FASHION

สัมภาษณ์พิเศษ Sinead Harnett ศิลปินลูกครึ่งไทยที่นำความเป็นไทยแสดงสู่สายตาคนทั้งโลก

โว้กสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับศิลปินลูกครึ่งไทย-ไอริชผู้นำกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยก้าวสู่ระดับสากล

     ทุกวันนี้วัฒนธรรมไทยพร้อมจะเดินหน้าไปสู่เวทีโลกอยู่เสมอ การพัฒนาหลายๆ ด้านทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงวัฒนธรรมของเราได้มากขึ้น แต่อีกแง่หนึ่งวัฒนธรรมไทยก็มีความละเอียดอ่อนจนกลายเป็นอุปสรรคด้านความลื่นไหลเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น “Thainess” หรือ “ความเป็นไทย” จึงมักมีปรากฏการณ์พิเศษที่จะพาอัตลักษณ์ของเราเผยแพร่สู่ระดับสากล วันนี้โว้กจึงมีสกู๊ปสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แฟนๆ ได้รู้จักกับนักร้องลูกครึ่งไทย-ไอริชที่ตอนนี้มีชื่อเสียงระดับโลก เซ็นสัญญาค่ายเดียวกับศิลปินชั้นนำ และเธอก็เป็นศิลปินนักสร้างสรรค์คนสำคัญที่พาความเป็นไทยเป็นก้าวไปสู่เวทีโลก

Sinead Harnett ศิลปินลูกครึ่งไทย-ไอริช บุคคลต้นเรื่องของเราในวันนี้ / ภาพ: @sineadharnett

     Sinead Harnett คือบุคคลต้นเรื่องของเราในวันนี้ ชื่อเต็มของเธอคือ Sinead Monica Harnett ศิลปินสัญชาติอังกฤษวัย 31 ปีที่มีเชื้อสายไทย-ไอริช ถึงแม้ว่าซิเนดจะถือสัญชาติอังกฤษแต่เธอซึมซับความเป็นไทยมาอย่างเต็มเปี่ยมเพราะเธอเติบโตมาพร้อมกับคุณแม่คนไทย และด้วยกลิ่นอายความเป็นศิลปินตั้งแต่เด็กทำให้เธอชอบจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองและครอบครัวเป็นหลัก ดังนั้นเธอจึงผสมผสานอัตลักษณ์ของตัวเองเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทยจากคุณแม่มาโดยตลอด “ความเข้มงวดตามสไตล์การเลี้ยงดูของคนเอเชียหล่อหลอมตัวตนของฉันแบบหนึ่ง แต่ก็สร้างแรงผลักดันให้ตัวฉันเองอย่างน่าแปลกใจ ฉันรู้สึกขอบคุณตรงจุดนี้นะ” ซิเนดพูดถึงการเลี้ยงดูสุดเข้มงวดของแม่ที่ทำให้เธอมาถึงจุดนี้

Sinead Harnett ในการศิลปินช่วงก่อนหน้านี้ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์สาวเปรี้ยวผมสั้น / ภาพ: SoundCloud

     ช่วงนี้ต้องบอกว่าซิเนดกลายเป็นศิลปินที่กำลังทะยานขึ้นสู่ระดับสากลแล้วแต่เส้นทางของเธอกว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่มีคำว่าง่าย.... ซิเนดเล่าให้ฟังว่า “ฉันหลงใหลในการเขียนเนื้อเพลงและฝึกร้องมาตั้งแต่ 8 ขวบ แต่มันก็ยากมากเมื่อฉันระบุตัวตนอย่างชัดเจนแล้วว่าจะเป็นศิลปินจริงจัง” แม้จะเป็นสิ่งที่เธอชอบมาตั้งแต่เด็กแต่พอต้องมาทำจริงจังกลับต้องเผชิญอุปสรรคหลายอย่าง จุดเริ่มต้นของการเป็นนักร้องคือการปล่อยเพลงของตัวเองและตรงนี้เองก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ทว่ามันไม่ได้ราบรื่นนักเพราะในช่วงแรกสาวลูกครึ่งไทยคนนี้ต้องเผชิญกับ “Imposter Syndrome” หรืออาการที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่เก่งพอหรือไม่มั่นใจตัวเองอย่างมาก นอกเหนือจากเรื่องนี้เธอก็มองว่าอยากพาไปตัวเองไปพบกับความท้าทายในอุตสาหกรรมนี้ และแล้วปี 2016 เมื่อเธอมีโอกาสได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ที่หลากหลายมากขึ้นก็เริ่มจับจุดได้และพร้อมเดินหน้าในเส้นทางนี้เต็มตัว

