FASHION

จริงๆ แล้วยุคนั้นเขาใส่อะไรกัน...ถอดรหัสแฟชั่นยุครีเจนซี่จากซีรีส์สุดฮิต 'Bridgerton'

กลายเป็นข้อถกเถียงทันที หลังจากซีรีส์เรื่อง Bridgerton ออกฉาย ว่าแท้จริงแล้วแฟชั่นที่เราเห็นนั้นถูก หรือผิด...

     กลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ของสตรีมมิ่ง Netflix ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้ หลังจากที่ทุบสถิติมีผู้เข้าชมไปแล้วมากกว่า 60 ล้านครัวเรือน สำหรับซีรีส์เรื่อง “Bridgerton” หรือในชื่อไทยที่ว่า “วังวนรักเกมไฮโซ” ที่แม้ว่าหลายคนจะลงความเห็นว่ามันคือพล็อตละครน้ำเน่าที่แท้จริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้ดูเพลินขนาดที่คนที่บอกว่าน้ำเน่ายังติดตามจนถึงตอนจบ ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญนอกจากเนื้อเรื่องเข้มข้น และทีมนักแสดงอย่าง Jonathan Bailey หรือ Regé-Jean Page และ Phoebe Dynevor ที่ตอนนี้กลายเป็นนักแสดงชาย และนักแสดงหญิงสุดฮอตไปแล้วเรียบร้อยนั้น เรื่องของคอสตูมเสื้อผ้าที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ก็ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ และพูดถึงอยู่ในเวลานี้มากไม่แพ้กัน กระทั่งที่นักประวัติศาสตร์แฟชั่นบางคนยังได้ออกโรงโต้กลับผลงานในครั้งนี้ว่า “เป็นการปรับเปลี่ยนให้ร่วมสมัยที่เกินกว่าจะรับได้”

     กระนั้น Ellen Mirojnick ดีไซเนอร์ผู้ดูแลฝ่ายคอสตูมของซีรีส์เรื่องดังกล่าว ก็ได้ออกมาแก้ต่าง พร้อมสร้างความเข้าใจใหม่ว่า นี่ไม่ใช่การเล่าเรื่องด้วยการนำเสนอภาพแบบตรงปกเหมือนจริงราวกับหลุดออกมาจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างไรอย่างนั้น หากเธอเริ่มต้นทำงานชิ้นนี้ด้วยกระบวนการ “จินตนาการ” ถึงเสื้อผ้าของเหล่าตัวละครสำคัญในยุครีเจนซี่ พร้อมดัดแปลงให้ร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งเธอเชื่อว่าการทำงานของเสื้อผ้าในงานละคร ภาพยนตร์ หรือซีรีส์ก็ตาม สามารถที่จะละทิ้งความจริงไปได้บ้างในบางจุด และสามารถเพิ่มความคิดสร้างสรรค์บางประการลงไปได้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่ร่วมสมัยกับซีรีส์เรื่องนี้ เพราะเอาเข้าจริงแล้วแอลเลนมองว่า โจทย์สำคัญที่สุดอยู่ที่ “ผู้หญิงในยุคปัจจุบันจะอยากแต่งตัวแบบไหนในยุคนั้น" มากกว่าที่ว่า “ยุคนั้นเขาแต่งตัวกันอย่างไร เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของมิติทางประวัติศาสตร์ หรือสารคดี แต่ตอนนี้เธอกำลังทำงานให้กับซีรีส์ซึ่งเป็นสื่อบันเทิง ที่อ้างอิงความแฟนตาซีกอปรไปกับข้อเท็จจริง...

     เมื่อใครก็ตามที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงจะเกิดคำถามภายในใจว่า แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นสุภาพสตรีในยุครีเจนซี่แต่งตัวกันอย่างไร...

