FASHION

จับเข่าคุยเบื้องลึกกับ Greyhound Original ไขรหัสความสำเร็จในวงการแฟชั่นไทยตลอด 40 ปี!

ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย GREYHOUND ORIGINAL โว้กไม่พลาดจับเข่าคุยเรื่องราวเบื้องหลังตลอด 40 ปีที่ผ่านมา พร้อมไขรหัสความสำเร็จที่มำให้แบรนด์ยังคงยืนหยัดมาได้ถึงเวลานี้...

     ว่ากันว่ามนุษย์ในวัย 40 ปี นับเป็นมนุษย์ที่มีเสน่ห์ที่สุด และน่าค้นหาที่สุด มนุษย์ในวัยนี้จะว่าแก่ก็ไม่ใช่ จะว่าเด็กก็ยิ่งไม่ใช่อีก หากช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่อยู่ตรงกลางระหว่างการผ่านร้อนหนาวมาอย่างโชกโชน กับความกระตือรือร้นที่พร้อมจะค้นหาความหมายของชีวิตอยู่เสมอ นั่นจึงอาจเรียกได้ว่าเป็น “ความพอดิบพอดีที่ลงตัว” ที่จะผ่านเข้ามาเพียงครั้งเดียวชั่วชีวิต เฉกเช่นที่โว้กประเทศไทยได้ค้นพบระหว่างบรรทัดของบทสนทนาอันยาวเหยียดกับ ฐิติภูมิ วงศ์เกียรติขจร Marketing and Development Director และ บี-บดินทร์ อภิมาน ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ Greyhound Original ที่เราชวนมานั่งคุยในวาระครบรอบ 40 ปี ท่ามกลางบรรยากาศแวดล้อมด้วยแสงไฟสลัวให้ความรู้สึกอบอุ่นในร้าน Greyhound Café สาขาสยามเซ็นเตอร์อันคุ้นเคย...

     ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากถือกำเนิดเปิดสาขาแรกที่สยามเซ็นเตอร์ แบรนด์ GREYHOUND ORIGINAL ได้แตกยอดต่อสาขาออกเป็นธุรกิจอีกมากมายยิ่งไปกว่า “แฟชั่น” ที่หลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี จากจุดเริ่มต้นในปี 1980 กับคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าผู้ชาย สู่ปี 1990 กับการเบนเข็มสู่การเปิดตัวคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงครั้งแรก ก่อนที่ในปี 1997 GREYHOUND ORIGINAL จะได้ลองออกนอกกรอบอีกครั้ง หันมาชิมลางสนามธุรกิจไลฟ์สไตล์กินดื่ม ด้วยการเปิดร้านอาหารร้านแรกพร้อมกันกับห้าง ดิ เอ็มโพเรียม แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะลืมรากที่เกิดมา เพราะในปี 2010 พวกเขายังหันกลับมาแตกสาขาแบรนด์แฟชั่นอีกครั้ง พร้อมเปิดตัว SMILEYHOUND กับภาพจำโลโก้รูปสุนัขเอาไว้รองรับกลุ่มลูกค้าที่กว้างมากขึ้นจากฐานเดิม หรือกระทั่งการปลุกปั้น Greyhound Coffee เมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย ดังนั้นที่ว่า “โชกโชน” ก็คงไม่ผิด เพราะที่กล่าวไปเป็นเพียงเส้นไทม์ไลน์หลักเท่านั้น หากระหว่างทาง GREYHOUND ยังสนุกสนานกับการลองผิดลองถูก ร่วมงานกับแบรนด์อื่นไปทั่ว ที่ได้ผลลัพธ์ตอบแทนเป็นประสบการณ์ที่ทำให้แบรนด์นี้ขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยจนถึงตอนนี้

     “จริงๆ แล้วแบรนด์ของเราแบ่งปันความเชื่อเดียวกัน นั่นก็คือ Life can be simple, but never boring ซึ่งเป็นแท็กไลน์ที่เราใช้มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นทุกๆ อย่างที่เราแตกไลน์ไปทำ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม มันก็จะมีอัตลักษณ์สำคัญบางอย่างของความเป็น GREYHOUND ORIGINAL อยู่ในนั้นเหมือนกันหมดเสมอ อย่างเมนูก๋วยเตี๋ยวห่อหมูสับของร้านอาหาร เราก็รื้อสร้างมันใหม่ทั้งหมด ซึ่งตรงนี้เองที่เป็นอัตลักษณ์เดียวกันกับ GREYHOUND ORIGINAL ที่ได้มาแฝงตัวอยู่ในไลน์ร้านอาหาร” นี่คือสิ่งที่คุณฐิติภูมิย้ำให้ทางโว้กฟังอีกครั้งเพื่อคลายข้อสงสัยในช่วงแรกๆ ที่เราเริ่มบทสนทนากัน...ก่อนที่โว้กจะโยนคำถามสำคัญไปกลางโต๊ะอาหารกลางวันในครั้งนี้ว่า “แล้วคนแบบไหนกันที่จะเดินเข้ามาใช้บริการเครือ GREYHOUND”...

