LIFESTYLE

เมื่อ “บิกินี” ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางเพศที่ลดทอนคุณค่าและความสามารถของนักกีฬาหญิง

ประเด็นเรื่องยูนิฟอร์มของนักกีฬาหญิงเกิดขึ้นแทบทุกครั้งที่มีการแข่งขัน

เป็นเรื่องที่ไม่จบไม่สิ้น เมื่อ “บิกีนี” ที่เหล่านักกีฬาหญิงใช้ใส่เป็นยูนิฟอร์มในการลงแข่งขันกีฬากลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกแล้ว เรื่องราวเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Olivia Breen นักกรีฑาพาราลิมปิกชาวเวลส์เข้าร่วมการแข่งขัน Muller British Athletics Championships 2021 ที่จะเป็นการคัดเลือกนักกรีฑาสู่การแข่งขันพาราลิมปิกในปีนี้ กับหมวดของกีฬากระโดดไกล นักกรีฑาคนนี้ถูกสตาฟภายในงานตักเตือนว่าบิกีนีท่อนล่างที่เป็นยูนิฟอร์มของเธอนั้นไม่เหมาะสมและสั้นจนเกินไป ประโยคบอกเล่าที่กึ่งดูแคลนนั้นทำเอาตัวนักกีฬาสาวเองก็ถึงกับพูดไม่ออก “ฉันใส่กางเกงแบบนี้มาหลายปีแล้ว มันเป็นกางเกงที่ถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ มันทำให้ฉันสงสัยนะว่านักกีฬาชายจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกันหรือเปล่า ฉันหวังว่าจะไม่มีนักกีฬาหญิงคนอื่นโดนปัญหาแบบนี้ ฉันรู้ดีว่าต้องมีกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติสำหรับยูนิฟอร์ม แต่มันไม่ควรทำให้ผู้หญิงรู้สึกประหม่ากับสิ่งที่พวกเธอสวมใส่เวลาลงแข่ง กลับกันมันควรที่จะรู้สึกสบายกายและสบายใจมากกว่า” นักกรีฑาสาวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Guardian

Olivia Breen/ เครดิตภาพ: Olympic

ถ้ากฎบอกว่ากางเกงบิกีนีที่ใส่นั้นมีขนาดที่สั้นเกินไป แล้วแบบนี้นักกีฬาว่ายน้ำชายที่ใส่กางเกงสปีโดลงแข่งทำไมถึงไม่ถูกตักเตือนเรื่องนี้บ้าง ประเด็นสำคัญคือเรายังคงมองเรื่องของรูปลักษณ์และเพศ ยังคงยึดติดกับธรรมเนียมและชุดความคิดที่ว่าผู้หญิงต้องอยู่ในระเบียบที่ไม่อาจเปิดเผยเนื้อหนังได้เมื่อเทียบกับเพศชาย มันไม่ใช่เรื่องของระบบที่สองมาตรฐานและเอื้ออำนวยให้เพศชายได้ในสิ่งที่เหนือกว่า แต่คือเรื่องของการไม่ให้เกียรติและดูถูกเพศตรงข้ามอย่างน่าขัน โดยการยกเอากฎเกณฑ์ขึ้นมาบังหน้า

Norway Beach Handball Team/ เครดิตภาพ: Courtesy of Norwegian Handball Federation

ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นด้วยกับสตาฟคนนั้นที่ออกมาตักเตือน และคิดไปว่าก็ถ้าใส่กางเกงที่ยาวลงมาหน่อยเขาก็คงจะไม่ออกมาว่าเรื่องนี้ งั้นเราขยับมาที่ฟากของกีฬาแฮนด์บอลชายหาดกันบ้าง กับทีมนักกีฬาหญิงประเทศนอร์เวย์ในการแข่ง European Beach Handball Championships 2021 กับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานเช่นกัน เมื่อทีมถูกเรียกปรับเงินด้วยข้อกล่าวหาที่ว่าลงการแข่งขันด้วยกางเกงขาสั้นแทนการใส่กางเกงบิกินี่ “มันเป็นเรื่องน่าช็อคมากที่พวกเราต้องเสียเงินค่าปรับเพียงแค่เราไม่ได้ใส่กางเกงตัวจิ๋วในการแข่งขัน” Tonje Lerstad ผู้รักษาประตูของทีมให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ฟังดูไร้สาระใช่ไหม แต่ทั้งหมดคือเรื่องจริง จริงเสียจนน่าหดหู่ ในเมื่อปัญหาที่กำลังถกกันอยู่ ณ ตอนนี้คือเรื่องของความยาวกางเกงแบบที่ยาวไม่พอและสั้นไม่พอ ทั้งๆ ที่สิ่งที่ควรใส่ใจในเกมการแข่งขันคือเรื่องของฝีมือและความสามารถหรือเปล่า ทำไมกลับกลายเป็นผู้หญิงถูกปฏิบัติในแบบที่ไม่เท่าเทียมและยังถูกดูแคลนทางเพศอยู่อีก

