Oprah Winfrey
LIFESTYLE

ถูกข่มขืนและท้องก่อนวัย...กว่า Oprah Winfrey จะมาถึงจุดนี้เธอผ่านเรื่องเลวร้ายมานับไม่ถ้วน

กว่าเจ้าแม่ทอล์กโชว์จะประสบความสำเร็จในชีวิต เธอผ่านมรสุมลูกใหญ่มาแล้วหลายลูก

     การจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ คุณต้องล้มเหลวกับมันมาก่อน และมันอาจนับครั้งไม่ถ้วน กว่าที่ Oprah Winfrey จะกลายมาเป็นเจ้าแม่ทอล์กโชว์สุภาพสตรีผู้มีรายได้มหาศาลมากที่สุดในโลก เธอผ่านชีวิตย่ำแย่ต่ำเตี่ยเรี่ยดินมาอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู 

Oprah Winfrey

ภาพ: Oprah Winfrey

     ภาพเบื้องหน้าของโอปราห์คือพิธีกรหญิงแข็งกร้าวเจ้าของรายการ The Oprah Winfrey Show ที่ยิงคำถามคมกริบทะลวงถึงไส้ จังหวะการส่งคำถาม ลีลาการใช้คำ การดำเนินและประคองรายการไปจนจบ ทำให้เธอเป็นพิธีกรฝีปากกล้าที่ตีแผ่ชีวิตจริงของผู้คนได้อย่างน่าประทับใจที่สุด ถึงกับเป็นที่รู้กันดีว่าถ้าเซเลบฯ คนดังคนไหนไปออกรายการโอปราห์เมื่อไหร่ เรื่องดราม่าเข้มข้นในชีวิตจะต้องถูกนำมาตีแผ่ถึงความจริงด้วยอย่างแน่นอน อย่างตอนดังสุดๆ คือการสัมภาษณ์ราชาเพลงป๊อป Michael Jackson ที่เขาหยุดการให้สัมภาษณ์นานถึง 14 ปี ทำให้ตอนนั้นมีผู้เข้าชมมากถึง 90 ล้านคนมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ หรือจะเป็นตอนสุดเซอร์ไพรส์ที่เธอแจกรถ Pontiac G6 จำนวนหลายร้อยคันให้กับผู้เข้าร่วมรายการทุกคนในการเปิดซีซั่นที่ 19 ตามมาด้วยวลีเด็ด “You get a car, you get a car, everbody get a car” นั่นเอง

     ในด้านลีลาการสัมภาษณ์ของโอปราห์เรียกว่าปล่อยหมัดฮุกทุกครั้ง คำถามของเธอมักจะลงลึก เจ็บ จริง เสียดแทงแบบถึงราก อาจด้วยพื้นหลังครอบครัวในอดีต ชีวิตในวัยเด็ก ทำให้เธอยืนอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง มองโลกแบบที่เป็นไม่ใช่แบบที่อยากจะให้เป็น เธอจึงไม่ใช่คนโลกสวยหรือมีแต่ความคิดในแง่บวก หากเธอยึดมั่นความจริงที่มีทั้งดีและไม่ดี เหมือนโลกสีเทาที่บางครั้งดูหม่นหมองแต่หลายครั้งก็มีสีสัน เพราะชีวิตล้วนมีขึ้นและมีลงด้วยกันทั้งสิ้น 

Oprah Winfrey

ภาพ: GoodMorningAmerica

     กว่าชีวิตจะผลิดอกออกผลสวยงามแบบนี้ได้ เธอเองก็มีบาดแผลมากมายในวัยเด็กที่ส่งผลร้ายยิ่งกว่าเนื้องอก และลุกลามตามรังควานเธอดั่งเงาจนถึงปัจจุบัน ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 เดือนมกราคม ปี 1954 โอปราห์ถือกำเนิดที่เมือง Kosciusko รัฐ Mississippi จากพ่อแม่วัยรุ่นที่แยกทางกันตั้งแต่เธอยังเล็กมาก ชีวิตในวัยเด็กของเธอถูกส่งให้ไปอยู่ภายใต้การเลี้ยงดูของยายที่เธอเล่าว่า คุณยายของเธอคือเหตุผลเดียวเท่านั้นที่เธอมาถึงจุดนี้และยืนอยู่ที่นี่ได้ “เธอทำดีที่สุดเพื่อฉันในแบบที่เธอจะทำได้ ในสภาพแวดล้อมที่เติบโตมากับกลุ่มผิวสีโดยเฉพาะ การที่ลูกทุบตีเป็นเรื่องปกติมากของครอบครัว” เธอบอกว่ายายของเธอตีเธอบ้างเป็นครั้งคราว เว้นแต่ครั้งหนึ่งที่หนักสุดๆ เพราะเขาสั่งให้เธอไปตักน้ำที่บ่อเพื่อมาไว้ใช้ดื่มกิน แต่เธอดันเอานิ้วลงไปจุ่มเล่น ครั้นโดนจับได้เธอจึงปดออกไป ทำให้โอปราห์โดนหวดชุดใหญ่เป็นของตอบแทน และเพราะความยากจนยายของเธอจึงให้เธอใส่แต่เสื้อผ้าที่ทำจากกระสอบมันฝรั่ง จึงโดนคนอื่นๆ ดูแคลนอยู่บ่อยครั้ง