     ราวกับได้ขลุกตัวอยู่กับสถิติข้อมูลการซื้อขายเชิงลึกมาแล้วนับไม่ถ้วน ยังไม่ทันสิ้นคำถามคุณฐิติภูมิก็นิยามคำตอบขึ้นมาทันทีว่า “สำหรับลูกค้าด้านแฟชั่นก็คงจะต้องเป็นคนที่มีลักษณะ Sophisticated นิดนึง ค่อนข้างจะมีสไตล์เป็นของตัวเอง รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ซึ่งในสัดส่วนการซื้อขายแล้วเราก็จะเห็นว่า มีกลุ่มลูกค้าผู้ชายมีจำนวนมากกว่าผู้หญิงไม่มากนัก อีกทั้งปัจจัยด้านอายุก็จะอยู่ระหว่างวัยรุ่น กับวัยเริ่มทำงาน ซึ่งแตกต่างจากส่วนของ SMILEYHOUND ที่จะเป็นกลุ่มคนที่ชอบอะไรที่มีความเรียบมากกว่าออริจินัล จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนรู้สึกว่าสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า”

     จากข้อมูลที่เราได้ และท่าทางความมั่นใจของหัวหน้าผู้คุมทิศทางด้านการตลาดของแบรนด์ ไม่ชวนให้เราสงสัยเลยแม้แต่น้อยว่า พวกเขายืนหยัดมาได้อย่างไรถึง 40 ปี เพราะแม้แต่คุณบีที่รับหน้าที่เป็นโต้โผใหญ่ด้านแฟชั่นให้กับแบรนด์ ยังได้แทรกเสียงกลั้วหัวเราะเข้ามาระหว่างทางของบทสนทนาในครั้งนี้ พร้อมยอมรับว่าตนเป็นดีไซเนอร์ที่ต้องตามอ่านสถิติเหล่านี้ตลอดเวลา และทำให้ปวดหัวอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังได้พบข้องสังเกตน่าสนใจอย่าง “หลายคนอาจจะบอกว่า GREYHOUND ORIGINAL เป็นแบรนด์ที่เรียบ แต่ของที่เราขายได้ส่วนใหญ่กลับไม่ใช่ของเรียบเลย คนส่วนมากติดใจความมาสคิวลีนในเสื้อผ้าผู้หญิงที่หาที่อื่นไม่ได้แล้ว ก็ต้องมาที่ GREYHOUND ORIGINAL แห่งนี้ หรือแม้แต่เสื้อเชิ้ตผู้ชายที่เป็นกราฟฟิกต่างๆ ที่หลายคนก็ชื่นชอบ ทำให้เราจับทางการดีไซน์ที่ถูกต้องตามความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น” ที่ยังส่งผลให้แบรนด์สัญชาติไทยแบรนด์นี้ สามารถฝ่าวิกฤติการณ์สารพัดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาได้ กระทั่งวิกฤตการณ์โรคระบาดครั้งล่าสุดที่ยังคงไม่จบง่ายๆ

ภาพบรรยากาศของ Greyhound Cafe ที่ได้รับการตกแต่งเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 40 ปีแบรนด์ GREYHOUND ORIGINAL

 

