FASHION

Richard Biedul ทนายความสุดฮอตจากเมืองผู้ดีวัย 36 ปี ที่โปรไฟล์เพอร์เฟกต์ครบทุกด้าน

Richard Biedul หนุ่มสุดฮอตชาวอังกฤษที่พลิกชีวิตตัวเองในวัยเกือบ 30 จนได้ดีจนถึงทุกวันนี้

     ถ้าพูดถึงนายแบบของโลกแฟชั่น เราคงจินตนาการถึงหนุ่มวัยกระเตาะมาในมาดความสดใหม่พร้อมนำเสนอทุกแง่มุมของแต่ละแบรนด์ แต่ใช่ว่าจะมีแต่หนุ่มวัย 20 ต้นๆ เท่านั้น เพราะนายแบบรุ่นเก๋าอายุเกิน 35 ปีก็มีดีไม่เสื่อมคลายเช่นกัน วันนี้โว้กจะนำเสนอหนุ่มเก๋าสุดฮอตที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการนายแบบจนกลายเป็นมิวส์ของแบรนด์สายซาร์ทอเรียลสุดเนี้ยบมากมาย ถ่ายแคมเปญนับไม่ถ้วน และมีดีกรีประดับโปรไฟล์จากสำนักดังชนิดเต็มหน้าพอร์ตโฟลิโอ เขาคือใครและสามารถยืนหยัดอยู่ในวงการนี้ได้อย่างแข็งแกร่งแม้อายุจะแซงหน้าเหล่านายแบบรุ่นใหม่ประมาณ 10 ปีอย่างไร ติดตามอ่านในบทความนี้ได้เลย!

     บุคคลที่เราจะพูดถึงกันวันนี้ Richard Biedul หนุ่มหล่อมาดเท่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเกาะอังกฤษ เขาเกิดวันที่ 1 เมษายน 1984 ปัจจุบันอายุก็ก้าวเข้าเลข 36 เรียบร้อยแล้ว เด็กจากกรุงลอนดอนอยู่ในครอบครัวแม่เป็นนักกฎหมายและพ่อเป็นช่างยนต์ ชีวิตของริชาร์ดคงเหมือนเด็กทั่วๆ ไปในช่วงวัยเด็กเรียนโรงเรียนตามหลักสูตรการศึกษาใน ต่อมาก็เรียนด้านกฎหมายพอจบออกมาก็เริ่มทำงานตรงสายทันทีในฐานะทนายหนุ่มไฟแรง เขาได้พื้นฐานกฎหมายจากคุณแม่ตั้งแต่เด็กเหมือนส่งผ่านกันทางสายเลือดทีเดียว ณ ตอนนั้นการเป็นนายแบบและเข้าสู่วงการแฟชั่นไม่อยู่ในความคิดของเขาแม้แต่น้อย

     ทนายหนุ่มทำงานในกรุงลอนดอนซึ่งฟังแล้วก็ดูเป็นผู้ชายโปรไฟล์เพอร์เฟกต์ คนส่วนมากก็คิดว่านี่คือเส้นทางอันมั่นคงที่เด็กหนุ่มทุกคนควรเลือกเดินเพราะเส้นทางนี้จะปูทางให้ชีวิตอยู่ในระดับยอดเยี่ยมตั้งแต่อายุน้อยๆ ไปจนถึงวัยเกษียณเลยทีเดียว ทว่าชีวิตมั่นคง ราบรื่น และไม่หวือหวามากนักของการเป็นทนายอาจไม่ตอบโจทย์เขาที่สุด ริชาร์ดไม่ใช่หนุ่มนักกฎหมายที่แค่ดูภูมิฐานมีมิติความเนี้ยบกริบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เขายังไปปาร์ตี้สนุกสนานตามประสาหนุ่มวัยทำงานช่วงต้น และด้วยไลฟ์สไตล์ด้านเช่นนี้ก็ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

