FASHION

เธอคือใคร...ทำความรู้จัก Jaime Xie ดาวรุ่งดวงใหม่จากเรียลลิตี้โชว์ Bling Empire

เธอคือแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์วัยเพียง 22 ปี ที่กำลังมาแรงที่สุดคนหนึ่งตอนนี้

     ดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมทันทีหลังจากที่ออกอากาศไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับเรียลิตี้โชว์ที่ชื่อว่า "Bling Empire" เรียลิตี้ใหม่แกะกล่องทางสตรีมมิ่ง Netflix ที่มีความยาวทั้งหมด 8 ตอนด้วยกัน เป็นการเล่าเรื่องของกลุ่มเพื่อนเศรษฐีเชื้อสายเอเชีย ที่อาศัยอยู่ในเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งความน่าสนใจของเรียลิตี้โชว์ดังกล่าวที่เหมือนกับถอดแบบมาจากภาพยนตร์ Crazy Rich Asians (แต่เด็ดกว่า) ทุกระเบียดนิ้วนั้น ก็เห็นจะหนีไม่พ้นเหล่าตัวละครผู้ร่วมแสดงอยู่ในเรียลิตี้โชว์ดังกล่าว ที่มีตั้งแต่ ภรรยาของศัลยแพทย์ชื่อดังที่สืบทอดสายสกุลมาจากราชวงศ์ซ่งของประเทศจีน, ทายาทธุรกิจน้ำมันจากสิงคโปร์ ไปจนถึงลูกของเศรษฐีขายอาวุธด้านการป้องกันประเทศ แต่ที่หลายคนสะดุดตามากที่สุดก็เห็นจะหนีไม่พ้น Jaime Xie ลูกสาวนักธุรกิจพันล้าน ที่พ่อของเธอทำงานอยู่ที่ซิลิคอนแวลลีย์ กับสไตล์การแต่งตัวของเธอที่ทำให้เธอก้าวเข้ามาอยู่ในกระแสนิยมอีกครั้งในเวลานี้...

     เธอไม่ใช่คนดังหน้าใหม่อะไรทั้งนั้น...เพราะหากใครได้ย้อนกลับไปดูประวัติของเธอก็จะพบว่า เธอคืออินฟลูเอ็นเซอร์วัย 22 ปี ที่หลายคนคุ้นหน้ากันดีอยู่แล้วจากการปรากฏตัวตามฟรอนต์โรว์ในโชว์ของแบรนด์แฟชั่นชื่อดังทั้ง Chanel, Dior และ Valentino ที่สไตล์ของเธอสามารถที่จะดึงดูดความสนใจเหล่าช่างภาพสายสตรีตให้รัวชัตเตอร์ใส่เธอได้อยู่ทุกครั้งไป ซึ่งในครั้งนี้เธอก็ได้ต่อสายตรงจากแคลิฟอร์เนียถึงโว้กอเมริกา พร้อมยอมรับว่า ถ้าให้เลือกระหว่างปรากฏตัวบนจอโทรทัศน์ กับนั่งอยู่หน้าฟรอนต์โรว์ของแฟชั่นโชว์แล้ว เธอขอเลือกฟรอนต์โรว์ของแฟชั่นโชว์ดีกว่า เพราะมันทำให้เธอรู้สึกมีความสุขทุกครั้ง เธอชอบบรรยากาศความบ้าคลั่งวุ่นวายเกิดขึ้นอยู่รอบตัวเธอในงานแฟชั่นโชว์ ซึ่งเธอก็ตกหลุมรักบรรยากาศแบบนั้นตั้งแต่ครั้งแรก จนทำให้เธอรู้ตัวทันทีว่า เธออยากจะเดินทางไปดูแฟชั่นโชว์ทุกฤดูกาลเลยด้วยซ้ำ