     “จะบอกว่าอย่างไรดี คือธุรกิจของเราตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เราทำแต่ออฟไลน์ตลอด ในส่วนของออนไลน์เราทำแต่ก็ไปแตะแค่เบาๆ ผิวๆ เท่านั้น จนเราลืมนึกถึง และคิดไปเองว่า มันคงยังอีกยาวไกล อีกไกลตัวกว่าที่ธุรกิจออนไลน์จะโตได้สมบูรณ์ คงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร แต่เชื่อไหมว่าพอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามา มันกลายเป็นเหมือนปัจจัยเร่งที่บังคับเราทุกคนเลยว่า เราต้องกระโดดเข้าไปทำออนไลน์แบบเต็มตัวแล้ว เพราะเราไม่สามารถวางขายสินค้าหน้าร้านได้เลย เพราะในมิติของออฟไลน์ร้านต้องปิดหมด ดังนั้นรายได้ทุกอย่างก็จะมาจากช่องทางออนไลน์เพียงทางเดียว ประกอบกับที่เว็บไซต์ของเราเสร็จพอดี ทีมมาร์เก็ตติ้งจึงต้องนั่งปวดหัวใหญ่ว่าจะหากลยุทธ์อะไรมารับมือกับร้านค้าออนไลน์ แม้แต่ตัวดีไซเนอร์เอง จากที่ปีหนึ่งเคยทำถึง 2 คอลเล็กชั่น ช่วงโควิดก็ต้องทำงานรายสัปดาห์ เพราะเราก็เริ่มทำธุรกิจพรีออร์เดอร์ในช่วงนั้นด้วย ซึ่งก็กลายเป็นการทำงานที่เราต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส แม้กระทั่งพนักงานหน้าร้านเอง แทนที่พอร้านต้องปิดไปแล้วเขาจะไม่ได้ทำอะไร แต่เราก็ได้ยักย้ายถ่ายเทให้เขามาทำหน้าที่ตอบลูกค้าผ่านแชททางออนไลน์แทน เราตั้งทีมจริงจัง 24 ชั่วโมง แบ่งกันเป็นกะไป ซึ่งพวกเขาก็มีความสุขนะที่ได้สแตนบายรอลูกค้า”

     ไม่เพียงแค่ในมิติของการเงิน และการตลาดเท่านั้น ที่ต้องตั้งรับผลกระทบในครั้งนี้ หากคุณบียังได้ยอมรับกับเราว่า “ปกติแล้วเมื่อก่อนเราอาจจะคิดงานกันล่วงหน้า 1 ปี แต่ตอนนี้เราต้องคิดจากปัจจุบันที่เกิดขึ้นตอนนี้เลย เราต้องมองว่าลูกค้าต้องการอะไรในตอนนี้ และสิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดในการขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ก็คือ “แพทเทิร์น” เพราะบนโลกออนไลน์เราไม่สามารถที่จะมีไซส์ชาร์ตที่ละเอียดได้มากขนาดนั้น (อย่างที่เราเคยมีเมื่อตอนขายหน้าร้าน) เราจึงต้องทำให้แพทเทิร์นของเรามีความเรียบง่ายมากขึ้น เพื่อลดทอนความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นกับเราเอง และลูกค้าของเรา” หลังจบประโยคดังกล่าว โว้กพิจารณาได้ทันทีว่า นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่คือความรับผิดชอบ ที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจลูกค้าเป็นอันดับแรกได้อย่างน่าประทับใจต่างหาก

อีกหนึ่งไลน์แฟชั่นสำคัญของเครือ GREYHOUND นามว่า SMILEYHOUND ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2010

 

     แม้ว่าคุณบีจะออกตัวว่าทำงานใต้ร่มเงาของ GREYHOUND ORIGINAL มาได้เพียง 14 ปี แต่เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนั้น สำหรับคนที่ต้องใช้หัวคิดด้านความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานอยู่ตลอดเวลา เขาจะมีความกลัวที่จะถูกครหาว่าทำงาน “ซ้ำ” กับของเก่าที่เคยมีมาแล้วหรือไม่...

     “เราไม่กลัวนะ เพราะว่ามันซ้ำอยู่แล้ว ด้วยวิธีการ หรือซิกเนเจอร์บางอย่าง มันซ้ำอยู่แล้วแน่นอน บางทีเรายังทำงานแบบนี้ที่ว่า ให้ดึงผลงานเก่ากลับมาใช้ใหม่ด้วยซ้ำ เพราะในมุมมองของเราเห็นว่า เรามีคอลเล็กชั่นในโกดังมากถึง 40 ปี เราลองทำอะไรมาเยอะมาก ยกตัวอย่างคอลเล็กชั่นล่าสุด Autumn/Winter 2021 ที่เราใช้ชื่อว่า Greyhound Archive เป็นการสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ซึ่งเรานั่งคุยกับน้องๆ ในทีมแล้วว่า แบรนด์เราทำเสื้อผ้ามาตั้ง 40 ปี เราไม่เห็นต้องมีคอนเซปต์อะไรใหม่เลย ลองดึงพวกงานเก่าๆ ของแบรนด์กลับมาทำให้มันดูชัดเจนขึ้นดีไหม ซึ่งพอคิดแค่นี้เราก็รู้สึกว่าสนุกขึ้นมาแล้ว” คุณบีพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น และไม่กลัว “ซ้ำ” อย่างที่เขาบอกไว้ในตอนแรก ก่อนที่เขาจะเสริมความต่อไปในฐานะที่เป็นคนแฟชั่นมาถึง 14 ปีว่า ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มแฟชั่นไทยดีไซเนอร์ก็ได้ลองทำอะไรมากมายไม่ต่างจากแบรนด์ GREYHOUND ORIGINAL เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บางแบรนด์ดูดตขึ้น หรือบางแบรนด์ก็ดูเด็กลง กระทั่งบางแบรนด์ยังเกิดแรงกระเพื่อม สั่นคลอนเมื่อต้องเปลี่ยนดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ด้วยซ้ำ แต่สำหรับ GREYHOUND ORIGINAL แล้ว โครงสร้างทางดีเอ็นเอที่สั่งสมมาอย่างแข็งแรงได้กลายเป็นเครื่องยืนยันว่า ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร อัตลักษณ์ที่ชัดเจนจะนำทางแบรนด์ไปในทางที่ถูกต้อง และเป็นตัวเองเสมอ