     อย่างแรกที่ต้องความเข้าใจกันก็เห็นจะเป็น “ยุครีเจนซี่” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อของยุคอาณานิคม กินเวลาในช่วงปี ค.ศ. 1795 -1820 โดยประมาณ นับเป็นยุครอยต่อสั้นๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุควิกตอเรียนที่หลายคนคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ความพิเศษของยุครีเจนซี่หนีไม่พ้นซิลูเอตของเสื้อผ้าที่แหกขบถจากภาพจำของใครหลายคนที่คิดว่าต้องเป็นกระโปรงบาน ใส่สุ่มเว่อวังอลังการ อย่างสิ้นเชิง เพราะแท้จริงแล้วซิลูเอตของชุดุภาพสตรีในยุคนั้นช่างดูเบาสบาย พริ้วแนบตัวจนแม้แต่ผู้เขียนเองที่ย้อนกลับไปสืบหาข้อมูลก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเช่นเดียวกัน และที่เป็นเช่นนั้นก็เป็นเพราะว่า พวกสาวๆ พร้อมใจกันหันกลับไปหาความเจริญรุ่งเรืองในยุคกรีกโรมันกันเสียส่วนใหญ่ เพราะในยุครีเจนซี่นั้นนับเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดการปฏิวัติกับทั้งอเมริกา และฝรั่งเศส ดังนั้นการแต่งตัวที่ได้รับอิทธิพลมาจากกรีกโรมันในยุครีเจนซี่นั้นก็เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ที่คนส่วนมากต้องการจะแสดงออกถึงภาพลักษณ์ความเป็น “ประชาธิปไตย” ที่ยึดโยงอยู่กับยุคกรีกโรมันนั่นเอง

     เราจึงได้เห็นเหล่าสุภาพสตรีสวมใส่ชุดเดรสยาวกรอมพื้น เอวสูงแบบรัดใต้อก ซึ่งในเวลานั้นถูกเรียกขานว่า ทรงเอ็มไพร์ (Empire) ตัดเย็บจากผ้าฝ้าย ผ้ามัสลิน หรือผ้าไหม ที่มีความบางพริ้ว พร้อมทั้งใส่เสื้อคลุมไหล่ ใส่ถุงมือยาว และสวมหมวก (เมื่อต้องออกไปด้านนอกเสมอ) ซึ่งพวกผู้ลากมากดีก็จะสวมใส่ชุดสีขาวตลอดเวลา ส่วนพวกที่มีฐานะต่ำลงมาหน่อยก็จะสวมใส่ชุดสีพาสเทล หรือมีสีมากขึ้น (สันนิษฐานว่าสีขาวเป็นสีที่เปื้อนได้ง่าย การสวมใส่สีขาวนั่นจึงอนุมานถึงฐานะอันร่ำรวยที่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าได้บ่อยครั้งกว่า) ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในยุคนี้ยังมีไอเท็มชิ้นสำคัญที่น่าสนใจเกิดขึ้นด้วยนั่นคือ Short Spencer Jacket (ในราวปี 1975) ที่เกิดจากการดัดแปลงเสื้อแจ็กเก็ตของผู้ชายในสมัยนั้น ด้วยการตัดชายหางด้านหลังออก และเปลี่ยนมาใช้เนื้อผ้าไหม หรือขนแกะในการตัดเย็ม สวมใส่เข้าคู่กับชุดเดรสยาวเอวสูงแบบรัดใต้อกดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นนั่นเอง

     กระนั้นก็ยังมีข้อยกเว้น เพราะแม้ว่าในยุคนั้นจะไม่มีใครนิยมใส่กระโปรงสุ่มให้เกะกะสายตา แต่ในการเข้าเฝ้ากษัตริย์ หรือพระราชินีของเหล่าชนชั้นสูง ก็ยังมีข้อบังคับให้สาวๆ ต้องสวมกระโปรงแบบมีสุ่มข้างใน ทำให้สภาพชุดที่ออกมาดูพิลึกพิลั่นชอบกล ดังเช่นที่เราอาจได้เห็นตัวละครบางตัวในงานเต้นรำของซีรีส์เรื่อง Bridgerton ปรากฏตัวพร้อมกระโปรงสุ่ม