เครดิตภาพ: Pink

เรื่องนี้ทำเอาผู้หญิงหลายคนหัวเสียไม่น้อย รวมถึงนักร้องสาวชื่อดังอย่าง Pink เองก็ออกมาแสดงความเห็นที่ไม่พอใจอย่างมากบนบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว ถึงขั้นว่าจะยอมจ่ายค่าปรับให้กับทีมนักกีฬาเองเสียด้วยซ้ำ “ฉันภูมิใจมากกับทีมแฮนด์บอลชายหาดหญิงของนอร์เวย์ที่ออกมาประท้วงเกี่ยวกับ ‘เครื่องแบบ’ ของพวกเธอ EHF (สหพันธ์แฮนด์บอลยุโรป) ควรถูกปรับเงินเสียมากกว่าโทษฐานเป็นพวกอคติทางเพศ ทำได้ดีมากสาวๆ ฉันยินดีนะที่จะจ่ายค่าปรับให้กับพวกคุณ”

 

อีกหนึ่งกีฬาที่มีบิกีนีเป็นยูนิฟอร์มคือกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด กีฬานี้นับเป็นเกมการแข่งขันที่ป๊อปปูล่ามาโดยตลอด โดยเฉพาะในปี 2000 กับการแข่งที่ Bondi Beach ประเทศออสเตรเลีย เกมในตอนนั้นมียอดผู้ชมทางโทรทัศน์สูงเป็นอันดับที่ 5 เหตุผลก็เพราะนอกจากนักกีฬาหญิงในชุดบิกีนีแล้วทีมแดนเซอร์ที่ออกมาเต้นในช่วงพักครึ่งเองก็นุ่งบิกินี่ตัวจิ๋วด้วยเช่นกัน ซึ่ง Nicole Sanderson ผู้เล่นสาวชาวออสเตรเลียในเกมนั้นก็ออกมาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า “การทำแบบนี้เท่ากับเป็นการดูถูกความสามารถของพวกเราในฐานะนักกีฬา คุณควรโฟกัสที่การแข่งขันมากกว่าอะไรทำนองนี้ ฉันรู้ว่าพวกผู้ชายชอบดูอะไรแบบนี้นะ แต่ฉันรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ยิ่งให้แดนเซอร์เหล่านั้นออกมาเต้นในชุดบิกีนีอีก มันก็เท่ากับเป็นการดูถูกผู้หญิงเหล่านั้นด้วยเช่นกัน”

Denise Johns/ เครดิตภาพ: Fivbe

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้อีกหนึ่งตัวอย่างที่เราจะหยิบมาพูดกันคือในช่วงปี 2004 การถ่ายทอดสดกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก Denise Johns หนึ่งในผู้เล่นออกมาพาดพิงถึงเรื่องยูนิฟอร์มที่เป็นชุดบิกีนีว่ามันจงใจขายความเซ็กซี่และดึงดูดมากจนเกินไป กระทั่ง Kimberly Bissell นักข่าวกีฬาสาวยังได้ทำการวิเคราะห์ถึงมุมกล้องที่ใช้ในระหว่างการถ่ายทอดสดแล้วพบว่า กว่า 20%  มุมกล้องโฟกัสไปที่หน้าอกของเหล่านักกีฬาหญิง และ 17% ที่บั้นท้าย ในขณะที่ Rubén Acosta ประธาน FIVB (สหพันธ์วอลเลย์บอลระหว่างประเทศ) ในตอนนั้นก็ออกมาให้เหตุผลว่า “เพราะการใส่บิกินี่จะช่วยให้เกมการแข่งน่าดูขึ้นไปอีก” สุดท้ายยูนิฟอร์มบิกีนีก็ยังถูกตีความเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างเรตติ้งทางโทรทัศน์มากกว่า แถมยังเป็นการลดทอนคุณค่าในตัวผู้เล่นลงไปด้วย ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วบิกีนีก็เป็นเพียงยูนิฟอร์มปกติอย่างหนึ่งเท่านั้น คนต่างหากที่ให้ค่าและตีความหมายไปในรูปแบบที่ผิดเพี้ยน