สไตล์ด้านแฟชั่นที่น่าสนใจเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้เธอโดดเด่น / ภาพ: @sineadharnett

     ตอนนี้กับฐานะศิลปินซิเนดต้องจึงอาศัยอยู่ระหว่างอังกฤษและลอสแอนเจลิส พาแพชชั่นในการทำดนตรีตั้งแต่เด็กเดินทางเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ด้วยแนวเพลงโซลที่เธอถนัดนั้นไม่ค่อยมีผู้หญิงชาวเอเชียในสารบบแนวเพลงแบบเธอสักเท่าไรนัก เธอพยายามศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหญิงชาวเอเชียในอุตสาหกรรมบันเทิง และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกมากขึ้น มีการยอมรับและเปิดกว้างมากขึ้น มุมมองของโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไปสอดรับกับการก้าวเดินของศิลปินผู้ทะเยอทะยานคนนี้พอดิบพอดี ซึ่งเธอเองก็บอกว่า “จริงๆ แล้วฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันปรับตัวเข้ากับเรื่องนี้ได้อย่างไร”

มุมน่ารักๆ ในการเป็นศิลปินของ Sinead Harnett / ภาพ: @sineadharnett

     จากชีวิตการเป็นศิลปินเราหันมาดูด้านชีวิตส่วนตัวของซิเนดกันบ้าง “เพื่อนฉันมักบอกว่าฉันบ้า เฮฮา เป็นผู้ฟังที่ดี และเป็นคนลึกซึ้ง ฉันมักจะเป็นคนสร้างอารมณ์ขันให้บรรยากาศต่างๆ ดีขึ้นเสมอ ในขณะเดียวกันฉันก็คิดมากและขี้กังวล แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการมีแพชชั่นมากเกี่ยวกับดนตรี” ซิเนดระบุถึงตัวตนที่แท้จริงเมื่อโว้กถามถึง นอกจากนี้เธอยังเสริมด้วยว่า “ฉันหวังให้ตัวฉันสามารถทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ดีขึ้นไปอีก ฉันรักการทำทุกอย่างให้ดีขึ้นจริงๆ” ถือว่าศิลปินสะท้อนตัวตนความมุ่งมั่นออกมาให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน

ความน่ารักแจ่มใสของ Sinead Harnett ที่สอดคล้องกับความเป็นไทยที่เธอนิยาม / ภาพ: @sineadharnett

     เมื่อรู้จักกับตัวตนของเธอแล้วเราจึงต่อยอดถึงมุมมองความเป็นไทยในตัวเธอบ้างซึ่งซิเนดก็นิยามความเป็นไทยว่า “ความเป็นไทยคือการดูแลผู้อื่น ทำให้ผู้คนสามารถยิ้มและหัวเราะได้ ให้ความสำคัญกับครอบครัวและรักในความแน่นแฟ้นกลมเกลียว” เธอมองว่าความเป็นไทยคือความโอบอ้อมอารี และตรงนี้คือจุดแข็งที่คนไทยยินดีจะให้ความช่วยเหลือ มีน้ำใจต่อคนรอบข้างและผู้อื่น “ฉันหวังว่าจะได้กรรมพันธุ์ส่วนนี้ของความเป็นไทยมานะ” ซิเนดกล่าว

เครื่องประดับศีรษะในมิวสิกวิดีโอเพลง At Your Best สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างยอดเยี่ยม / ภาพ: Ana Tanaka

