LIFESTYLE

88Rising ค่ายเพลงคลื่นใหม่สายเลือดเอเชียที่สาดกระทบอุตสาหกรรมดนตรีระดับโลก

การมาถึงของศิลปินภาคพื้นเอเชียภายใต้ค่าย 88Rising คลื่นลูกใหม่ในวงการระดับโลกที่ต้องทำความรู้จักและน่าจับตามอง

ในโลกที่อเมริกันชนกินพื้นที่บนอุตสาหกรรมดนตรีไปมากกว่าครึ่ง ชนชาติอื่นๆ จึงต้องลงแรงขับเคี่ยวกันอย่างแข็งขันเพื่อให้มีจุดยืนในแสงสีบนเวทีโลกกับเขาบ้าง หากเปรียบวงการดนตรีโลกตอนนี้ให้เหมือนกับหม้อซุปร้อนๆ หม้อใหญ่ก็คงจะมีรสชาติออริจินัลสไตล์ตะวันตกที่ออกไปทางเค็มหวานเพราะเน้นส่วนผสมไปที่มันฝรั่ง แครอท หัวหอม และไก่ต้ม แทนการปรุงด้วยรสชาติ แนวเพลงที่ทั้งคล้ายและต่างกันของเหล่าศิลปินสัญชาติอเมริกันสร้างรสชาติกลมกล่อมก็จริงแต่ไม่ได้เพิ่มสีสันให้กับหม้อซุปมากเท่าที่ควร จนกระทั่งค่ายเพลง 88Rising ถือกำเนิดขึ้น หม้อซุปขนาดใหญ่ที่หนักเครื่องไปทางตะวันตกก็ดูเหมือนจะต้องหันมาให้ความสนใจกับความเป็นหม่าล่าอันร้อนแรงถึงเครื่องจากภาคพื้นเอเชียดูบ้าง 

Sean Miyashiro ผู้ก่อตั้งค่าย 88Rising / BandwagonAsia

88Rising เป็นฝีมือการเคี่ยวกรำน้ำซุปหม่าล่าของ Sean Miyashiro ในปี 2015 เขามองเห็นแล้วว่าพริกที่เป็นวัตถุดิบหลักอย่างเหล่าศิลปินสายเลือดเอเชียและเอเชียอเมริกัน มีความสามารถที่แสบซ่าไม่ต่างจากศิลปินในกระแสเมนสตรีม หากคนเหล่านั้นขาดพื้นที่ในการโปรโมตและช่องทางในการเติบโต ชอนจึงคว้าโอกาสเปิดแพลตฟอร์มที่สนับสนุนเหล่าศิลปินมือดีให้เปล่งประกายและแทรกตัวเข้าสู่ตลาดอเมริกาได้อย่างแนบเนียน โดยมีออฟฟิสอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ในขณะที่ชื่อของค่ายเองก็มาจากตัวเลข 88 ที่ถือเป็นเลขนำโชคในวัฒนธรรมเอเชีย พร้อมคำว่า Rising ที่อาจจะกำลังบอกเป็นนัยๆ ว่าคนเอเชียนี่แหละที่กำลังตื่นขึ้นในระดับโลก

 

แรกๆ อาจดูเหมือนเพียงเด็กวัยรุ่นไฟแรงที่มารวมกลุ่มกันตั้งวงดนตรีทำเพลงเท่านั้น หากด้วยปณิธานอันแรงกล้าของเชฟชอนผสมเข้ากับความสามารถล้นมือของศิลปินในค่าย ความหวังที่ตั้งใจไว้ว่าจะโกอินเตอร์ก็ดูจะไม่ไกลเกินเอื้อม จะขี่ช้างทั้งทีไม่ได้จับแค่ตั๊กแตนอย่างแน่นอน ค่ายเริ่มเสาะหาคนมากฝีมือจากโลกอินเตอร์เน็ต เหล่าเด็กๆ ที่มีพรสวรรค์และพรแสวงถูกกวาดรวบรวมเป็นพลพรรคได้จำนวนหนึ่ง แม้ในช่วงแรกความหลากหลายของแนวเพลงจะยังไม่มากก็ตาม เพราะค่ายเน้นไปทางแนวเพลงฮิปฮอปอย่างศิลปิน Dumbfoundead, Keith Ape ที่ฉายแสงกว่าใครเพื่อน

กลุ่ม Higher Brothers / South China

ล่วงเข้ามาอีกหนึ่งปีค่ายจึงทยอยเพิ่มพูนจำนวนคนในทีมให้เยอะขึ้น โดยมีตัวจี๊ดอย่าง Rich Brian, Joji และ Higher Brothers เข้ามาช่วยสาดกระแสให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ทำให้เสียงตอบรับของศิลปินใน 88Rising ดีเกินคาดถึงขนาดค่ายต้องประกาศออกทัวร์รอบภูมิภาคเอเชียตามเมืองใหญ่ๆ อย่าง โซล ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ มะนิลา และแน่นอนว่ามีกรุงเทพฯ รวมอยู่ด้วย 