Oprah Winfrey

ภาพ: Pinterest     

     เธอเผยว่าวัยเด็กเธอไม่เคยปลอดภัยในบ้านของตัวเอง เธออาศัยอยู่กับยายและตา กลางดึกตาของเธอมักจะหลอนและตรงเข้ามาบีบคอยายราวกับจะฆ่าแกงกัน จากเหตุการณ์นั้นเธอต้องเอาเก้าอี้มาดันประตูไว้และเอากระป๋องน้ำมาตั้ง เพื่อเป็นสัญญาณว่าจะมีใครบุกเข้ามาเมื่อไหร่ ทำให้ตัวเธอเองเป็นคนที่นอนหลับยากและเป็นพวกรู้สึกตัวไวจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับเธอแล้วยายเป็นทุกสิ่ง เธอสอนให้โอปราห์อ่านหนังสือเป็นตั้งแต่อายุยังไม่ 3 ขวบดี และเชื่อมั่นในตัวเธอเสมอตั้งแต่เห็นเธอเล่นเป็นพิธีกรถามคำถามกับพวกตุ๊กตาเปลือกข้าวโพด “เธอทำให้ฉันรู้สึกดีกับตัวเอง” นั่นคือสิ่งที่โอปราห์เล่าเมื่อพูดถึงยายของเธอ

     หากแสงสว่างสาดส่องเธอเพียงแค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เมื่อเธออายุมากขึ้นโอปราห์ถูกส่งไปอยู่กับพ่อที่เมือง Nashville รัฐ Tennessee ในสภาพแวดล้อมที่ยากจนข้นแค้นไม่ต่างกัน ยังไม่ทันที่โอปราห์ในวัยเด็กจะตื่นขึ้นจากฝันร้าย นรกบนดินก็มีมาให้เธอได้สัมผัสกับตัว เมื่อวัย 9 ขวบเธอโดนล่วงละเมิดทางเพศและถูกกระทำชำเราจากญาติและครอบครัวของญาติบ่อยครั้ง เธอจึงเลือกหนีออกจากบ้านตอนอายุ 13 ปีเพราะทนไม่ไหวกับสภาพที่เกิดขึ้น และในช่วงอายุ 14 ปีเธอดันตั้งท้องขึ้นมาก่อนจะคลอดลูกก่อนกำหนดและต้องสูญเสียทารกไป พ่อบอกกับเธอว่า “นี่คือโอกาสครั้งที่สองของเธอนะ ที่จะทำอะไรให้มันดีขึ้นในชีวิต”

Oprah Winfrey

ภาพ: PopImage

     นี่คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่เธอเลือกที่จะไม่แต่งงาน เพราะคิดว่าตัวเองจะเป็นแม่ที่ดีไม่ได้หลังจากที่เคยเสียลูกชายไป ในขณะเดียวกันหนึ่งในนั้นคือการที่เธอสิ้นหวังกับรักแท้ หรือความรักบริสุทธิ์ที่จริงใจ เนื่องจากพ่อแม่เธอแยกทางกันตั้งแต่เด็ก เธอที่เคยถูกข่มขืนมานับครั้งไม่ถ้วนคงสิ้นหวังกับผู้ชายเลยไม่คิดที่จะแต่งงาน หากบางครั้งเธอเองก็รู้สึกชอบถ้าสามีพูดกับภรรยาดีๆ เลยออกปากถามถึงเรื่องนี้กับ Beyonce ในรายการว่า “โอเค ฉันเลือกที่จะไม่แต่งงานเองแหละ แต่ฉันชอบนะบางครั้งที่ผู้ชายพูดว่าแบบ ‘อ่อนั่นภรรยาผมครับ หรือแบบต้องซื้อนี่ไปให้ภรรยา หรือภรรยาผมโทรมา’ อะไรแบบนี้ เวลาที่คุณได้ยินประโยคแบบนี้คุณชอบมันไหม” ซึ่งบียอนเซ่ก็ตอบว่า “มันก็ดีนะคะ แต่ฉันรู้สึกว่ามันต่างกันนะแต่ละคน ฉันว่าสำคัญที่สุดคือเมกชัวร์ก่อนว่าคุณมีชีวิตของคุณเอง ก่อนจะไปเป็นภรรยาของคนอื่น”

