FASHION

เสพแฟชั่นอย่างไรให้ยั่งยืน…รักษ์โลก 4 หนทางสู่ความยั่งยืนในโลกแฟชั่นโดยไม่ต้องละทิ้งสไตล์

เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นวาระสำคัญ คนแฟชั่นก็ต้องตื่นรู้ และลงมืออย่างจริงจังเช่นเดียวกัน

     เมื่อไม่นานมานี้เกิดกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการรณรงค์ให้ยุติการสนับสนุนแบรนด์ฟาสต์ แฟชั่นระดับโลกแบรนด์หนึ่งเนื่องจากพบว่าทางแบรนด์มีกระบวนการผลิตอันไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีปัญหาการให้ค่าตอบแทนการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม จนกลายเป็นการจุดติดกระแสการตั้งคำถามที่ท้าทายกับโลกแฟชั่นข้นมาอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับโลกแฟชั่น และความยั่งยืนสิ่งแวดล้อมที่ดูเหมือนจะมีท่าทีสวนทางกัน

     ทราบหรือไม่ว่าในแต่ละปีขยะที่เกิดจากอุตสาหกรรมแฟชั่นคิดเป็นร้อยละ 20 ของขยะทั้งหมดของโลก และนี่อาจจะเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างขยะให้กับโลกเป็นอันดับต้น ยังไม่นับรวมถึงการสร้างมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศ แหล่งน้ำ หรือพื้นดิน แต่ตอนนี้ยังไม่สายที่คุณจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรักษาความยั่งยืนแก่โลก แต่ยังไม่ละทิ้งความมีสไตล์ของคุณไป

 

ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเทรนด์ตลอดเวลา

     กระแสแฟชั่นเป็นสิ่งหวือหวา ดูน่าสนใจ แต่มิใช่ว่าคุณจะต้องวิ่งตามกระแสที่เกิดขึ้นดั่งวิ่งตามเงา เพราะนอกจากจะทำให้คุณต้องเสียเงินมากเกินจำเป็นแล้ว คุณอาจจะได้สิ่งของที่ไม่เข้ากับสไตล์ของคุณ และสุดท้ายมันจะกลายเป็นขยะอีกชิ้นนึงที่สร้างมลภาวะเพิ่มให้กับโลก การตามกระแสแฟชั่นให้สนุกคือการเลือกดูสิ่งที่น่าสนใจ และนำมาปรับประยุกต์ให้เข้ากับตัวคุณจะดีทั้งกับตัวคุณ และสิ่งแวดล้อมมากกว่า

 

ก่อนซื้อของใหม่ ต้องตัดใจจากของเก่า

     คุณควรจะมีกฎเหล็กกับตนเองเพื่อไม่ให้คุณจะเลือกช้อปไอเท็มใหม่ คุณควรจะต้องเลือกไอเท็มเก่าที่คุณคิดว่าคุณจะไม่ได้ใช้อย่างแน่นอนออกมา เพื่อนำไปขายหรือส่งต่อให้กับคนอื่นที่อาจจะสนใจของชิ้นนั้น เพื่อให้สินค้าแฟชั่นได้เกิดการหมุนเวียนผู้ใช้งาน จากที่ทุกคนจะต้องซื้อสินค้าชิ้นที่ผลิตใหม่ตลอดเวลา ปรับให้เป็นการหมุนเวียนเจ้าของ ความต้องการตลาดน้อยลง การผลิตก็จะน้อยลงเช่นเดียวกัน

 

ตามกระแสด้วยเสื้อผ้ามือสอง

     วัฏจักรแฟชั่นมักจะวนกลับมาอยู่เสมอ อย่างในปัจจุบันแฟชั่นยุค 90s ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง หากคุณต้องการตามกระแสแฟชั่น ไม่จำเป็นว่าที่คุณจะต้องช้อปสินค้าใหม่เสมอไป คุณอาจจะลองกลับไปค้นตู้เสื้อผ้าของพี่สาว หรือมองหาสินค้ามือสองที่อาจจะสามารถนำมาประยุกต์ให้กลับมาสวมใส่ได้ใหม่ สินค้ามือสองเหล่านั้นจะได้ไม่ต้องกลับไปเป็นมลพิษแก่ธรรมชาติ

 

FAST FASHION ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป

     แม้ว่าที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ฟาสต์ แฟชั่นอาจจะถูกมองว่าเป็นศัตรูกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม แต่ในปัจจุบันฟาสต์ แฟชั่นหลายแบรนด์ก็เริ่มตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และเริ่มออกมาตรการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างเช่น ZARA ทีได้ร่วมลงนามกับสหประชาชาติในการบรรลุข้อตกลงเรื่องการมุ่งเน้นความยั่งยืนทางสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเริ่มสร้างผลิตภัณฑ์กลุ่ม JOIN LIFE ที่ใช้กระบวนการ และวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

     ฟาก H&M ก็ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดการดำเนินธุรกิจจากการผลิตสินค้าฟาสต์ แฟชั่นให้กลายเป็นสินค้า Circular Fashion System หรือระบบแฟชั่นหมุนเวียน โดยเลือกเส้นใยวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ปรับเปลี่ยนการออกแบบให้สามารถใช้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีเป้าหมายที่จะลดการใช้สารเคมี และการใช้น้ำในกระบวนการผลิตต่อไป

     ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสากลที่ทุกคนควรจะมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่เพียงผู้คนในอุตสาหกรรมแฟชั่น หรือผู้บริโภคสินค้าแฟชั่นเพียงเท่านั้น ร่วมมือช่วยกันแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็ช่วยเพิ่มความยั่งยืนให้สิ่งแวดล้อม และโลกของเราได้อย่างมหาศาล

ข้อมูล : techsauce.com, springnews.com, greenspace.org, zara.com และ hmgroup.com

คีย์เวิร์ด: #Vogue101 #Sustainability