเนล,Bleu de Chanel

Olivier Polge นักปรุงน้ำหอมคนปัจจุบันของเมซงชาเนล ผู้สร้างสรรค์ Bleu de Chanel Parfum

     หลังจากที่โอลิวิเย่ร์ได้ก้าวเดินบนเส้นทางการเป็นนักปรุงน้ำหอมต่อจากผู้เป็นพ่อ เขาได้สานต่อความพิเศษของน้ำหอมรุ่นฮิตอย่าง Bleu de Chanel ให้ออกมาในรูปแบบ Parfum อีกหนึ่งรุ่นน้ำหอมที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างโดดเด่นแต่ยังคงความคลาสสิกในฉบับของเมซงอย่างไม่ผิดเพี้ยนและติดทนยาวนาน ประกอบไปด้วยกลิ่นหอมอันล้ำค่าของไม้แซนเดิลวู้ดและซีดาร์วู้ดที่คอยระเบิดพลังออกมา ผสานไปด้วยศาสตร์แห่งเคมีของกลิ่นน้ำหอมที่ผสมเข้ากับกลิ่นเฉพาะตัวของแต่ละคน เผยให้เห็นถึงความน่าลุ่มหลงและความเข้มข้นอันไร้ซึ่งขีดจำกัด ซึ่งโอลิวิเย่ร์ยังได้บอกเล่าให้กับโว้กเพิ่มเติมว่านอกจาก Blue de Chanel นั้นจะเป็นน้ำหอมที่มีมาอย่างยาวนานทั้งยังมีหลายรุ่นให้เลือกสรร โดยในเเต่ละรุ่นจะมีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวและแตกต่างกันไปแล้ว น้ำหอมกลิ่นนี้ยังเปรียบเสมือนท่วงทำนองแห่งบทเพลงที่เต็มไปด้วยความทันสมัย ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิกที่ฝังเเน่นอยู่ในทุกห้วงความทรงจำของใครหลายคน เป็นบทเพลงที่เมื่อได้ฟังเพียงครั้งหนึ่งต่างก็ต้องหวนคิดถึงอยู่เสมอ

ชาเนล,น้ำหอมชาเนล,Bleu de Chanel

     ซึ่ง Bleu de Chanel นอกจากจะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์จนใครต้องหันมองแล้ว ยังมาในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีไซน์ด้วยเฉดสีน้ำเงินมิดไนต์ โทนสีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสีที่ดูลึกลับน่าค้นหา ความมืดที่ไม่ดำสนิทเฉกเช่นท้องฟ้ายามค่ำคืน ถึงแม้จะมืดมิดแต่ยังคงแฝงไปด้วยเฉดสีของแสงต่างๆ ถ่ายทอดผ่านดวงดาวและพระจันทร์ให้เราได้เชยชม ตามที่โอลิวิเย่ร์ได้เล่าให้กับโว้กฟังว่ากว่าจะมาเป็นน้ำหอม Bleu de Chanel นั้นต้องใช้ทั้งเวลาเเละความใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งเเต่การเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงที่มากกว่า 10 ชนิดมารังสรรค์เป็นกลิ่นอันน่าประทับใจนี้ ยังต้องทุ่มเททั้งในขั้นตอนการเลือกเฉดสีเเละวัสดุที่มีผิวสัมผัสตรงตามฉบับของความเป็นชาเนลให้มากที่สุด มาพร้อมกับฝาขวดแม่เหล็กที่สามารถปิดเพื่อรักษาคุณภาพน้ำหอมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เปี่ยมไปด้วยแข็งแกร่งและสะดวกต่อการใช้งานตอบโจทย์ทุกความเป็นชาเนล ทำให้น้ำหอม Bleu de Chanel ในทุกรุ่นที่ออกมานั้นเป็นมากกว่าน้ำหอมเเต่กลับเป็นไอเท็มสำคัญที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเเละแรงบันดาลใจที่ถูกบอกเล่าจากเมซงชาเนลได้อย่างชัดเจน

     แม้ว่าแรกเริ่ม Bleu de Chanel จะเป็นน้ำหอมที่ถูกผลิตมาเพื่อบุรุษแต่ด้วยความกล้าและท้าทายของชาเนลทำให้น้ำหอมกลิ่นนี้พร้อมฝ่าทุกกฎเกณฑ์และค่านิยม จนกลายมาเป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมทั้งจากบุรุษและสตรีอย่างกว้างขวาง เป็นกลิ่นน้ำหอมที่เสมือนเป็นรางวัลชิ้นงามของเหล่าผู้คนที่คอยออกสำรวจเพื่อหาความแปลกใหม่พร้อมด้วยอิสรภาพที่แฝงไว้ในทุกย่างก้าว ยกระดับจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกสมัยใหม่ให้แผ่ขยายออกไปราวกับเสียงเพลงบรรเลงที่ล่องลอยไปตามลมทั่วทุกสารทิศ และด้วยอิสรภาพแห่งกลิ่นเหล่านี้ทำให้ Bleu de Chanel ได้กลายมาเป็นตำนานบทใหม่ที่รังสรรค์เสน่ห์อันโดดเด่นให้กับทุกคน ทั้งยังคงความโมเดิร์นและอยู่เหนือกาลเวลา

คีย์เวิร์ด: #BleudeChanel #Chanel