LIFESTYLE

ฟ้าหลังฝน! ย้อนรอยชีวิตเกือบดิ่งลงเหวของ B.I กับเส้นทางใหม่ที่สดใสกว่าเดิม

มรสุมชีวิตที่ขัดเกลาให้บีไอเป็นคนที่ดีและเก่งกว่าเดิม

วันที่ 9 มิถุนายน 2019 ข่าวร้ายข่าวใหญ่ตีแสกหน้าค่ายดังอย่าง YG กระเทือนศิลปินไอดอลวง iKON และผ่าลงกลางศีรษะของ ‘B.I’ หรือ ‘Kim Hanbin’ หนึ่งในสมาชิกของวงแบบไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อรายละเอียดในเนื้อหาที่สื่อ Dispatch นำเสนอกล่าวอ้างว่ามีหลักฐานบ่งชี้ว่าตัวบีไอนั้นเคยติดต่อขอซื้อยาเสพติดกับผู้ค้ายารายหนึ่งมาก่อนในช่วงปี 2016

ไอดอลหนุ่ม B.I อดีตหัวหน้าวง iKON / Pinterest

มรสุมลูกใหญ่ในวัย 23 ปี

ระหว่างการสอบสวนให้ปากคำและอีกหลายกระบวนการฟ้องร้องยุติธรรมที่เกิดขึ้น และก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายกันไปใหญ่กว่านี้ ในวันที่ 12 มิถุนายน บีไอตัดสินใจยืดอกยอมรับในสิ่งที่ตัวเขากล่าวว่า “ไม่ได้ทำ” อย่างลูกผู้ชาย และกล่าวถึงอดีตของตัวเองด้วยความรู้สึกขมปากว่า “เป็นความจริงที่ผมเคยคิดจะพึ่งพามันในช่วงเวลานั้นที่ผมมีปัญหาและเจ็บปวด แต่สุดท้ายแล้วผมก็กลัวและหวาดวิตกมากจึงไม่ได้ใช้มัน ผมรู้สึกละอายใจและสำนึกผิดในการกระทำที่ผิดพลาด ผมจึงขอถอนตัวออกจากวงและอยากจะขอโทษแฟนๆ และสมาชิกในวงจากใจจริง” จุดเริ่มต้นของรอยร้าวในชีวิตเกิดขึ้นเพียงเพราะความคิดชั่ววูบในตอนนั้น บีไอคงหลงลืมไปว่ามันจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงตามมาให้ต้องเรียนผูกและเรียนแก้ด้วยตัวเอง

 

ด้วยความรู้สึกผิดต่อเพื่อนร่วมวงและกลัวว่าปัญหานี้จะกลายเป็นเครื่องฉุดรั้งให้วงต้องเสียชื่อเสียง และทำให้แฟนคลับอย่างไอคอนิกต้องผิดหวังที่เขาไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีได้ บีไอเลือกหันหลังให้กับวงไอคอนและค่ายวายจี เขาหลบจากแสงสีถอยหลังเข้าสู่เงามืดอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการปัญหาที่ยังคงคาราคาซังอยู่ ซึ่งแม้ผลตรวจหาสารเสพติดจากทางสำนักงานอัยการและจากทางค่ายจะออกมาว่าเป็นลบ หากวายจีเองก็ได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องนี้ว่าเคารพการตัดสินใจการลาออกของไอดอลหนุ่มโดยไม่พยายามที่จะยื้อเขาไว้แต่อย่างใด

ยางฮยอนซอก ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารค่าย YG / HotNews

หากเรื่องใหญ่ระดับผิดกฎหมายคำว่าขอโทษคงไม่เพียงพอ ไฟไหม้ตัวเองที่ว่าดันโหมกระพือกลายเป็นไฟลามทุ่ง เมื่อมือดีชาวโซเชียลขุดรากถอนโคนเรื่องราวนี้ออกมาทั้งยวงพร้อมประจานไม่ยั้งว่าประธานค่าย ‘ยางฮยอนซอก’ มีส่วนเอี่ยวด้วยแบบเต็มประตู เมื่อย้อนไปปี 2016 ‘ฮันซอฮี’ หญิงสาวที่อ้างว่าเป็นอดีตเด็กฝึกจากค่ายวายจีกลับคำให้การหลังการเข้าพบของบิ๊กบอสจากค่าย ว่าจริงๆ แล้วบีไอไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการซื้อขายยาเสพติด ทำเอาใครหลายคนวิพากษ์ไปว่านี่คงเป็นการปิดปากเพื่อไม่ให้เธอคนนั้นพูดถึงศิลปินในค่ายของเขาเสียๆ หายๆ ประจวบกับที่ช่วงนั้นป๋ายางเองโดนกระแสลบตีกลับในหลายเรื่อง ทั้งการโดนกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในกระบวนการค้าประเวณีร่วมกับศิลปินในค่ายอย่าง ‘ซึงรี’ ซึ่งตอนนี้ติดคุกไปแล้ว และไหนจะเรื่องคลับในย่านฮงแดที่เขาเป็นเจ้าของนั้นมีการสอบสวนเรื่องการเลี่ยงภาษีและจดทะเบียนการค้าผิดรูปแบบ สุดท้ายต้องรับผิดชอบทั้งหมดด้วยการทิ้งเก้าอี้ผู้บริหารและลาออกไป ค่ายวายจีจึงก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยบรรยากาศที่ค่อนข้างคลุมเครือ