คอลเล็กชั่นคอลลาบอเรชั่นระหว่าง GREYHOUND ORIGINAL และ IKEA สะท้อนคอนเซปต์สำคัญอย่าง From Fashion To Life ได้อย่างชัดเจน

 

     และเมื่อถามถึงคอลเล็กชั่นสุดประทับใจ คุณบีก็ขายตรงกับเราทันทีถึงโปรเจกต์ I HAVE A DREAM ที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ใหญ่เฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของแบรนด์ กับการรวบรวมเด็กด้อยโอกาสมาถ่ายแฟชั่นเซ็ตคอลเล็กชั่นล่าสุด เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือสานฝันให้เด็กเหล่านี้เป็นจริงต่อไป ก่อนที่เราจะได้ยินเสียงคุณฐิติภูมิแทรกเข้ามาสำทับอีกแรงว่า “เราจะปล่อยออกมาเรื่อยๆ เริ่มจากที่เราได้ไปร่วมทำงานกับ IKEA ที่ผ่านมา จนถึง I HAVE A DREAM อันนี้ แล้วต่อไปก็จะมีโปรเจกต์ของ SMILEYHOUND และร้านอาหาร Greyhound Café ที่ทั้งหมดจะร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระครบรอบ 4 ทศวรรษของแบรนด์ครั้งนี้ ซึ่งจะมีงานครั้งใหญ่จัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2020 นี้ ซึ่งจะเป็นการเปิดตัวว่า ทศวรรษต่อไปของ GREYHOUND จะเป็นอย่างไร และเราจะทำอะไรต่อบ้าง”

ภาพแฟชั่นเซ็ตคอลเล็กชั่น I HAVE A DREAM ฉลองครบรอบ 40 ปีจากแบรนด์ GREYHOUND ORIGINAL

 

     แต่ก่อนที่จะเดินทางไปถึงอนาคต (ที่วางไว้ของแบรนด์) เราก็ไม่ลืมที่จะถามคำถามวัดใจทิ้งท้ายบทสนทนากลางโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารซิกเนเจอร์ของ Greyhound Café ว่า “ทั้ง 2 คนคิดว่า GREYHOUND มาถึงเส้นชัยหรือยัง”...ทั้งคู่เงียบไปสักครู่ กับสีหน้าครุ่นคิดก่อนที่จะพรายคำตอบแสนละเมียดละไมออกมาให้โว้กได้ฟังว่า

     ฐิติภูมิ วงศ์เกียรติขจร : เอ้อ...เป็นคำถามที่ต้องใช้เวลาคิดเนอะ พี่ว่าเรามีเส้นชัยใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เราถึงเส้นชัยของเราทุกปี แล้วทุกครั้งมันก็จะมีเส้นชัยใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอให้เราอยากไปถึงอีก มีเส้นทางใหม่ๆ ให้เราอยากเดินอยู่ตลอดเวลา ปักธงไปเรื่อยๆ เราไม่อยากทิ้งเส้นทางไหนเลย แต่ก็ต้องดูความพร้อมว่าเราควรจะไปตรงไหนก่อนแค่นั้น และที่สำคัญคือเราจะมีแค่แพสชั่นในการทำงานดีไซน์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีองค์ความรู้ทางด้านธุรกิจติดมาด้วยพอสมควร เพราะตลาดสมัยนี้แข่งขันกันสูงมาก ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์

     บดินทร์ อภิมาน : ไม่ต่างกันครับคือ เราตั้งเป้าหมายใหม่เสมอ พอเราทำอันนี้เสร็จ เราก็จะต้องคิดใหม่แล้วว่า เราจะไปไหนต่อ เราจะคุยกันเรื่องพวกนี้เสมอ แล้วเราก็จะปักธงไปเรื่อยๆ บนเส้นทางใหม่ๆ สนุกดี...

คีย์เวิร์ด: #GreyhoundOriginal #Greyhound40thAnniversary