FASHION

ถอดแฟชั่นจากภาพยนตร์ Grease ทรงผมเยิ้มเจลของชายหนุ่ม และกระโปรงพลีตยาวของหญิงสาว

แฟชั่นยุค 50s ในภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นต้นแบบแห่งการปลดแอก และยังคงส่งอิทธิพลมายังโลกแฟชั่นในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง

แม้จะผ่านเวลามามากกว่า 40 ปีแล้วนับตั้งแต่ภาพยนตร์มิวสิคัลเรื่อง Grease ออกฉาย หายความเก๋าเกมส์ยังคงเป็นกระแสต่อเนื่องให้พูดถึงไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา และแม้พล็อตหนังนั้นจะเป็นแนวรักใสๆ ในช่วงไฮสกูลที่สุดแสนจะเดาทางออกก็ตาม หากเคมีที่เข้ากันได้ดีของคู่พระนางอย่าง John Travolta และ Olivia Newton-John กลับส่งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังผ่านกาลเวลาและขึ้นหิ้งเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์มิวสิคัลที่ควรชมจนได้ 

Sandy Olsson และ Danny Zuko รับบทโดย Olivia Newton-John และ John Travolta / Gids TV

ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าความรักแง่งอนของคู่รักขั้วตรงข้ามในวัยทีนระหว่าง Danny Zuko แบดบอยหนุ่มหัวหน้าแก๊งค์เด็กจิ๊กโก๋ T-Birds กับสาวสวยเรียบร้อยแสนดีจากประเทศออสเตรเลียอย่าง Sandy Olsson ทั้งคู่พบรักกันระหว่างช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ หลังต้องลาจากกันได้ไม่ทันไรทั้งสองก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งที่โรงเรียนมัธยมปลาย Rydell High School หากเมื่อเจอกันครั้งนี้แดนนี่พ่อหนุ่มนักรักช่างเย้าแหย่กลับทำตัวเฉยเมยต่อแซนดี้ผู้เดียงสา ด้วยเขาต้องรักษาภาพลักษณ์เท่ๆ ของหัวหน้าแก๊งค์เอาไว้ ในขณะที่สาวเจ้าไม่เข้าใจทำได้แต่งอนและปัดไปมา ทำเอาแดนนี่ต้องเดินหน้าง้อให้เกิดเป็นเรื่องราวน่ารักและมิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อนขึ้น โดยมีรหัสทางวัฒนธรรมอย่างการแต่งกาย เพลง และทรงผม สอดแทรกในเนื้อเรื่องไปตลอดทั้งภาพยนตร์

 

จุดเริ่มต้นของสไตล์ Greaser 

แฟชั่นจัดจ้านในยุคของ Grease คือช่วงประมาณปี 50s เป็นช่วงยุคที่เหล่ากลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองเริ่มต้องการการปลกแอกทางวัฒนธรรม เห็นได้จาก T-Birds กลุ่มจิ๊กโก๋ Greaser ที่พกหวีของฝั่งพระเอก และกลุ่มจิ๊กกี๋ที่พกแป้งของ Pink Ladies จากฝั่งนางเอก ทั้งสองกลุ่มนี้ถือเป็นหัวโจกของโรงเรียนที่นำเทรนด์ด้านแฟชั่นการแต่งกาย และเลือกที่จะขบถต่อประเพณีและกฎเกณฑ์ในสมัยนั้น

แก๊งค์ T-Birds กับการแต่งตัวสไตล์ Greaser / Series TV

กลุ่มหนุ่มขาโจ๋ T-Birds กับการแสดงออกถึงการไม่อยู่ในกรอบทั้งชื่นชอบการซิ่งรถเป็นงานประจำ และแต่งตัวสุดเท่เป็นงานอดิเรก แก๊งค์นี้มาพร้อมกับแจกเก็ตหนังสีดำ กางเกงยีนส์ และเสื้อยืดรัดรูปด้านใน ในขณะที่ทรงผมปาดเจลมันเยิ้มในสไตล์ของนักร้องคนดัง Elvis Presley เองก็ถือเป็นหัวใจหลักของหนุ่มสุดคูลในยุคนั้นเลยก็ว่าได้

แก๊งค์ Pink Ladies กับสไตล์จัดจ้านนำเทรนด์ /Smooth Radio

ส่วนกลุ่มสาวซ่า Pink Ladies นั้นมาพร้อมความแสบสันของเฉดสี ทั้งแจกเก็ตสีชมพูดสกรีนชื่อกลุ่มด้านหลังอันเป็นเอกลักษณ์ หรือแม้แต่การเลือกใส่กางเกงขาสั้นที่แหวกกฎเกณฑ์ในช่วงนั้นก็ตาม กระทั่งการหยิบเอาผ้ามาผูกที่คอเป็นแอ็กเซสเซอรี่ ต่อด้วยเมกอัพสีจัดจ้านและลิปสติกสีแดงสด รวมไปถึงทรงผมตัดสั้นดัดลอนที่เรียกว่านำเทรนด์สุดๆ