วง iKON กับสมาชิกปัจจุบัน 6 คน / TrueID

ในวันที่ iKON ไร้เงาหัวหน้าวง

ถ้าไม่นับ Blackpink ที่ยังคงทำรายได้มหาศาลและสร้างชื่อเสียงให้พุ่งทะยานไปถึงฝั่งตะวันตกแล้ว วงอื่นกลับถูกทิ้งจนลืมตามฉายาที่ใครๆ ก็ชอบพูดว่า “วายจีชอบดองเด็กในสังกัด” ยิ่งไอคอนเองก็เรียกว่ารับศึกหนักแบบเต็มๆ เช่นกัน ในวันที่วงไร้เงาหัวหน้าอย่างบีไอผู้เป็นเรี่ยวแรงมหาศาลที่ทำหน้าที่ทั้งแต่งเพลง เป็นโปรดิวเซอร์ ออกแบบท่าเต้น และร้องแร๊ปให้กับวง การดำเนินต่อของไอคอนก็เรียกว่าเหมือนเป็นอัมพฤกษ์ไปช่วงหนึ่ง แม้ช่วงต้นปี 2020 วงจะมีการคัมแบ๊กปล่อยเพลงออกมาแต่ก็เรียกได้ว่าคว้าน้ำเหลว ชาร์ตเพลงร่วงต่ำลงอย่างรวดเร็ว เหตุเพราะแฟนคลับส่วนหนึ่งทำใจไม่ได้ที่วงยังดึงดันใช้เพลงที่บีไอทำไว้ในการโปรโมต แม้ทางค่ายจะมีการปรับเปลี่ยนเมโลดี้และเนื้อเพลงบางส่วนแล้วก็ตาม และแม้ตัวบีไอจะรับผิดชอบด้วยการลาออกจากวงไปแล้ว แต่แฟนคลับบางส่วนก็ยังไม่ค่อยพอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นพากันหันหลังโบกมือลาวงไอคอนไปหลายคน

 

แต่แสงสว่างมักปรากฏที่ปลายอุโมงค์เสมอ เมื่อค่ายยอมให้วงไปออกรายการแข่งขันอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ความสามารถของอีก 6 หนุ่มที่เหลืออยู่อย่างวาไรตี้ ‘Kingdom’ รายการที่จับเอาวงบอยแบนด์หลายวงมาแข่งกันหาสุดยอดไอดอลในช่วงต้นปี 2021 และแม้วงจะชวดรางวัลที่หนึ่งไปแต่ก็พิสูจน์ให้แฟนๆ และวงการเคป๊อปได้เห็นว่า ไอคอนมีเพลงดังมากมายที่ฝังอยู่ในใจทุกคน และยังคงดำรงตำแหน่งเป็นไอคอนแห่งเคป๊อปได้ในที่สุด ซึ่งต่อจากนี้แฟนๆ ไอคอนิกคงต้องมาตามลุ้นกันต่อว่าเส้นทางของวงจะเดินไปในรูปแบบไหน เพราะล่าสุดอีกหนึ่งสมาชิกตำแหน่งร้องแร๊ปอย่าง ‘Bobby’ เองก็เพิ่งประกาศข่าวดีเรื่องการแต่งงานและมีเบบี๋ตัวน้อยไปแล้วด้วย

บีไอกับก้าวใหม่ในฐานะศิลปินจากค่าย IOK Music 

ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ

ย้ายกลับมาที่บีไอเองแม้ดูเหมือนหนทางชีวิตจะขรุขระและเงียบหายไปจากวงการสักพัก หากความรักในดนตรีและการร้องเพลงยังคงเป็นแรงผลักดันให้กับเขาเสมอ บีไอยังคงขีดเขียนเพลงและปล่อยเดโม่ของตัวเองใน Soundcloud เป็นระยะๆ หากนอกเหนือไปกว่าข่าวพัวพันด้านลบที่เขาต้องเจอ บีไอกลับได้รับการเสนอชื่อให้นั่งแท่นเป็นกรรมการบริษัท IOK Company สังกัดที่เต็มไปด้วยคนบันเทิงตั้งแต่นักร้อง นักแสดง และพิธีกรอีกหลายสิบชีวิต นี่คือค่ายดังที่คนในประเทศรู้จักกันดีว่ามักจะกวาดคนบันเทิงที่มีความสามารถมานั่งแท่นบริหารองค์กรด้วยกันทั้งสิ้น และแน่นอนว่าเขาตอบตกลงตำแหน่งนี้เพื่อเริ่มต้นอีกหนึ่งบทบาทของตัวเอง และเป็นการเปิดประตูก้าวเข้าสู่การเป็นนักร้องอีกครั้ง