     “แมวมองเล็งเห็นผมที่ผับแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนตอนช่วงค่ำหลังเลิกงาน ผมไม่เคยมองว่าตัวเองดูดีเลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเป็นนายแบบ...แทบไม่เคยอยู่ในหัว มันจึงน่าตกใจมากที่สิ่งนี้เกิดขึ้น” ริชาร์ดให้สัมภาษณ์กับ FASHION BEANS เว็บไซต์แฟชั่นชื่อดัง มากไปกว่านั้นเขายังเล่ากับอีกหนึ่งสำนักแฟชั่นฟังว่า “ผมทำงาน 2 อาชีพไปด้วยกันในเวลาสั้นๆ นายแบบเป็นแค่งานพาร์ทไทม์ แต่งานหลักมันอย่างทนายก็ต้องโฟกัสมากๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะประสบความสำเร็จผมต้องเลือก!” ถึงจุดนี้ผู้อ่านคงเดากันถูกใช่ไหมว่าเขาเลือกอะไร...ใช่! เขาเลือกเส้นทางนายแบบเต็มตัว “ผมทำงานควบกันได้สักพัก หลังจากมีประสบการณ์เดินที่ลอนดอน มิลาน และปารีส 6 เดือนหลังจากนั้นผมก็ย้ายไปนิวยอร์กทันที”

     “ความโดดเด่นที่ตัวเองมองว่าไม่โดดเด่น” เขามีเอกลักษณ์เฉพาะโดยเฉพาะเรื่องสไตล์และรูปร่างหน้าตา ด้วยวัย 27 ย่าง 28 ปีมันไม่ง่ายเลยที่เหล่าโมเดลลิ่งจะจับจ้องคุณตาเป็นมันและต้องการเซ็นสัญญาระยะยาว แต่ริชาร์ดเป็นหนึ่งในคนพิเศษ “ผมไม่ได้มีรูปร่างที่ดีนัก(ณ ตอนนั้น) ผมยาว แถมยังไว้หนวด ไม่ใช่ชายตามคำจำกัดความของนายแบบเลยแม้แต่น้อย” ถ้าถามว่าเขามีไอดอลเป็นใครเขาก็เผยทันทีว่าทุกอย่างที่เห็นในตัวเขานั้นได้รับอิทธิพลมาจากคุณพ่อเยอะมาก เขาบอกว่าพ่อเขาก็เป็นแบบนี้ในเวอร์ชั่นที่ทำมานานก่อนเขาเกิดเสียด้วยซ้ำ แต่คาแรกเตอร์อันโดดเด่นที่เจ้าตัวไม่คาดคิดคือกุญแจดอกสำคัญที่ผลักดันให้เขายังคงยืนในวงการได้อย่างมั่นคง

     หลังจากเจาะลึกถึงประวัติส่วนตัวกันไปมากแล้วหันมาดูด้านผลงานกันบ้าง ริขาร์ดคือนายแบบหน้าใหม่แต่อายุอยู่ในรุ่นเก๋า ช่วงต้นของอาชีพนายแบบเขารับงานจากทั้ง Berluti, Brioni และแบรนด์เสื้อผ้าคลาสสิกฝั่งบุรุษอีกมากมาย ถือว่ามาใหม่แต่เปิดตัวค่อนข้างแรง หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นที่รู้จักในวงการอย่างแพร่หลายมากขึ้น คนเริ่มจดจำในคาแรกเตอร์แตกต่างนี้ เหล่าแบรนด์ชั้นนำจะจำได้เสมอว่าหากอยากได้นายแบบคาแรกเตอร์แบบหนุ่มเนี้ยบคลาสสิกแต่มีกลิ่นอายความเป็นหนุ่มแบดบอยแบบมีระดับริชาร์ดคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

     ผลงานไฮไลต์อื่นๆ ก็มาแน่นขนัดชนิดหาหนุ่มคนไหนเทียบชั้นด้วยยาก อย่างปี 2015 เขาร่วมงานกับทั้ง Liu Wen และ Naomi Campbell ภายใต้แบรนด์ La Perla ซึ่งถือเป็นเฟสผู้ชายคนแรกอีกด้วย ถัดมาปี 2016 models.com จัดอันดับให้เขาเป็นนายแบบที่กวาดรายได้สูงสุดในระดับต้นๆ ปี 2017 ติดอันดับชายที่แต่งกายดีที่สุดประจำของนิตยสาร GQ หลายประเทศทั่วโลก และเมื่อปีที่แล้วก็รับบทเป็นโฮสต์รายการสารคดี 5 ตอนที่เจาะลึกด้านการออกแบบของวงการแฟชั่น จะเห็นได้ว่าเมื่อเวลาผ่านความโดดเด่นด้านการเป็นนายแบบยังคงเป็นจุดเด่น แต่เขาเพิ่มทักษะด้านครีเอทีฟขึ้นด้วยจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานเกือบ 10 ปี

