FASHION

ทำความรู้จักแบรนด์ ‘Ganni’ และแนวคิดการเป็นแบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกยุคใหม่ที่ก้าวไปอีกขั้น!

ถ้าคุณยังไม่รู้จักแบรนด์นี้ โว้กขอแนะนำให้คุณเข้าไปดูแฮชแท็ก #GanniGirl แล้วคุณจะหลงรัก

     เชื่อว่าเสื้อผ้าสไตล์สแกนดิเนเวียนในความคิดของหลายๆ คน คือเสื้อผ้าที่มีความเรียบๆ คัตติ้งสไตล์มินิมอล มาในโทนสีขาว ดำ หรือเอิร์ธโทน แต่วันนี้โว้กจะพาไปทำความรู้จักกับ “Ganni” แบรนด์แฟชั่นที่เผยอีกด้านของความเป็นแฟชั่นสไตล์สแกนดิเนเวียในมุมมองที่สนุกขึ้นและจับต้องได้ อีกทั้งเรื่องของแนวคิดรักษ์โลกของแบรนด์แฟชั่นแบรนด์นี้ที่ก้าวไปอีกขั้น...

     Ganni เป็นแบรนด์แฟชั่นจากประเทศเดนมาร์กที่มีดีไซน์และเอกลักษณ์ไม่เหมือนแบรนด์ทางฝั่งสแกนดิเนเวียทั่วไป อาจเป็นเพราะแบรนด์นี้เน้นการใช้คู่สีที่ดูสนุกขึ้น สามารถจับคู่สีของเสื้อและกางเกงได้เข้ากันจนต้องยอมควักเงินกระเป๋าทันทีที่เห็น รวมถึงลูกเล่นของลวดลายบนเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นต้องใช้แต่สีเอิร์ธโทนอีกต่อไป ซึ่งเสื้อผ้าส่วนใหญ่ยังเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานให้เข้ากับผู้หญิงยุคใหม่ที่สามารถหยิบมาใส่ได้ทั้งวันทำงานและวันหยุดพักผ่อน โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของความเรียบง่ายแบบที่นำมาแมตช์กับเสื้อผ้าชิ้นอื่นได้ง่ายดายโดยไม่ต้องคิดเยอะตามแบบฉบับชาวสแกนดิเนเวียนเอาไว้

     ความนิยมของแบรนด์ Ganni แพร่หลายอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิด #Gannigilrs แฮชแท็กที่รวบรวมสาวๆ ที่ใส่เสื้อผ้าแบรนด์ Ganni มาแชร์ความมั่นใจและไอเดียการแมตช์เสื้อผ้ากันอย่างล้นหลาม นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมคลิปของ Gannigirls ลงบนแพลตฟอร์ม Youtube เช่นกัน คล้ายกับเป็นสังคมและพื้นที่ของสาวๆ ที่มาแชร์ไลฟ์สไตล์ ความมั่นใจ และความคิดสร้างสรรค์กัน Ditte Reffstrup บรรณธิการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์กานนิเคยกล่าวไว้ว่า เสื้อผ้าที่เธอสร้างสรรค์ออกมานั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ตัวเธอและเพื่อนเธออยากจะใส่เท่านั้น และจะไม่ทำอะไรก็ตามที่ตัวเองก็ไม่อยากใส่ “ฉันพูดเสมอว่าเราไม่อนุญาตทำให้อะไรก็ตามที่เราเองไม่อยากใส่ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเทรนด์อยู่ก็ตาม ฉันคิดว่าเราไม่ควรหลอกคนอื่น เพราะผู้คนสามารถรับรู้ได้ว่ามันไม่ได้มาจากหัวใจของเรา” Ditte Reffstrup ได้ให้สัมภาษณ์กับ Net-A-Porter ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเสื้อผ้าของกานนิถึงได้ครองใจสาวๆ หลายคน

     นอกจากความชิคของเสื้อผ้าที่ครองใจสาวๆ ไปทั่วโลกแล้ว แบรนด์ Ganni ยังให้ความสนใจในเรื่องของ Sustainable Fashion ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งตัวว่าเป็นแบรนด์แฟชั่นที่ยั่งยืนแบบเต็มตัว แต่พวกเขาให้ความสำคัญเรื่องแนวคิดแฟชั่นที่ยั่งยืนในหลายๆ ด้าน และโฟกัสการเป็นแบรนด์แฟชั่นที่ยั่งยืนในรูปแบบของตัวเอง โดยมีความตั้งใจที่จะสร้างตัวเลือกใหม่ๆ ให้ดีขึ้นในทุกวันสำหรับธุรกิจแฟชั่น รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยทางแบรนด์จะอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ผ่าน Instragram : Ganni.lab ซึ่งแยกตัวออกมาจากอินสตราแกรมหลักของร้าน

 