เครดิตภาพ: Fivbe

“อคติทางเพศและเห็นผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุ” นี่อาจเป็นคำตอบของประเด็นที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยมีข้อแก้ตัวจากการใช้กฎเรื่องยูนิฟอร์มเป็นข้ออ้างในการข่มเหง ตีกรอบ หรือลดคุณค่าของนักกีฬา แน่นอนว่ากีฬาต่างประเภทกัน กฎและข้อบังคับย่อมต้องต่างกันด้วย กีฬาที่ใช้บิกินี่เป็นยูนิฟอร์มเองก็มีการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนกฎอยู่หลายครั้ง หากดูท่าแล้วว่ามันยังก้าวไปไม่ถึงจุดไหนเลย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือหลักฐานมัดตัวชั้นดีที่ทำให้เห็นว่าสมาคมหรือองค์กรที่ออกกฎเหล่านี้ยังไม่มีความเข้าใจ และไม่เคารพถึงตัวนักกีฬาหญิงเลยสักนิด ในเมื่อความสามารถและฝีมือการแข่งคือหัวใจสำคัญที่ควรใส่ใจมากกว่าประเด็นของบิกีนีที่ว่าสั้นหรือยาวไม่พอ ในเมื่อความเป็นจริงแล้วพวกเธอควรเลือกใส่แบบไหนก็ได้ที่สบายตัวและช่วยซัพพอร์ตในการเล่นกีฬา พวกเธอควรมีสิทธิ์บนร่างกายของเธอเองมิใช่หรือ บางกีฬาการใส่บิกีนีตัวจิ๋วกลับช่วยส่งเสริมทักษะและซัพพอร์ตร่างกายระหว่างการแข่งเสียด้วยซ้ำ ในขณะที่กางเกงที่ยาวลงมาหน่อยก็จะช่วยซัพพอร์ตวันนั้นของเดือนให้กับผู้หญิงในช่วงระหว่างการแข่งขันได้ด้วย

เครดิตภาพ: Karla Boger

นี่เป็นประเด็นที่นอกจากจะชวนถามถึงเรื่องความเท่าเทียมทางเพศแล้วยังเป็นการถกถามถึงปัญหาที่คาราคาซังมานาน การถูกคุมคามทางเพศในทางอ้อมแบบนี้มันถูกต้องหรือไม่ ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นผู้หญิงเราไม่ได้รู้สึกดีในทุกสถานการณ์เมื่อมีคนชมว่า “สวย” แต่เราจะดีใจทุกครั้งที่มีคนชมว่า “เก่ง” เพราะนั่นคือการแสดงออกถึงการยอมรับจากฝ่ายตรงข้าม ผู้หญิงถูกกดขี่และจำกัดให้ทำและไม่ให้ทำในหลายสิ่ง และเป็นในหลายอย่างที่ผู้ชายต้องการให้เป็น แรกเริ่มที่ว่าผู้หญิงห้ามใส่กางเกง ผู้หญิงต้องทำแต่งานบ้าน ไม่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งหรือทำอะไรที่เกี่ยวกับประเด็นการเมือง ในเมื่อเราถูกปั้นความคิดเหล่านี้ใส่หัวมาตลอดว่า ส่วนใหญ่เพศหญิงทำหน้าที่ได้แค่เป็นแม่พันธุ์ เป็นได้แค่เครื่องมือที่ใช้ดึงดูดเพศตรงข้ามเท่านั้น

 

การเคารพกันและกันมันควรเป็นเรื่องพื้นฐานธรรมดาที่เป็นไปเองโดยธรรมชาติ เราไม่ได้อาศัยอยู่ในยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่และจะทำหรือพูดอะไรก็ได้ในเมื่อผู้หญิงเองก็มีสิทธิ์ เราไม่ควรหยิบเรื่องเพศมาเป็นประเด็นหรือข้ออ้างในการดูถูก ทำร้าย หรือก่อให้เกิดระบบสองมาตรฐาน สังคมต้องเดินหน้าเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เราทุกคนต้องร่วมมือกัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน นั่นคือประเด็นหลักที่จะทำให้โลกเราพัฒนาต่อไปได้ สำหรับใครที่ยังเมินเฉยและไม่เห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ ผู้เขียนอยากให้ลองทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง เมื่อคุณเปิดใจและเปิดมันกว้างมากพอคุณจะรู้ว่าผู้หญิงเองมีความสามารถและชาญฉลาดไม่ต่างจากผู้ชายเลยสักนิด

ข้อมูล : MSNBC, The Guardian, Olympics, NY Post, BBC News