anchilee-boy-issue
FASHION

เปิดสัมภาษณ์พิเศษ "แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส" นางงามผู้เลือกแบกความแตกต่างไว้เป็นบทบาทประจำตัว

"ใครเป็นคนเลือกว่าความสวยความงามดูอย่างไร ความสวยงามเป็นสิ่งที่เปลี่ยนอยู่เสมอ ความสวยของคนเมื่อ 50 ปีหรือ 100 ปีก่อนก็ไม่เหมือนตอนนี้ ถ้าถามนางงามที่มาประกวด เขามีจุดประสงค์อยากผลักดันอะไรสักอย่าง นี่คือเหตุผลว่าทำไมแอนต้องมา"

     ถึงวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก 'แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส' มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ถึงแม้เธอจะไม่ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส แต่แคมเปญ Real Size Beauty ของแอนได้ส่งเสียงต่อไปยังหลายประเทศทั่วโลก ถึงกระนั้นท่ามกลาง “คำชื่นชม” ก็มี “คำถาม” ตามมาว่าแคมเปญของแอนเหมาะสมกับเวทีประกวดนางงามหรือไม่ เราชวนเธอมาตอบทุกคำถามและเล่าถึงเส้นทางในอนาคตที่เธอเลือกจะเดินต่อ

anchilee-boy-issue

Vogue: ย้อนกลับไปวินาทีที่พิธีกรมิสยูนิเวิร์สประกาศผู้เข้ารอบ 16 คนสุดท้าย แต่ไม่มีชื่อแอน ตอนนั้นจัดการความรู้สึกของตัวเองอย่างไร

Anchilee: ถ้าพูดตรงๆ ตอนแรกรู้สึกเสียใจและอาย เพราะเราใส่สายสะพายประเทศไทย เป็นตัวแทนของทุกคน รู้สึกผิดหวังว่าแคมเปญของแอนไม่พอ หรือจริงๆ มันมีความหมายไหม แล้วตอนนั้นแอนไม่ได้เล่นโซเชียลมีเดียด้วย เวลาโพสต์อะไรเสร็จก็ปิดโทรศัพท์ จึงไม่รู้ว่าคนพูดถึงเราอย่างไร แต่แอนโชคดีที่ในโมเมนต์นั้นมีผู้ประกวดหลายคนที่เราคิดว่าน่าจะเข้ารอบแต่ไม่ได้เข้า คนกลุ่มนี้มานั่งพูดคุยและให้กำลังใจกัน มีเพื่อนๆหลายคนบอกว่าแคมเปญ Real Size Beautyไปถึงประเทศของเขา และช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นพอได้ยินเพื่อนๆ ที่อาจเป็น Beauty Standard พูดแบบนั้น เราก็เลยโอเคขึ้น จะสู้ต่อ ไม่เป็นไร

anchilee-boy-issue

V: สำหรับแอน สิ่งที่ได้จากเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์และมิสยูนิเวิร์สคืออะไร

A: สำหรับเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ อย่างแรกคือได้ฝึกภาษาไทยให้ดีขึ้น ได้ฝึกความอดทน รู้ว่าถ้ารักในสิ่งที่ทำและมีจุดประสงค์ที่มีความหมาย มันไปสุดทางได้ ส่วนเวทีมิสยูนิเวิร์สเป็นประสบการณ์ที่สุดยอด ได้เรียนรู้หลายอย่าง การประกวดไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้วเราต้องดูแลตัวเองเพื่อแข่งกับคนอื่น โดยเฉพาะเวลามีสายสะพายไทยแลนด์อยู่ด้วยจะรู้สึกกดดันมาก หลายคนอาจได้เห็นแค่ภาพบนเวทีแต่เบื้องหลังแอนพยายามมากๆ พอไม่เข้ารอบก็ได้เรียนรู้ว่านี่คือชีวิต ซึ่งเราอาจไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ จากนั้นคือการปล่อยวาง คงไม่มีใครอยากโดนต่อว่าว่าเราคือความผิดหวังของประเทศแอนภูมิใจที่เป็นคนไทย แต่ขณะเดียวกันก็คงให้ทุกคนชอบเราไม่ได้ ทุกอย่างมีบาลานซ์ทำให้แอนเข้าใจว่าต้องจัดการอารมณ์ของตัวเองให้ดีและเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นจะเครียดมาก

anchilee-boy-issue

V: หลังเสร็จสิ้นภารกิจการประกวดกระแสที่พุ่งเข้าหาแอนมีทั้งให้กำลังใจและไซเบอร์บุลลี่ รับมือกับเรื่องนี้อย่างไร

A: ความจริงตอนนี้ก็ยังพยายามรับมืออยู่นะคะ เพราะมาเยอะพอสมควร หลังประกวดแรกๆ แอนพยายามไม่อ่านโซเชียลมีเดีย เพราะยังเสียใจที่ทำเต็มที่แล้ว ถ้าเห็นอะไรแบบนั้นจะรู้สึกรับไม่ไหว ก็เลยหยุดตามข่าวแป๊บหนึ่งจนเริ่มปล่อยวางได้มากขึ้น

 

V: มีคนในโซเชียลมีเดียตั้งคำถามว่าการนำแคมเปญ Real Size Beauty มาประกวดในเวทีนางงามดูไม่เข้ากันหรือเปล่า มีความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างไร