     ในปัจจุบัน แบรนด์ Ganni ได้ทำรายงานเกี่ยวกับความตั้งใจของแบรนด์ที่รับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ ของปี 2020 ไว้ถึง 16 เรื่องย่อยด้วยกัน โดยแบ่งเป็น 4 หัวข้อใหญ่ๆ คือ People, Planet, Product, Prosperity โดยมีการแจกแจงสิ่งที่ทำไปแล้ว และพูดถึงสิ่งที่ตั้งใจจะพัฒนาต่อ อีกทั้งยังลงรายละเอียดถึงขั้นบอกว่าทำอะไรสำเร็จไปกี่เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

     แน่นอนว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นต่างๆ เริ่มเป็นสินค้าที่มีความเป็นแฟชั่นที่ยั่งยืนมากขึ้น อย่างกางเกงยีนส์ที่เพิ่งปล่อยออกมาล่าสุดก็ทำมาจากผ้าฝ้ายที่ได้รับการรับรองจาก GOTS  : Global Organic Textile Standard หรือองค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับมาตราฐานผ้าออแกนิกทั่วโลก ว่ากางเกงยีนส์ของแบรนด์ Ganni ผลิตโดยลดการใช้น้ำจากปกติถึง 90% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าปกติอีก 50% ซึ่งปกติแล้วการผลิตกางเกงยีนส์แบบปกตินั้นถือว่าเป็นสินค้าแฟชั่นอีกหนึ่งอย่างที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก 

     และอีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือแบรนด์แฟชั่นแบรนด์นี้ มีการนำผ้าหรือลวดลายพิมพ์ในคอลเล็กชั่นเก่าของปี 2017-2020 ที่ยังไม่ได้ใช้ รวมไปถึงชุดที่ยังค้างอยู่ในสต็อกมาตัดแต่งจนกลายเป็นชุดใหม่ที่น่ารักได้อย่างลงตัวสำหรับคอลเล็กชั่นแคปซูลที่ผ่านมา ซึ่งได้รับคำชมจากเหล่าแฟนๆ อย่างมาก ทั้งในเรื่องของไอเดียการ Re-work และความสวยงามของชุด

     ทางฝั่งบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ แพคเกจใสสำหรับห่อหุ่มสินค้าก็เป็นการนำพลาสติกใช้แล้วมารีไซเคิลใหม่ 100% รวมถึงถุงหูหิ้วเองก็ถูกปรับจากถุงที่ทำมาจากแป้งข้าวโพด มาใช้เป็นถุงกระดาษที่ได้รับการรับรองจาก FSC Certificated Paper Bag หรือจากป่าสู่กระบวนการผลิตที่ได้รับการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังลดขนาดของถุงให้เล็กลงประมาณ 10-38% จากไซซ์ปกติ เพื่อที่จะลดการใช้พลาสติกอย่างฟุ่มเฟือย โดยเรื่องการนำพลาสติกทั้งหมดนี้มาใช้สามารถตรวจสอบได้ในรายงาน Plastic Progress Report บนเว็บไซต์ของแบรนด์ Ganni

     อีกหนึ่งความตั้งใจของแบรนด์นี้ คือการวางแผนเลิกนำหนังสัตว์มาใช้ในปี 2023 โดยจะใช้เลือกใช้พืช ผัก หรือผลไม้เป็นทางเลือกแทน ซึ่งมีการเปิดเผยออกมาแล้วว่ารองเท้าคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2022 ของแบรนด์ จะทำมาจากเปลือกองุ่นที่ทิ้งแล้วหลังจากการทำไวน์ โดยร่วมมือกับ Vegea ที่พัฒนากระบวนการผลิตจากผิวองุ่นที่ทิ้งแล้วมาเป็นหนังทางเลือก ซึ่งไม่มีสารเคมีอันตรายใดๆ ในกระบวนการผลิตเลย เพราะ 55% ของส่วนประกอบหลักทำมาจากน้ำมันพืชและองุ่น ส่วนอีก 45% เป็นหนังที่มีฐานเป็นน้ำ ต้องยอมรับว่า หนังที่ทำมาจากพวก Plant-Based เริ่มมีความนิยมมากขึ้นในอุตสาหกรรมแฟชั่น และเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้มันมีความทนทานมากขึ้นเช่นกัน

     ต้องยอมรับว่า วงการแฟชั่นที่ยั่งยืนในปัจจุบันนั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ ทำให้สิ่งต่างๆ ที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ กลับกลายเป็นจริงในตอนนี้ ไม่แน่ว่าในอนาคต สินค้าแฟชั่นอาจจะทำมาจากพืชเป็นหลักทั้งหมดก็ได้ เพราะล่าสุด Stella McCartney เองก็นำหนังที่ทำจากเห็ดมาทำเป็นเสื้อผ้าเช่นกัน

คีย์เวิร์ด: #Ganni #Sustainability #VogueValues