     พอเราเห็นผลงานต่างๆ นานาก็สะดุดตากับ “Best Dressed” ซึ่งทำให้เราต้องหันไปดูความน่าสนใจในการถ่ายทอดศิลปะแฟชั่นของเขาอย่างละเอียด เขามีไดนามิกลูกเล่นระหว่างช่วงกลางวันสลับกับลุคกลางคืนอย่างเหมาะสมมีกาลเทศะ ข้อคิดสำคัญที่ริชาร์ดบอกกับทั้งชายและหญิงคือในยามกลางวันความสบายมักมาก่อนความเป็นทางการ แต่ถ้างานกลางคืนโอเวอร์เดรสไว้ย่อมดีกว่าอันเดอร์เดรสเสมอ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่ใช่ไม้แขวนเสื้อเพื่อให้คนรับชมเสื้อผ้าบนเรือนร่างของเขา แต่เขามีเซนส์ด้านแฟชั่นและหลักคิดเพียงพอจะถ่ายทอดออกมาด้วยความหนักแน่น หนุ่มวัย 36 กะรัตจึงอยู่ยั้งยืนยงในวงการนี้พร้อมหลากหลายสถานะรวมถึงบทบาทอย่างยืนยง

     เมื่ออายุเลย 35 ปีขึ้นไปผู้ชายหลายคนเริ่มจะละเลยเรื่องการดูแลตัวเอง ความห่วงหล่อไม่ได้หนักแน่นเท่าตอนหนุ่มๆ สำหรับริชาร์ดกลับยังดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ เขาพกตั้งแต่ที่ระงับกลิ่นกายแบรนด์ดังเรื่อยไปจนถึงน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ตกแต่งผม มากไปกว่านั้นเชื่อไหมว่าหนุ่มหล่อไว้หนวดเครามาดแมสคิวลีนจ๋าๆ จะพกดินสอเขียนคิ้วด้วย เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “มันไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทั่วไปของผู้ชายหรอกแต่เมื่อลองใช้จะรู้ว่ามันขาดไม่ได้อีกต่อไป” เพราะฉะนั้นเรารู้เลยว่าคำว่าเซออย่างมีสไตล์ต้องหมั่นดูแลตัวเองไม่ใช่การปล่อยเนื้อปล่อยตัวแต่อย่างใด

     แม้จะเป็นรุ่นใหญ่ในวงการที่เปี่ยมด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิแต่เขาก็ไม่ละเลยที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอด เขาติดตามแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ สไตลิสต์ และดีไซเนอร์เพื่อหาแรงบันดาลใจอยู่เสมอ ริชาร์ดคือหนุ่มมากเสน่ห์ผู้ช่างสมบูรณ์เพอร์เฟกต์ในทุกด้าน ไล่ตั้งแต่เรื่องรูปร่างหน้าตา ความเฉลียวฉลาด และสำคัญที่สุดคือเรื่องแฟชั่น เขาอาจไม่ใช่สุดยอดดาราดังหรือเซเลบริตี้แถวหน้าของโลก แต่ความเป็นตัวเองพาเขามาถึงจุดนี้และจะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ อย่างสวยงามแน่นอน ด้วยวัย 36 ปีหลายคนอาจจะร้างลาวงการหรืออย่างน้อยก็มีบทบาทลดแผ่วลง ทว่าสำหรับชายคนนี้เขายังแข็งแกร่งและลื่นไหลไปตามกระแสสังคมได้อย่างลงตัวโดยไม่ต้องลดทอนตัวตนของตัวเองแม้แต่นิดเดียว “ริชาร์ด บีดุล”

 

ข้อมูล: FASHION BEANS, ICON, Famous Birthdays, Journal.London และ models.com

ภาพ: Courtesy of Richard Biedul