Sandy Olsson เปลี่ยนภาพลักษณ์จากสาวเรียบร้อยสู่ Female Greaser สุดแซ่บ / The Telegraph

ในขณะที่แซนดี้หรือนางเอกคนสวยของเราเป็นดั่งภาพสะท้อนของกลุ่มวัยรุ่นและขนมธรรมเนียม จากการแต่งตัวที่เป็นไปตามสมัยอยู่ในกรอบอย่างกระโปรงพลีตยาวคลุมเข่า พร้อมเสื้อคาร์ดิแกนสีนู้ดกับผมยาวม้วนเป็นลอนสวย ส่วนฝั่งผู้ชายก็จะเน้นไปที่กางเกงขายาว เสื้อเชิ้ตคอปกหรือเสื้อคาร์ดิแกน หากในท้ายที่สุดผู้ชมก็ได้โอกาสเห็นการเปลี่ยนผ่านของเธอคนนี้จากการเป็นสาวเรียบร้อยสู่แซนดี้คนใหม่สไตล์ Greaser ที่ไฉไลกว่าเดิม อย่างสาวแซ่บในกางเกงสเปนเดกซ์รัดรูปกับเสื้อเปิดไหล่ ทรงผมหยิกลอนตีฟูสุดเซ็กซี่ เธอคาบบุหรี่ไว้ในปากพร้อมกับเดินเกมเป็นฝ่ายทอดสะพานหยอกล้อพ่อหนุ่มแดนนี่อย่างเปิดเผย ทำเอาเขาตะลึงไปกับความสวยเข็ดฟันจนเข่าอ่อนร่วงลงไปนอนกับพื้น

 

แฟชั่นคือหนทางแห่งการแสดงออก

การนำเสนอแฟชั่นในเรื่องเป็นอีกหนึ่งหนทางในการแสดงออกถึงความต้องการฉีกกรอบเดิมๆ ของคนในยุคนั้น ด้วยช่วงเวลานั้นเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่พอดิบพอดี การแต่งกายจึงถือเป็นสเต็ปแรกในการแสดงออกถึงตัวตนที่แตกต่าง โดยแฟชั่นนำเทรนด์ที่ว่าก็ได้อิทธิพลส่วนหนึ่งมาจากเพลงสไตล์ร็อคแอนด์โรลที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จากการที่นักร้องในตำนานอย่างเอลวิส เพรสลีย์ หยิบเอามาร้องจะกลายเป็นกระแส จังหวะเพลงสนุกสนานพร้อมท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์นับว่าเปิดโลกวัฒนธรรมแบบใหม่ให้กับคนหนุ่มสาวยุคนั้นทั้งในทางตรงและทางอ้อม

หมวดหมู่ของภาพยนตร์เรื่องนี้หากรับชมเพียงผิวเผิญอาจเป็นเรื่องราวความรักของวัยรุ่นคู่หนึ่งที่ถ่ายทอดผ่านสไตล์มิวสิคัล หากมองให้ดีจะเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องมีใจความหลักของการเป็นวัยรุ่นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ วัยที่คุกกรุ่นด้วยอารมณ์ มากด้วยความต้องการการเปลี่ยนแปลง และการไม่ติดอยู่ในกรอบประเพณีแบบเดิมๆ ทางออกที่ง่ายที่สุดจึงกลายเป็นการแต่งตัวเพื่อเริ่มต้นปลดปล่อยและค้นหาตัวตนนั่นเอง

(ซ้ายไปขวา) Gigi Hadid, Olivia Newton-John และ Lindsay Ellingson

แฟชั่นสุดเข้มข้นเปรี๊ยวจี๊ดจนใจเจ็บของภาพยนตร์เรื่องนี้ยังถือเป็นแรงบันดาลใจสืบต่อมาจนถึงแฟชั่นในปัจจุบัน เราจึงได้โอกาสเห็นแฟชั่นยุค 50s ผ่านทั้งรันเวย์แบรนด์ Louis Vuitton กับคอลเล็กชั่น FALL/WINTER 2010 หรือ SAINT LAURENT คอลเล็กชั่น FALL/WINTER 2013 และอีกมากมายเลยทีเดียว รวมไปถึงเหล่าเซเลบริตี้คนดังเองก็แต่งตัวเลียนแบบคาแรกเตอร์ของแซนดี้กับแดนนี่เสียยกใหญ่ ทั้งนางแบบสาว Gigi Hadid และ Lindsay Ellingson รวมไปถึงคู่สามีภรรยาอย่าง Kate Upton และ Justin Verlander อีกด้วย นับว่ากระแสแฟชั่นสไตล์ของ Grease นั้นไม่เคยจางหายไปไหน ยังคงวนเวียนและปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ 

สำหรับใครที่ไม่เคยมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อน โว้กแนะนำเลยว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากแฟชั่นสุดข้นในเรื่องแล้ว เพลงดังมากมายที่ขนทัพกันมาอย่าง Grease, You’re the One That I Want, Greased Lightnin, Summer Nights และ We go together จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วต้องลุกขึ้นเต้นอย่างสนุกสนานไปกับมันแน่นอน

ข้อมูล : Good House Keeping