     แม้ว่าเจมี่จะเป็นที่รู้จักในฐานะของอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านแฟชั่น แต่ภูมิหลังของเธอก็ไม่ได้เติบโตมาใกล้เคียงกับเมืองหลวงแห่งแฟชั่น หรือการใช้ชีวิตยึดโยงกับอุตสาหกรรมแฟชั่นเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอคือลูกสาวของผู้ประกอบการเทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทำให้เธอได้รับการเลี้ยงดูในซิลิคอนแวลลีย์ ที่ล้อมรอบไปด้วยเทคโนโลยีมากกว่าเสื้อผ้า และการศึกษาที่ทางบ้านกำหนดให้ นั่นทำให้ความสามารถแรกที่โดดเด่นของเธอไม่ใช่เรื่องของแฟชั่น หรือเสื้อผ้าแต่อย่างใด หากเป็นเรื่องของ “การขี่ม้า” ที่เธอสามารถกลายเป็นนักกีฬาขี่ม้าระดับแชมป์ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาตลอดช่วงวัยรุ่นของเธอ จนสามารถคว้าอันดับหนึ่งของประเทศมาได้ในการแข่งขันสหพันธ์ขี่ม้าของสหรัฐอเมริกา (USEF) Small Junior Hunter 16-17 Division กระนั้นหลังจากที่ประสบความสำเร็จด้านการเป็นนักกีฬาขี่ม้าแล้ว เธอก็หันมาสนใจในเรื่องของดีไซน์ การออกแบบ และแฟชั่นในเวลาต่อมา โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวเรื่องราวของแฟชั่นในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเธอเอาไว้ว่า “ตอนที่ฉันยังเด็กฉันจะสวมเสื้อแบรนด์ Abercrombie และ Hollister เสมอ ซึ่งเป็นของที่เด็กๆ ในโรงเรียนมัธยมของฉันซื้อมาสวมใส่เป็นปกติ แต่เมื่อโตขึ้นแฟชั่นก็ไม่ได้กลายเป็นจุดสนใจของครอบครัวของฉันสักเท่าไหร่ มีเพียงแม่ของฉันเท่านั้นที่ชอบเสื้อผ้า และการช็อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในครอบครัว แต่ก็เหมือนกับคนส่วนใหญ่ เพราะเธอไม่ได้ลงทุนมากเกินไป นั่นทำให้ฉันได้คุ้นเคย และค้นพบบางสิ่งในสินค้าประเภทลักชัวรีที่แม่ฉันชอบซื้อเข้าบ้าน และเข้าใจความแตกต่างของความคิดสร้างสรรค์ และวิธีการทางวิสัยทัศน์ของนักออกแบบที่สามารถนำไปสู่เสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแท้จริง”

     ไม่เพียงแค่ชื่นชอบในเรื่องราวของแฟชั่นอย่างผิวเผินเท่านั้น หากเจมี่ยังได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล CFDA และผู้ได้รับรางวัล LVMH อีกด้วย พร้อมดูภาพผลงานคอลเล็กชั่นต่างๆ ทั้งหมดผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเธอได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เธอเองตกหลุมรักสิ่งที่เรียกว่าแฟชั่นเป็นครั้งแรกๆ ว่า “ตอนนั้นฉันกำลังท่องเว็บไซต์ Style.com และเห็นภาพทั้งหมดจากการแสดงบนรันเวย์ แม้ว่าตอนนั้นฉันจะยังไม่เคยไปร่วมงานใดๆ เลย แต่ฉันกลับชอบที่จะได้เห็นสิ่งเหล่านั้นที่นักออกแบบคิดขึ้นมา ฉันจำได้ว่าหมกมุ่นอยู่กับรองเท้า Charlotte Olympia ที่ส้นเท้าเหมือนกรงเล็กๆ จนต้องกดสั่งซื้อในที่สุด ซึ่งรองเท้าคู่นี้ก็เลยกลายเป็นรองเท้าคู่แรกที่ฉันคิดว่าเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้จริง ทำให้ฉันใกล้ชิดกับสไตล์ และแฟชั่นมากขึ้น และฉันก็ได้สวมมันในงานสำเร็จการศึกษาเกรดแปดของฉันกับชุดเดรสสั้นสีขาวในที่สุด”