     หากใครได้ชมมิวสิกวิดีโอเพลงคัฟเวอร์ Aaliyah - At Your Best ก็จะเห็นเธอสวมชฏาและลีลาการรำแบบไทย เราก็ไม่พลาดจะเจาะลึกไปกับเจ้าของผลงานว่ามีมุมมองในการนำเสนอวัฒนธรรมไทยอย่างไร ซึ่งซิเนดก็เล่าให้เราฟังว่า “ฉันได้เครื่องหัวชิ้นนี้มาจากแอลเอ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านหาครอบครัวที่รักหลังจากต้องเดินทางมาทำงานนานหลายเดือน” พร้อมทั้งเสริมว่า “ฉันภูมิใจที่เป็นคนไทย ที่จะพูดภาษาไทยถึงแม้จะพูดไม่คล่องมากนัก และที่สำคัญฉันชื่นชอบการผลักดันวัฒนธรรมไทย” นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงรากฐานครอบครัวว่าคุณแม่สะท้อนความเป็นไทยได้มากที่สุด ทั้งเรื่องการทำอาหาร การพร่ำสอนให้เธอแข็งแกร่งและเป็นตัวเอง มากไปกว่านั้นเธอยังเล่าด้วยว่า “ฉันชอบไปวัดเรียนรู้การทำสมาธิ รักการรำไทยที่มันช่างอ่อนช้อยสวยงาม สำหรับฉันการเป็นคนไทยมันหมายถึงการมีความคิดแง่บวก อ่อนน้อมถ่อมตัว ใจดีอ่อนโยน ทั้งหมดมันทำให้ความเป็นไทยน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง”

การจีบรำแบบไทยที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนอีกรูปแบบหนึ่ง / ภาพ: Ana Tanaka

     เราได้เห็นแง่มุมความเป็นไทยในตัวตนของเธอที่สอดแทรกมาในผลงานของเธอแล้ว แต่การพัฒนาวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลกไม่ใช่เกิดจากแค่อัตลักษณ์จากใครคนหนึ่งแต่หมายถึงการนำเสนอผลงานให้คนเห็นในวงกว้างหลากหลายรูปแบบ เราจึงล้วงลึกถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังที่นำเอาความเป็นไทยมาใส่ในผลงานว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรและเธอได้รับแรงบันดาลใจด้านไหนเป็นพิเศษ ซึ่งซิเนดมองว่าการทำสมาธิเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ช่วยสร้างสมดุลให้ชีวิตแม้จะรู้สึกอ่อนล้ามามากเพียงใด ศิลปะไทยต่างๆ ก็เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้เธออยากหยิบยกมันออกมานำเสนอให้ทุกคนได้เห็น เธอมองว่ามันไม่ใช่แค่สิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่แรงบันดาลใจจริงๆ ของเธอคือ “ความเป็นไทย” แบบกลมๆ มากกว่าที่สามารถเลียนล้อไปกับความลื่นไหลในโลกยุคปัจจุบันได้ นอกเหนือจากแรงบันดาลใจแล้วเบื้องหลังที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของความเป็นไทยคือเรื่องอาหาร ซึ่งซิเนดมองว่าสิ่งนี้เองคือเบื้องหลังความกลมเกลียวที่ผสานคนเข้าด้วยกัน “ไม่มีครอบครัวไหนสมบูรณ์แบบ แต่อาหารไทยหลอมรวมคนเข้าด้วยกัน” ศิลปินเชื้อสายไทยภูมิใจนำเสนอเรื่องอาหารไม่แพ้ความโดดเด่นด้านอื่นๆ เลยทีเดียว

ภาพในอินสตาแกรมของ Sinead Harnett ที่เป็นกระบอกเสียงเรียกร้องความยุติธรรมให้ชาวเอเชีย และสนับสนุนให้คนเอเชียกล้าจะเปล่งเสียงของตัวเองมากขึ้น / ภาพ: @sineadharnett

     “ฉันไฮไลต์ด้านความเป็นไทยของฉันอยู่เสมอและมันทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ” เธอกล่าวเปิดประเด็นเรื่องผลักดันวัฒนธรรมไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลพร้อมทั้งเสริมว่า “ฉันใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีในการสร้างความตระหนักว่ามันสำคัญมากที่ใช้ความเป็นไทยรูปแบบต่างๆ ในหลากหลายโอกาส” มากไปกว่าแนวคิดแล้วเธอยังลงมือทำด้วยการสร้างฐานความรู้ใหม่ๆ ให้คนรู้จักวัฒนธรรมเรามากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนสามารถทำได้ในบริบทของตัวเอง “เรื่องสำคัญคือมันถึงเวลาที่ต้องพูดว่าคนไทยไม่ได้เป็นตามที่ถูกตีกรอบกำหนดนิยามไว้แคบๆ ในสังคม พวกเราเป็นอะไรมากกว่านั้น ซึ่งหมายถึงวัฒนธรรมอันยอดเยี่ยมที่ทุกคนต้องเห็น รับฟัง และสนับสนุน” ซิเนดพูดถึงการเดินหน้าสร้างความโมเดิร์นให้กับวัฒนธรรมไม่ใช่แค่ของไทย แต่หมายถึงของคนเอเชียหรือแม้แต่ของกลุ่มสังคมอื่นทั่วโลก และทุกอย่างก็ต้องเริ่มจากตัวเราที่กล้าจะนำเสนอมันออกไปด้วยตัวเองจริงๆ