ศิลปินชาวอินโดนีเซีย Rich Brian / TheFepi

มาออกสตาร์ททำความรู้จักศิลปินในค่ายกันบ้าง เริ่มด้วยชาวอินโดนีเซียน ริช ไบรอัน ที่พิสูจน์มาแล้วว่าแนวเพลงฮิปฮอปไม่ได้สงวนไว้เฉพาะพวกผิวดำเท่านั้น เมื่อเขาปล่อยเดบิวต์อัลบั้มภายใต้ชื่อว่า Amen ขึ้นชาร์ต Billboard 200 ในลำดับที่ 16 และยังคว้าการเป็นที่หนึ่งในประวัติศาสตร์การเป็นศิลปินเอเชียคนแรกที่มีอัลบั้มท็อปติดชาร์ต iTunes Hip-Hop Chart เหมือนที่ Eminem เองเคยประกาศให้โลกรู้ว่าพวกผิวขาวเองก็แร็ปได้แบบที่ลืมไปว่าต้องหายใจเอาอากาศเข้าปอด แต่แน่นอนว่าไบรอันยังไม่ได้ไปถึงจุดนั้นหรอก เขายังมีอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้และหกล้มหกลุกไปในโลกกว้างอีกเยอะ กระนั้นแล้วก็ไม่ได้มีใครเด่นไปกว่าใคร เพราะผู้เสพดนตรีย่อมชื่นชอบรสชาติที่แตกต่างกัน หากเมื่อเราเปิดโอกาสให้ลิ้นและหูได้รับรู้รสชาติและเสียงเพลงใหม่ๆ ก็อาจจะทำให้พาเลตต์อาหารที่ตัวเองถืออยู่นั้นกว้างมากขึ้น

Joji ศิลปินลูกครึ่งญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย / Headline Planet

ต่อกันด้วย Joji ศิลปินภายใต้ค่ายเดียวกันลูกครึ่งญี่ปุ่น-ออสเตรเลียก็ไม่แพ้ใคร เพราะอัลบั้มเดบิวต์แรกที่มาพร้อมซิงเกิ้ล Slow Dancing in the Dark และ Yeah Right นั้นพาให้เขากลายเป็นศิลปินเอเชียคนแรกที่ขึ้นท็อปชาร์ตของ Billboard R&B และ Hip-Hop charts ได้อย่างสวยงาม แนวเพลงสไตล์อาร์แอนด์บีผสมผสานด้วย Lo-Fi (สไตล์เพลงที่มีการอัดเสียงด้วยคุณภาพต่ำ ทำให้เสียงที่ได้ออกมาก้องๆ เหมือนเปิดจากแผ่นเสียง) ของโจจิแทรกลึกถึงความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ความฟุ้งฝันราวกับล่องลอยอยู่ระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกในจินตนาการ ทำให้คนฟังได้เปิดกว้างถึงอีกมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งเขามาพร้อมเพลงดังอย่าง Gimme love และ Sanctuary ที่วัยรุ่นยุคใหม่สตรีมกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

NIKI ศิลปินชาวอินโดนีเซีย / Creative Disc

มีคนหนุ่มไฟแรงไปแล้ว มาพูดถึงศิลปินสาวกันบ้าง เพราะเธอคนนี้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอีกหนึ่งตัวเอสของค่ายนั่นคือ NIKI ศิลปินชาวอินโดนีเซีย บางคนอาจรู้จักเธอผ่าน Lisa Blackpink ที่หยิบเอาเพลง Vintage มาใช้เป็นเพลงพื้นหลังของวิดีโอ LILI's FILM #3 หากก่อนหน้าเพลงนี้จะดัง เธอเองยังฝากฝีมือด้วยการขึ้นเปิดคอนเสิร์ต Red Tour ของเจ้าแม่วงการเพลง Taylor Swift มาแล้วในวัยเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น จากนั้นไม่นานเพลงดังอย่าง Indigo และ Lowkey ก็ตามออกมาให้แฟนเพลงได้ตกใจยิ่งขึ้นไปอีกกับเทคนิคคอนโทรลเสียงของเธอ ซึ่งล่าสุดกับก้าวสำคัญคงต้องยกให้กับเพลง Every Summertime ที่เธอได้ไปร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ให้กับจักรวาลมาร์เวลอย่างเรื่อง Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings

เหล่าศิลปินในเพลง Midsummer Madness / TheIndyReview

นอกเหนือไปกว่าการเสาะหาศิลปินแล้ว อีกหนึ่งกลยุทธ์ในการผสมผสานความแตกต่างของค่าย คือการหยิบยืมและดึงเอาศิลปินมากหน้าหลายตาจากหลายค่ายมาร่วมฟีเจอริ่งและทำเพลงร่วมกับศิลปินของตน เพื่อสร้างรสชาติใหม่ๆ ให้กับวงการดนตรีในซีรีส์ที่มีชื่อว่า Head In The Clouds ซีรีส์เพลงที่เรียกว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเพลง Midsummer Madness ที่ถูกสตรีมอย่างหนักหน่วง จนต้องเกิดเป็นซีรีส์เวอร์ชั่นที่ 2 ออกมา ในส่วนของศิลปินที่เข้าร่วมงานนั้นมาจากหลากหลายประเทศด้วยกันทั้ง ภูมิ-วิภูริศ ที่ก็ได้โอกาสในการแท็กทีมกับค่าย หรือจะเป็นไอดอลอย่าง Jackson Wang, Chung Ha ไปจนถึงดีเจชื่อดังอย่าง Major Lazer และอีกมากมาย

 

สำหรับ 88Rising แล้วหน้าที่หลักไม่ใช่การกอบโกยเม็ดเงินที่จะได้จากศิลปินคนเก่ง หรือเป็นเพียงแพลตฟอร์มให้ชาวเอเชียได้แสดงความสามารถเท่านั้น แต่หมุดหมายสำคัญของประธานค่ายอย่างชอนคือการสร้างสะพานเชื่อมโลกแต่ละมุมเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ไม่เพียงแลกเปลี่ยนความสามารถและวัฒนธรรม แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นกับตาและได้ยินกับหูว่าโลกของดนตรีไม่ได้จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา หรือเพศ และสามารถที่จะรวมกันอยู่ในหม้อใบใหญ่ได้อย่างกลมกล่อมและถึงเครื่องต่างหาก 

ข้อมูล : The Indy Review, Soundcloud