FASHION

เมื่อผู้ก่อตั้ง Jacquemus กลายเป็นเหยื่อ โดนเหยียดจากกลุ่มเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน

แม้ว่าเราจะยืนอยู่ในปี 2021 แต่การต่อสู้เพื่อความหลากหลายก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเบาบางลงแม้แต่น้อย...

     ต้องยอมรับว่าในปี 2021 นี้ การยอมรับในความหลากหลายทางเพศดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะหลายคนก็คงจะคุ้นชินกับการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินขบวนในเดือน Pride Month ของทุกปี ไปจนถึงกระแสของนายแบบ Androgynous หรือแม้แต่ล่าสุดที่นิตยสารโว้กอเมริกาจับศิลปินหนุ่มสุดฮอตอย่าง Harry Styles มาแปลงโฉมใส้เสื้อผ้าซิลูเอตสุดเฟมินีนขึ้นปกแบบฉายเดี่ยวเป็นครั้งแรก สร้างประวัติศาสตรืในรอบ 127 ปี เพื่อยืนยัน และเบลอเส้นเขตแดนระหว่างเพศให้เลือนรางลง ทว่าสิ่งนั้นก็ยังไม่ใช่ชัยชนะสิ้นสุดใดๆ เพราะกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศก็ยังจะคงต้องต่อสู้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เฉกเช่นกับเหตุการณ์นี้

     หากใครได้สังเกตอินสตาแกรมในช่วงที่ผ่านมา เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มกราคม 2021 Simon Porte Jacquemus ดีไซเนอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่น Jacquemus ได้เผยแพร่ภาพถ่ายกับแฟนหนุ่มของเขา Marco Maestri บนบัญชีอินสตาแกรม ที่เราได้เห็นรอยยิ้มขณะที่ทั้งคู่จูบกัน และภาพถ่ายดังกล่าวก็ยังได้รับการถูกใจไปมากกว่า 400,000 ไลก์ กระนั้นก็ยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดเห็นอันหลากหลาย รวมไปถึงกลุ่มคนที่เกลียดชังคนรักเพศเดียวกัน ที่เข้ามาคอมเมนต์ความคิดเห็นไปในด้านลบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความด่าทอ อิโมจิภาพอาเจียน และอีกมากมาย ที่แสดงถึงการคุกคาม พร้อมสร้าง Hate Speech ให้แพร่ขยายไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นประเด็นสุดร้อนแรงจนถึงตอนนี้

     ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ซิมงก็ได้ออกมาตอกกลับความคิดเห็นเหยียดเพศผ่านไอจีสตอรี่ส่วนตัวของเขา เพื่อเป็นการประณามพฤติกรรมของกลุ่มคนเหล่านี้ที่เข้ามาระรานพื้นที่ของเขา ด้วยการจั่วหัวคำสำคัญที่เป็นวลีติดปากของใครหลายคนว่า “ความรักชนะเสมอ” พร้อมภาพของคอมเมนต์ด้านลบเหล่านั้นที่ถูกเรียงต่อเนื่องกันเป็นเรื่องราว และปักหมุดเอาไว้บนหน้าโปรไฟล์ของอินสตาแกรมของเขา เพื่อที่จะเก็บเอาไว้ไม่ให้หายไปใน 24 ชั่วโมง เป็นบทเรียนให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง พร้อมย้ำเตือนว่า การเป็นกลุ่มคนที่รักเพศเดียวกันนั้นไม่ใช่อาชญากรรม หรือเรื่องผิดแต่อย่างใดในยุคสมัยนี้ พร้อมยืนยันด้วยข้อความที่พิมพ์ลงไปในหน้าหนึ่งของไอจีสตอรี่ว่า “เขาจะยังคงแบ่งปันความรัก และความสุขให้มากขึ้นไปกว่าเดิมอีก” และเขายังเท้าความกลับไปในช่วงที่เขายังเรียนอยู่ ที่เขาได้เปิดเผยว่าเขามักจะโดนบูลลี่อยู่เสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่แม่ของเขาสอนเขามาตลอดก็คือ “รอยยิ้มของเขาคืออาวุธที่ดีที่สุดในชีวิต จงอย่าหยุดยิ้ม” นั่นเป็นคำสอนที่เขาไม่เคยลืม ก่อนจะปิดเรื่องราวในไอจีสตอรี่ดังกล่าวด้วยภาพจูบสุดดูดดื่มระหว่างเขา และแฟนหนุ่ม กับแคปชั่นง่ายๆ ตัวใหญ่ๆ ว่า “PROUND” เพื่อส่งสารถึงใครก็ตามที่พยายามแสดงความคิดเห็นในด้านลบต่อเขา

     จริงๆ แล้วนี่เป็นแค่หนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับคนในอุตสาหกรรมแฟชั่นเท่านั้น ยังมีเหยื่อจากการถูกคุกคาม ระราน และบูลลี่ในประเด็นของความหลากหลายอีกมากที่ยังคงต้องต่อสู้กันต่อไปดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่สิ่งที่เราต่างต้องถามตัวเองกลับในเวลานี้ก็คือ มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องสร้างวัฒนธรรมความลื่นไหลทางเพศขึ้นมาให้กลายเป็นเรื่องปรกติ เพื่อยอมรับความหลากหลาย และความเท่าเทียมกันของความเป็นมนุษย์ได้แล้ว เพราะท้ายที่สุดแล้ว “เพศสถานะ” ของมนุษย์ในยุคนี้มันไปไกลกว่าที่บรรทัดฐานสังคมเก่าจะตามทันแล้วจริงๆ

ข้อมูล : Tetu.com
ภาพ : Jacquemus

คีย์เวิร์ด: #Jacquemus #Homophobia