FASHION

Chanel สร้างปรากฏการณ์! เหล่าสาวกกว่า 200 คน แห่ต่อคิวซื้อสินค้าหน้าบูติคที่กรุงลอนดอน ในยุคโควิด

หรือว่าวัฒนธรรม "ช็อปปิ้งเพื่อการแก้แค้น" จะกลับมาอีกครั้ง หลังหมดยุคโควิด-19 รอบนี้

     กลายเป็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียลมีเดียทันที หลังจากที่หลายบัญชีอินสตาแกรมได้โพสต์ภาพ และวิดีโอ ของลูกค้าที่ต่อแถวยาวเหยียดอยู่หน้าบูติคแบรนด์ CHANEL กรุงลอนดอน ในวันที่ทางแบรนด์ได้วางขายคอลเล็กชั่น Métiers d’Art ล็อตแรกหลังการล็อกดาวน์ ที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายส่วนว่า นี่อาจจะเป็นสัญญาณสำคัญในการฟื้นตัวของเหล่าธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านจริงหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 ก็เป็นได้

     จากคลิปวิดีโอดังกล่าวที่ถูกโพสต์ลงบนบัญชีอินสตาแกรมของสไตลิสต์นามว่า Anibal de Almeida ได้แสดงให้เห็นว่าเหล่าสายแฟ(ชั่น)หลายชีวิตกำลังยืน และนั่งอยู่ที่บริเวณริมหน้าต่างร้านชาเนล สาขา Walton Street ในย่าน South Kensington เพื่อรอต่อคิวเข้าไปช็อปปิ้งคอลเล็กชั่นล่าสุดที่ทางแบรนด์เพิ่งนำมาลงในช็อปดังกล่าว ซึ่งเป็นบรรยากาศไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่สถานการณ์ก่อนหน้านี้ยังปกติดี กระนั้นก็ยังมีข้อสังเกตว่า ลูกค้าที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าวนั้น ส่วนมากเป็นลูกค้าสัญชาติจีน และเอเชียเป็นส่วนใหญ่

     จากการให้สัมภาษณ์ของ ยูกิ ยัง ผู้ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซของจีนที่ชื่อ Xiaohongshu ได้เล่าถึงเหตุการณ์นี้เอาไว้ว่า เมื่อไปถึงที่บริเวณร้านดังกล่าว มีคนรออยู่ข้างนอกมากกว่า 200 คนแล้ว โดยผู้คนที่เข้าคิวรอเหล่านั้นมากันตั้งแต่ 8 โมงเช้า ก่อนที่บูติคของชาเนลจะเปิดประตูในเวลา 10 โมง และในช่วงบ่ายๆ คิวบริเวณหน้าบูติคก็ค่อยๆ ลดลงเหลือประมาณ 30 คน ซึ่งมันยังน่าสังเกตอีกตรงที่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับแบรนด์ชาเนลเพียงแค่แบรนด์เดียว บนถนนสายนี้ที่เต็มไปด้วยร้านรวงของเหล่าแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ สะท้อนให้เห็นมุมมองความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และฐานลูกค้าที่ยังคงเหนียวแน่น แม้จะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์มานานนับปีก็ตาม

     หากย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2020 ในช่วงที่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นเริ่มคลี่คลายลงในระลอกแรก ก็มีรายงานปรากฏการณ์คล้ายกันนี้ในประเทศจีน และฮ่องกง โดยนักข่าวฝั่งอเมริกันเรียกสิ่งนั้นว่า “การช็อปปิ้งเพื่อแก้แค้น” นั่นคือการระบายความอัดอั้นของประชาชนที่ถูกจำกัดให้อยู่แต่ในบ้าน จนกระทั่งที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรน ทำให้คนเหล่านี้ที่มีกำลังซื้อมหาศาล กรูกันออกมาช็อปปิ้งเพื่อเสพบรรยากาศเดิมๆ และใช้เงินซื้อสิ่งของจำนวนมากชดเชยกับช่วงเวลาที่หายไปนั่นเอง กระนั้นในเช่วงเวลาเดียวกันนั้นตลาดการซื้อขายออนไลน์ก็เฟื่องฟูขึ้นมาไม่น้อย

     ความน่าสนใจของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้กับบูติคแบรนด์ชาเนล ก็น่าจะมีความคล้ายกับวัฒนธรรมช็อปปิ้งเพื่อแก้แค้นที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ทว่าครั้งนี้ยังน่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น เมื่อทางสื่อ WWD ได้ออกมารายงานเพิ่มเติมว่า “จากการให้สัมภาษณ์ของนักช็อปชาวจีนหลายคนมองว่า ผู้คนที่อยู่หน้าบูติคส่วนใหญ่ ไม่ได้ซื้อสินค้าเพื่อตัวเอง แต่เป็นการซื้อเพื่อนำไปเก็งกำไรในตลาดการขายต่อสินค้าของจีน ที่จะกลับมาเฟื่องฟูในอีกไม่ช้า ด้วยกำลังซื้อของผู้คนที่อัดอั้น และพร้อมจะใช้เงิน”... งานนี้ก็เป็นที่น่าสนใจ และน่าจับตาดูกันต่อไปแล้วว่า ในยุคหลังโควิด-19 ที่กำลังจะมาถึง อุตสาหกรรมแฟชั่น และเหล่าธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้าน จะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างไร และจะมีปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ต้องติดตาม

ข้อมูล : WWD

คีย์เวิร์ด: #Chanel #MetiersDArt