โปรไฟล์ของ Sinead Harnett ในหน้าเว็บไซต์สังกัด Right Hand สังกัดเดียวกับ Khalid / ภาพ: Right Hand

     ตอนนี้นอกจากเรื่องการเดินหน้าของวัฒนธรรมแล้วการเดินทางของซิเนดก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะเธอบอกกับเราว่าอยากจะสร้างผลงานให้แพร่กระจายในวงกว้างมากขึ้นและอยากจะมีโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ในการเป็นศิลปิน “ฉันอยากจะทำให้โลกนี้ดีขึ้นด้วยเสียงเพลง มันคือหนทางที่ดีที่สุดที่ใช้สิทธิพิเศษในการมีแพลตฟอร์มพิเศษเหนือกว่าคนอื่น” ตอนนี้นับว่าเธอประสบความสำเร็จในด้านนี้ในระดับหนึ่งแล้วเพราะซิเนดอยู่สังกัด Right Hand ซึ่งเป็นสังกัดเดียวกับ Khalid ศิลปินระดับท็อปของโลกเจ้าของเพลงฮิต Talk, Location และอีกมากมาย ความฝันของเธอเป็นจริงมาส่วนหนึ่งแล้ว ตอนนี้เธอกำลังไขว่คว้าเป้าหมายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อมาไกลขนาดนี้เราจึงย้อนถามกลับไปว่า “ถ้าตอนนี้ไม่เป็นศิลปินจะทำอะไรอยู่” เธอก็ตอบให้เห็นถึงความโอบอ้อมอารีตามนิยามคนไทยที่เธอนิยามเลยว่า “คงจะช่วยสังคมให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ อยากจะทำงานกับเด็ก เป็นนักกิจกรรมที่ช่วยโลกและพัฒนามนุษย์ ฉันคิดว่าเป้าหมายในชีวิตคนเราคือการสร้างโลกที่ดีขึ้น”

ผลงานล่าสุดของ Sinead Harnett ที่รอแรงสนับสนุนจากทุกคนวันนี้ / ภาพ: @sineadharnett

     สุดท้ายกับความคิดถึงประเทศไทย...ซิเนดบอกกับเราว่า “ฉันมีความฝันอยากจะแสดงดนตรีที่ประเทศไทย เมื่อไหร่ที่สามารถทำได้ฉันจะมุ่งมาที่ประเทศไทยและทำให้ทุกคนรับรู้ว่าฉันภูมิใจแค่ไหนที่เป็นคนไทย” ตอนนี้เธอเองก็เดินหน้าในเส้นทางศิลปินเต็มตัว กำลังจะออกอัลบั้มและเริ่มทัวร์เร็วๆ นี้อยากให้แฟนๆ ติดตาม และทิ้งท้ายถึงแฟนๆ ชาวไทยด้วยว่า “ขอบคุณมากที่เข้ามาอ่านบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ ถ้าใครยังไม่รู้จักฉันจนกระทั่งวันนี้ อยากให้รู้ไว้นะว่าฉันต่อสู้เพื่อสร้างความตระหนักให้ทุกคนรับรู้ถึงความงดงามของคนไทยและวัฒนธรรมอันยอดเยี่ยมของประเทศของเรา ฉันหวังว่าเราจะได้กินผัดไทยด้วยกันเร็วๆ นี้นะ” หากใครต้องการติดตามศิลปินลูกครึ่งไทยคนนี้สามารถติดตามเธอได้ทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม @sineadharnett หรือช่องยูทูบ Sinead Harnett