A: ใครเป็นคนเลือกว่าความสวยความงามดูอย่างไร ความสวยงามเป็นสิ่งที่เปลี่ยนอยู่เสมอ ความสวยของคนเมื่อ 50 ปีหรือ 100 ปีก่อนก็ไม่เหมือนตอนนี้ ถ้าถามนางงามที่มาประกวดเขามีจุดประสงค์อยากผลักดันอะไรสักอย่าง ซึ่งสิ่งนั้นมันมากกว่าความสวยความงาม นี่คือเหตุผลว่าทำไมแอนต้องมา เพราะทุกคนสวยในสไตล์ของคุณได้จริงๆ และการที่แอนย้ำเรื่องนี้อยู่ตลอดเพราะอาจยังมีคนไม่เข้าใจว่าเราไม่ควรมีมาตรฐานความสวยงาม การที่คนคนหนึ่งเป็นแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาดีหรือแย่กว่าคุณ

anchilee-boy-issue

V: มีบางคนตั้งคำถามต่ออีกว่าถ้าอยากเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ทำไมไม่รณรงค์ให้หยุดการประกวดนางงามที่สร้าง Beauty Standard

A: แอนเคยเป็นผู้หญิงคนนั้นนะคะ เคยคิดว่าทำไมให้ผู้หญิงมาเดินใส่ชุดว่ายน้ำ ชุดราตรียิ้มแล้วยืนหมุนไปมา นั่นคือแอนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว แต่พอมาจุดนี้ การมีผู้หญิงหลายคนที่มาด้วยจุดประสงค์ของตัวเองทำให้ความคิดเราเปิดกว้างขึ้น มันมากกว่าแค่ผู้หญิงสวยเดินบนเวที นั่นมันฝั่งสนุก แต่ที่คนไม่เห็นคือในการประกวดนางงามต้องมีการเก็บตัว มีการฝึกความมั่นใจ ฝึกสิ่งที่เราต้องทำ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเดินบนเวทีเลย และการมีเบื้องหลังเหล่านั้นทำให้การประกวดนางงามสนุกและมีคุณค่า

 

V: คิดว่าแคมเปญ Real Size Beauty ประสบความสำเร็จไหม

A: แอนคิดแบบนั้นนะ เพราะคนรู้จักแคมเปญนี้แล้วมันไปถึงเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายหลายๆ คน ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นต่อไปคือกลุ่มคนที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้น่าอยู่ขึ้น การได้เห็นเด็กๆ เข้ามาหาแอนเวลาไปเดินห้างแล้วพูดถึง Real Size Beauty แสดงว่าเด็กไทยเข้าใจเรื่องนี้แล้ว หลังจากนี้อยากผลักดันแคมเปญนี้ในวงการแฟชั่น เพราะแฟชั่นคือตัวแทนที่คนไม่ต้องฟัง แต่เห็นแล้วรู้สึก อ้อ แบบนั้นสวยจัง อยากทำบ้าง แอนเชื่อว่าแฟชั่นมีพลังที่จะทำให้ Real Size Beauty อยู่ในกระแสต่อ ถ้ามีโอกาส แอนอยากทำงานในวงการบันเทิงและแฟชั่น แต่สิ่งหนึ่งที่จะทำต่อคือการเป็นกระบอกเสียงให้สังคม แอนยอมรับว่าตัวเองมาจากครอบครัวที่มี Privilege จึงอยากตอบแทนสังคม ให้โอกาสคนอื่นเหมือนที่เราเคยได้เพราะฉะนั้นไม่ว่าในอนาคตจะทำอะไร นี่จะเป็นเรื่องหนึ่งที่แอนทำเสมอ

anchilee-boy-issue

V: ถ้ามีเด็กๆ กำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่ อยากบอกพวกเขาว่า...

A: โอ้โฮ...เยอะมากค่ะ (ยิ้ม) อันดับแรก อยากขอบคุณตัวเองตอนเป็นเด็กที่มีประสบการณ์แย่ๆ จนรู้สึกอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง และอยากบอกเด็กๆ ที่กำลังอ่านสัมภาษณ์นี้ว่าให้เป็นตัวเอง จงภูมิใจกับสิ่งที่เรามี โลกนี้เต็มไปด้วยโอกาส จงมั่นใจว่าคุณทำได้ อย่าหรี่แสงสว่างในตัวเอง การเป็นเด็กทำให้คุณมีเวลาเรียนรู้และพัฒนาจากข้อผิดพลาด และอยากบอกว่าสิ่งที่แอนทำอยู่ แอนตั้งใจทำเพื่อคนในเจเนอเรชั่นของคุณ จริงๆ อยากพูดเรื่องนี้ในฐานะพี่สาวคนหนึ่ง

 

V: ที่ผ่านมาแอนมักอยู่ในบทบาทที่พูดเพื่อคนอื่น ถ้าวันนี้ให้พูดเพื่อตัวเอง...

A: (นิ่งคิด) ทุกคนบอกให้แอนเข้มแข็งตลอด แต่อยากบอกตัวเองว่าไม่ต้อง เพราะการยอมรับเวลาที่เราร้องไห้หรือเสียใจคือขั้นตอนแรกของการเยียวยาตัวเอง คงบอกแบบนั้นค่ะ (ยิ้ม)   

ช่างภาพ : ณัฐ ประกอบสันติสุข
สไตลิ่ง : จงกล พลาฤทธิ์

คีย์เวิร์ด: #BodyIssue #Anchilee #AnchileeScottKemmis