Oprah Winfrey

ภาพ: Oprah Winfrey

     หลังมรสุมหลายลูกพัดเธอตกปากเหวมาหลายครั้ง โอปราห์เดินหน้าสู้ต่อโดยมีพ่อที่เข้มงวดเรื่องการศึกษาของเธอเป็นแรงผลักดัน เธอเข้าเรียนที่ East Nashville High School แล้วฉายแววคนดังมานับแต่นั้น ทั้งการเป็นนักเรียนเกียรตินิยม ได้รับการโหวตให้เป็นป๊อปปูล่าเกิร์ลประจำโรงเรียน และยังเข้าร่วมทีมกล่าวสุนทรพจน์ของโรงเรียนที่ทำให้เธอได้ทุนเรียนต่อที่ Tennessee State University และในตอนนั้นเองที่เธอได้โอกาสทำงานอ่านข่าวเป็นครั้งแรก ปี 1973 โอปราห์ในอายุ 19 ปีกลายเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่ได้อ่านข่าวให้กับโทรทัศน์ช่อง WTVF ต่อมาเธอโดดไปอ่านข่าวให้กับรายการ A.M. Chicago ที่ออกอากาศเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น กระทั่งกระแสตอบรับดีเกินคาดจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบแล้วกลายมาเป็น The Oprah Winfrey Show ที่ออกอากาศเต็มเวลา 1 ชั่วโมงถ้วนแทน

Oprah Winfrey

ภาพ: The Matter

     The Oprah Winfrey Show ออกอากาศตอนแรกภายใต้ชื่อใหม่เมื่อปี 1986 เป็นรายการทอล์กโชว์ตอนกลางวันที่ได้รับกระแสดีเป็นอย่างมาก เธอเลือกใช้แพลตฟอร์มนี้มุ่งเน้นและส่งเสริมในการสร้างความรู้และการพัฒนาตนให้กับประชาชน และยังมีช่วงสัมภาษณ์แขกรับเชิญมากมายเพิ่มอรรถรสในการรับชมอีกด้วย เธอได้รับรางวัลหลายครั้งอย่างการชนะรางวัล Daytime Emmy Awards จำนวน 16 ครั้ง หรือจะเป็นชนะสาขาทอล์กโชว์ยอดเยี่ยมอีก 9 ครั้ง เธอยังเคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 2 ครั้งจากหมวดหมู่นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมและภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แม้ปัจจุบันรายการโอปราห์ของเธอเองจะสิ้นสุดไปแล้ว แต่เธอยังคงเดินหน้าทำหน้าที่พิธีกรส่งมอบพลังการขับเคลื่อนชีวิตอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

Oprah Winfrey

ภาพ: Oprah Winfrey

     โอปราห์คือตัวอย่างของบุคคลที่ล้มลุกคลุกคลานมาก่อนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต เธอเลือกที่จะยืนหยัดด้วยตนเอง เพราะสิ้นหวังกับการร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เธอเรียนรู้อดีตเพื่อที่เธอจะได้ก้าวต่อไปในอนาคตด้วยความสำเร็จ ดั่งที่เธอให้สัมภาษณ์ไว้กับ Doctor Oz ว่า “เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับตัวคุณเอง มันสามารถหยิบมาใช้เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับตัวเองอีกครั้งได้ ถ้าตัวคุณอนุญาตและเปิดใจกับมันมากพอ เหตุการณ์ในอดีตเหล่านั้นทำให้ฉันพบความสุขที่สุดในทุกวันนี้”

ข้อมูล : DoctorOz, Brittanica