     ทว่านั่นก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นตลอดช่วงชีวิตมัธยมปลายของเจมี่ ไสตล์การแต่งตัวของเธอก็เริ่มโดดเด่นออกมาจากผู้คนจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด ไปพร้อมๆ กับบล็อกของเธอที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งที่ในปี 2014 หลังจากที่หลายคนเริ่มเห็นความนิยมที่เกิดขึ้นบนช่อง Youtube และ Instagram ของเธอ จึงต่างลงความเห็นว่าเธอควรทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการนำเสนอมุมมองด้านแฟชั่นของเธอผ่านออนไลน์อย่างจริงจังเสียที ซึ่งเธอก็คิดเช่นเดียวกันว่า “ฉันสนุกกับการได้เห็นสิ่งที่ฉันโพสต์ และฉันคิดว่าคนอื่น ๆ อาจจะชอบดูการอัปเดตของฉันด้วยเหมือนกัน” ซึ่งเธอเลือกที่จะแบ่งการนำเสนอสไตล์อันโดดเด่นของเธอออกเป็น 2 แพลตฟอร์ม โดยแยกออกจากกันอย่างชัดเจน นั่นคือบนบัญชีอินสตาแกรม ทุกคนจะได้เห็นเธอนำเสนอแฟชั่นที่โดดเด่นของเธอ ขณะที่บนช่อง YouTube เธอจะให้มุมมองกว้างๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมการช็อปปิ้งของเธอ ผ่านรายการประเภท Unboxing เพื่อที่ว่าเธอจะได้เรียบรู้การตอบสนองบนโซเชียลมีเดียทั้ง 2 แพลตฟอร์มไปในเวลาเดียวกันด้วยนั่นเอง ซึ่งเจมี่ก็ได้เล่าประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับแพลตฟอร์มออนไลน์เอาไว้ว่า “ตอนที่ฉันโพสต์คลิปวิดีโอแรก(บนยูทูป)ฉันไม่รู้เลยว่า ผู้คนจะตอบสนองต่อเนื้อหาประเภทนั้นมากขนาดนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกทึ่งมากนะ เพราะคลิปแกะกล่องของฉันมันไม่มีอะไรไปมากกว่าการพูดถึงเสื้อผ้าที่ฉันซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว คนไม่ต้องรู้จักฉันก็ได้ ฉันสามารถดึงดูดความสนใจของคนดูจากชื่อเรื่องในคลิปนั้นๆ ก็แค่นั้น ในขณะที่อินสตาแกรมจะช่วยให้คุณได้นำเสนอเรื่องราวในชีวิตประจำวันของคุณจริงๆ ตัวตนของคุณ และความรู้สึกนึกคิดของคุณในรูปแบบของภาพนิ่งที่ผ่านการตกแต่งตามที่ต้องการได้”

     อาจกล่าวได้ว่าสิ่งที่เจมี่นำเสนอบนโซเชียลมีเดียของเธอนั้น คือภาพรวมเกี่ยวกับสไตล์ของเธอแบบกระชับ ทั้งการการแต่งสีบนรูปภาพ สไตล์การแต่งตัวของเธอ ไปจนถึงภาพถ่ายแบบเซลฟี่ที่ดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ยังคงเป็นสิ่งที่ใครก็เลียนแบบได้ยากอีกด้วย เจมี่นับเป็นแฟชั่นอินฟลูเอ็นเซอร์อีกหนึ่งคนที่เปิดรับความหลากหลายอย่างกว้างขวาง เธอบอกว่า เธอเป็นพวกที่เปิดใจใส่อะไรก็ได้ “ฉันไม่มีสไตล์ที่เฉพาะเจาะจง มีแค่เสื้อผ้าและไอเท็มที่สามารถดึงดูดสายตา และดึงดูดความสนใจของฉันได้เท่านั้น สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับฉันคือ เสื้อผ้าที่แตกต่างจากสิ่งที่ฉันเคยเห็นมาก่อน หรืออาจมีอยู่แล้วในตู้ของฉัน” โดยเฉพาะผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่นับเป็นสิ่งที่เจมี่โปรดปรานมากที่สุด เพราะเธอชอบที่จะแสวงหาแบรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เล็กๆ ไปจนถึงแบรนด์ระดับท้องถิ่น เธอเล่าต่อไปว่า “ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าเมื่อพวกเขาได้พาแบรนด์ของตัวเองข้ามผ่านเข้าสู่กระแสหลักได้สำเร็จ และคุณคือคนที่ติดตามพวกเขามาตั้งแต่เริ่มต้น ยกตัวอย่างเช่น ฉันจำได้ว่าฉันเคยหมกมุ่นอยู่กับแบรนด์ Peter Do ก่อนที่ต่อมาจะได้พบพวกเขาที่ LVMH ซึ่งพวกเขาต่างตกใจมากเมื่อฉันเอ่ยปากว่าฉันรู้จักแบรนด์ของคุณทั้งหมดตั้งแต่ต้นแล้ว” ซึ่งนิสัยการแสวงหาความท้าทายใหม่ๆ นี้เอง ที่เปิดประตูให้เธอได้ก้าวไปสู่บันไดขั้นใหม่กับการร่วมงานกับเรียลิตี้โชว์ Bling Empire ที่เธอยอมรับกับโว้กอเมริกาว่า เธอรู้สึกกังวลใจอย่างมากในตอนแรกที่จะตอบตกลง...