     แล้วสุภาพสตรีในยุครีเจนซี่ไม่นิยมสวมคอร์เซ็ตจริงหรือ...ผู้หญิงในยุครีเจนซี่ไม่นิยมใส่ชุดชั้นใน หรือคอร์เซ็ต (ยกเว้นเสียแต่ว่านางนั้นๆ อยากจะอวดทรวดทรงกันให้เห็นแบบชัดๆ) เนื่องด้วยซิลูเอตของชุดเดรสที่เป็นที่นิยมของสาวๆ ในยุคนั้นเป็นทรงปล่อยอย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้ว การสวมชุดชั้นในจึงไม่ได้รัดกันแบบเอาเป็นเอาตาย หรือรัดจนหายใจไม่ออกขนาดนั้น เพราะหากพูดถึงคอร์เซ็ต หรือชุดชั้นในในยุครีเจนซี่แล้วก็ต้องบอกว่าช่างห่างไกลจากคอร์เซ็ตที่ทุกคนรู้จักกันในยุควิกตอเรียนแบบฟ้ากับเหว เพราะคอร์เซ็ตในยุคนี้เป็นเพียงการขึ้นโครงจากผ้าคอตตอนธรรมดาเท่านั้น ไม่มีการเสริมเหล็ก หรือกระดูกปลาวาฬโหดๆ แบบในยุคต่อมา โดยในยุครีเจนซี่นั้นสาวๆ จะใส่ชุดชั้นในบางก่อนเป็นชั้นแรก ตามด้วยคอร์เซ็ตผ้าคอตตอน และสวมทับสุดท้ายด้วยชุดเดรสซิลูเอตแบบกรีกโรมัน และชุดเดรสที่ว่าก็เป็นผ้าสีพื้นทั้งตัว ซึ่งตรงนี้เองที่แตกต่างจากหลายชุดที่เราเห็นในซีรีส์ Bridgerton จนกลายเป็นข้อถกเถียงต่อมา

     ข้อเท็จจริงอีกหนึ่งประการที่ต้องรู้ก็คือ ชุดเดรสในยุครีเจนซี่จะไม่มีการตัดเย็บจากผ้าปักลายทั้งผืน เหตุผลก็เนื่องมาจากยุคนี้เกิดขึ้นก่อนการมีอุตสาหกรรมจักรตัดเย็บ ส่งผลให้การผลิตเสื้อผ้าแต่ละชุดยังคงต้องใช้เวลา และมีราคาสูงเพราะต้องตัดเย็บด้วยมือเป็นหลัก ดังนั้นการสร้างลายบนผืนผ้า หรือชุดเดรสในยุคนั้นจึงเป็นการนำเอาผ้าพื้นมาปักเน้นจุดเด่นในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น เช่นบริเวณสาบเสื้อ หรือชายกระโปรง ไม่ใช่การปักผ้าทั้งผืน หรือพิมพ์ลายผ้าทั้งผืนแล้วเอามาตัดเย็บแต่อย่างใด

     อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เขียนแล้วคงไม่มีผิดถูกใดๆ สำหรับเรื่องราวของคอสตูมที่ปรากฏในซีรีส์เรื่องนี้ เพราะท้ายที่สุดแล้วเมื่อหันกลับไปมองถึงที่มาของซีรีส์เรื่องดังกล่าว ก็มาจาก “นวนิยายแนวโรแมนติก” ที่หมายถึงเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น เพียงอิงตามประวัติศาสตร์เป็นฉากหลังเท่านั้น แล้วถ้าผู้ชมดูจบแล้วรู้สึกร่วมบันเทิงไปกับมัน ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายเลยแม้แต่น้อย...

ข้อมูล : Vogue US
ข้อมูล : Screenrant
ข้อมูล : www.fashion-era.com
ข้อมูล : www.vanessariley.com
ข้อมูล : www.lulus.com

คีย์เวิร์ด: #Bridgerton #RegencyFashion #FashionHistory