‘Midnight Blue (Love Streaming)’ อัลบั้มแรกหลังตกเป็นข่าว / Kstar Live

ชีวิตบีไอไต่ขึ้นจากเหวลึกตามลำดับและฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความสามารถและสองแขนของเขา ยังมีเพื่อนรุ่นพี่อย่างวง ‘Epik High’ ที่ยังคงมั่นใจและชื่นชมในความสามารถของเขาได้ชักชวนให้มาร่วมงานในเพลง ‘Acceptance Speech’ ที่ปล่อยออกไปในช่วงต้นเดือนมกราคมปี 2021 โดยไม่สนว่าจะมีกระแสตีกลับหรือไม่ เพราะศิลปินด้วยกันเองรู้ดีถึงความสามารถอันแพรวพราวของเขา ซึ่งบีไอถือเป็นไอดอลรุ่นใหม่ที่ได้รับเสียงชื่นชมในความสามารถจากการเป็นไอดอลคนแรกที่ชนะรางวัลแต่งเพลงยอดเยี่ยมจาก Melon Music Awards ในปี 2018 และยังได้รับเครดิตในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์อีกมากมายจากค่ายเก่าอย่างวายจีอีกด้วย

 

จากนั้นไม่นานนักเขาเดินหน้าปล่อยซิงเกิ้ลอัลบั้ม ‘Midnight Blue (Love Streaming)’ เป็นอัลบั้มเพื่อการกุศลภายใต้ค่าย 131 Label ที่บีไอเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นสังกัดย่อยของ IOK Music กระแสของหนุ่มคนนี้เริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อ 3 เพลงในอัลบั้มบอกเล่าความหมายที่ลึกซึ้งและต้องการปลอบโยนความเหนื่อยล้าให้กับตัวเองและแฟนคลับ ข้อความที่จริงใจที่สุดส่งต่อถึงคนที่กำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก สะท้อนความเข้าใจ และเข้าถึงคนฟังได้ลึกถึงก้นบึ้งของความคิด

บีไอกับอัลบั้มล่าสุดที่มีชื่อว่า Waterfall / Kstar Live

ต่อด้วยการเชิญชวนศิลปินฝั่งตะวันตกอย่าง ‘Destiny Rogers’ และ ‘Tyla Yaweh’ มาร่วมงานในซิงเกิ้ลใหม่ แสงสว่างเริ่มสาดชัดมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อบีไอเดินหน้าปล่อยอัลบั้มเต็มทั้งหมด 12 เพลงในชื่อว่า ‘Waterfall’ ที่ยังขอแรงเพื่อนสนิทจากค่ายเก่าอย่างนักร้องพลังเสียง ‘Lee Hi’ และรุ่นพี่คนสนิทอย่าง ‘Tablo’ มาร่วมงานในอัลบั้มนี้อีกด้วย การกลับมาครั้งนี้บีไอเปลี่ยนไป เขาสุขุมและสงบมากขึ้นยามออกกล้อง หากความเป็นศิลปินอย่างเต็มตัวยังฉายชัดถึงแพชชั่นที่มี สไตล์เพลงที่เปลี่ยนไปมีการผสมผสานแนวป๊อปฟังสบาย และความเป็นโซลเข้ามาเติมเต็ม ถือเป็นการก้าวออกจากกรอบเพลงที่เรียกว่าเคป๊อปได้อย่างสิ้นเชิง

 

บทเรียนราคาแพงที่แลกมาด้วยเกือบทุกอย่าง ชีวิต ชื่อเสียง อนาคต และความฝัน สอนให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งมากขึ้น สำหรับบีไอแล้วเขาจึงไม่ใช่แค่ไอดอล แต่เขาคือตัวอย่างของชีวิตที่มีจังหวะขึ้นและลง หากสิ่งที่สำคัญคือความฝันและความไม่ยอมแพ้ที่จะฉุดตัวเองขึ้นจากปากเหวได้อีกครั้ง คงไม่สำคัญว่าล้มเมื่อไหร่ แต่ลุกได้เร็วแค่ไหนคือคำตอบของการใช้ชีวิตต่างหาก และจากนี้เราเชื่อว่าเส้นทางชีวิตของเขาจะต้องพุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดเขาอีกครั้ง เพราะไม่ว่าอย่างไรวงการเคป๊อปนี้ก็ยังต้องการคนเก่งอย่างผู้ชายที่ชื่อว่า “บีไอ” อยู่แล้ว