     กระนั้นเธอก็ยินดีรับความท้าทายใหม่ในที่สุด ด้วยเหตุผลที่ว่า “มันแตกต่างจากสิ่งที่ฉันเคยทำมาก่อนอย่างสิ้นเชิง มันเป็นประสบการณ์ที่ดี แต่การถ่ายทำโดยทีมงานกล้องนั้น ก็นับเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจไม่น้อย เพราะการบันทึกการสนทนาของคุณที้ถูกล้อมรอบไปด้วยทีมงานคุณไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฉันเข้าไปในนั้นโดยไม่ได้คาดหวัง หรือเตรียมตัวเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉันไม่เคยดู หรือติดตามเรียลิตี้โชว์ประเภทนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นรายการของบ้าน Kardashians หรือซีรีส์ Housewives อะไรนั่น แต่พอชีวิตต้องเผชิญกับ COVID-19 จนต้องกักตัวอยู่บ้าน ในที่สุดฉันก็ได้ดู KUWTK เสียที” เธอตอบเสียดสีสถานการณ์ในตอนนี้เล็กๆ

     และก่อนที่จะจบบทสนทนาอันยืดยาวในครั้งนี้ เธอเตือนโว้กอเมริกาผ่านสายโทรศัพท์ครั้งนี้เอาไว้ว่า "อย่าได้หวังว่าจะเห็นฉันพลิกโต๊ะโยนแชมเปญต่อหน้าเพื่อนร่วมห้อง หรือเข้าไปพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวทางอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้ฉันจะรู้ว่าพวกเขาสามารถตัดต่อเรื่องต่างๆ ให้กลายเป็นดราม่าได้ก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่ฉัน" เธอกล่าวพร้อมกับหัวเราะ เจมี่ทิ้งท้ายด้วยโครงการที่เธอสนใจอยากจะทำทั้งในเรื่องของแฟชั่น และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเธอได้แง้มทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ฉันอยากจะลองสร้างสรรค์ไลน์ไอเท็มอย่างแว่นกันแดดดูบ้าง แต่ฉันก็หลงใหลในการกินเพื่อสุขภาพ และการใช้ชีวิตแบบคลีนๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งมันคงจะดีไม่น้อยหากคนเราจะหาแบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพเจอง่ายๆ เหมือนกับที่หาดีไซเนอร์หน้าใหม่เจอง่ายๆ นอกจากนี้แล้วครอบครัวของฉันและฉันยังได้มีส่วนร่วมในการทำบุญผ่านมูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไรชื่อ Xie ซึ่งนั่นก็สำคัญสำหรับฉันเช่นกัน ฉันต้องการทำมากกว่าแค่การสร้างคอนเทนต์ เพราะสิ่งนี้ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันได้เสมอ ตราบใดก็ตามที่ฉันรู้สึกสนุกไปกับมัน  และฉันเชื่อว่ามันจะมีหนทางให้ฉันได้ทำมากขึ้นไปกว่านี้ และมีอะไรอีกมากมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้ฉันด้วยเช่นกัน”

ข้อมูล : Vogue US / Janelle Okwodu
ภาพ : Yoshi Uemur

คีย์เวิร์ด: #JaimeXie #Netflix #BlingEmpire