FASHION

Gottmik ตำนานผู้สร้างประวัติศาสตร์โดยการเป็น Drag ชายข้ามเพศคนแรกใน Drag Race

ชาย หญิง เพศทางเลือก ข้อจำกัดเรื่องเพศจะไม่ใช่ข้อผูกติดกับอาชีพอีกต่อไป

     คำจำกัดความของคำว่า “DRAG” หลานคนคงนึกถึงเหล่าสาวข้ามเพศที่มาวาดลวดลายความสนุกสนานบนเวทีได้แบบออกรสออกชาติ ความสุดเหวี่ยงของพวกเธอคือสีสันที่สร้างให้โลกแห่งความบันเทิงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ที่แดร็กเกิดขึ้นและสร้างภาพจำอันชัดเจนมาอยู่เสมอทำให้โลกของแดร็กเปรียบเสมือนโลกของเพศๆ หนึ่งที่เฉพาะเจาะจง มีหน้าที่สร้างสรรค์บรรยากาศความสนุกบนเวที แต่งหน้า แต่งตัวแบบจัดเต็ม โลกสุดแฟนตาซีแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นสังคมที่แคบและจำกัดเรื่องเพศด้วยตัวมันเอง ทว่าวันนี้ขีดจำกัดของแดร็กเปลี่ยนไป ความหลากหลายทางเพศเปิดกว้างขึ้นและจะทำลายกฎนามธรรมที่ขวางกั้นหลายคนให้เลิกนึกถึงเส้นทางแดร็กเพราะตนไม่ใช่เพศในภาพจำดังกล่าวได้ไม่มากก็น้อย

     ผู้ชายแท้ก็เป็นแดร็กได้...เรื่องนี้เกิดขึ้นมาสักพักในช่วงหลัง เมื่อการขึ้นเวทีเป็นเพียงบทบาทที่พวกเขาหรือเธอต้องสวมแสดงตลอดเวลาและต้องทำให้สมบูรณ์แบบที่สุด เฉกเช่นเดียวกับแฟชั่นยุคหลังที่ชายหลายคนก็หันมาสนใจเรื่องเฟมินีนๆ มากขึ้น การสวมกระโปรง แต่งหน้า รองเท้าส้นสูงจึงไม่ใช่เรื่องน่าฉงนอีกต่อไป แต่สำหรับชายข้ามเพศมันคงทำให้เรื่องราวของวัฒนธรรมแดร็กซับซ้อนขึ้นอีกระดับ ความหมายในการนิยามเพศๆ หนึ่งผูกติดกับอาชีพอาจไม่ใช่มุมมองแนวคิดร่วมสมัยมากนัก มันอาจเป็นเพียงเศษซากความคิดที่หลงเหลือจากการยึดติดอาชีพเข้ากับเพศมาอย่างยาวนาน

     Gottmik ชายข้ามเพศ(เปลี่ยนจากหญิงเป็นชาย)คนแรกที่ร่วมแข่งขันรายการ Drag Race แม้เราจะเปิดกว้างยอมรับว่าเพศไม่ใช่เครื่องบ่งบอกความนิยมชมชอบต่อสิ่งต่างๆ ของปัจเจกบุคคล ทว่าค่านิยมทางวัฒนธรรมยังเป็นตัวตีกรอบใสๆ ที่มองไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอ สื่อเอง คนในแวดวงเองก็ผลิตซ้ำกลไกในด้านต่างๆ ที่ทำให้อาชีพหลายอาชีพยังถูกผูกติดไว้กับเพศอยู่ตลอดเวลา แดร็กก็เช่นกัน แต่วันนี้แดร็กขยายกรอบตรงนี้ได้อย่างยิ่งใหญ่เพราะกอตต์มิกคือชายข้ามเพศคนแรกที่ร่วมแข่งขันรายการเรียลิตี้ชื่อดัง พร้อมเป็นตัวแทนของความหลากหลายทางเพศที่เขาเลือกมันด้วยตัวเอง

     เขาค้นพบว่ามันสนุกสุดเหวี่ยงตอนอายุ 18 ปี กอตต์มิกกล้าจะสื่อสารความบันเทิงออกไปให้ผู้ชมครั้งแรกตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี เขาสร้างภาพความทรงจำเริ่มที่ตัวเอง ความสนุกนั้นผลักดันให้เขาเห็นว่าแท้จริงแล้วมุมมองหรือรสนิยมเรื่องเพศไม่ใช่ข้อจำกัดของสิ่งใดก็ตามแต่ที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา การเดินในเส้นทางแฟชั่นเองก็มาอย่างต่อเนื่อง การศึกษาก็การันตีได้จากสถาบัน Fashion Institute of Design & Merchandising ดังนั้นการตัดสินใจของกอตต์มิกจึงไม่ใช่สถานการณ์บีบบังคับให้ทำอะไรโดยไม่ชอบเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่มันคือรสนิยมส่วนตัวที่ผลักดันแนวคิดและตัวตนเขาให้พุ่งสูงถึงขีดสุด

     ตอนนี้ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การเปิดโอกาสทางสังคมให้ตัวเองกรุยทางสวยงามให้รุ่นปัจจุบันและรุ่นหลังได้เสมอ เขาคือผู้เบิกทางการเป็นแดร็กนิยามใหม่และทำลายกรอบความคิดรวมถึงภาพจำการยึดติดรูปแบบกิจกรรมหรืออาชีพบางอย่างเข้ากับเพศไปอย่างสิ้นเชิง โลกนี้มีอะไรซับซ้อนและต้องทำความเข้าใจอีกเยอะ สิ่งที่เราควรทำคือไม่ด่วนสรุปหรือด่วนตัดสินอะไรเลย ในเมื่อทุกคนไม่ใช่หุ่นโคลนแต่เป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าใครจะทำอะไรตราบใดที่ไม่เดือดร้อนก่อความนวุ่นวายควรได้รับสิทธิ์ปฏิบัติเช่นนั้นต่อไป ไม่ใช่แค่เรื่องกฎข้อบังคับ แต่กฎเกณฑ์ภายในจิตใจที่ต้องปล่อยวางและพยายามเปิดมากขึ้นด้วย เขาคนนี้ล่ะคือตัวอย่างที่จะช่วยพัฒนาสังคมให้มองโลกเปลี่ยนไป ใครจะคิดล่ะว่าจะมีผู้หญิงแปลงเพศมาเป็นผู้ชายเพื่อเดินสายแดร็ก แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะกอตต์มิกทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว เราเชื่อว่าต่อไปกำลังเรื่องเพศกับการเหนี่ยวรั้งการกระทำต่างๆ เพียงเพราะเป็นคนละเพศกันจะค่อยๆ จางหายไปและหมดสิ้นไปในที่สุด

 

ภาพ: Courtesy of Gottmik

คีย์เวิร์ด: #Drag #DragRace