FASHION

รวมแฟชั่นผ้าทอแห่งลมหนาวในงาน Thai Textiles Trend Book A/W 2022 – 2023 ฝีมือดีไซเนอร์แบรนด์ไทย

รวมแฟชั่นจากผ้าทอของไทย ที่ได้รับดีไซเนอร์มือทองของไทยมาร่วมออกเเบบ ในงานเปิดตัวหนังสือ Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2022 - 2023 โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

จากบรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2022 – 2023 ณ สุราลัยฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ซึ่งถือเป็นเทรนด์บุ๊กเล่มที่ 2 ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงจัดทำขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางให้แก่เหล่าดีไซเนอร์ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่มีความสนใจในด้านแฟชั่น สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้

ภายในงานมีทั้งการเสวนาวิชาการเรื่องการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล เพื่อส่งเสริมผ้าทอของไทยที่มีความสวยงามให้ก้าวทันกระแสโลก มาพร้อมกับเฉดสีสันแห่งฤดูหนาวที่ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นเทรนด์สีในฤดูกาลนี้ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ก็ได้ทรงเป็นผู้ร่วมบรรยายเพื่อให้ความรู้แก่เหล่าคณาจารย์ นักศึกษา และแขกภายในงานเช่นกัน

นอกจากการเสวนาภายในงานแล้วนั้น ยังมีโซนสำหรับการจัดแสดงผลงานเสื้อผ้าจากงานผ้าทอของไทย โดยรังสรรค์ผ่านดีไซเนอร์คนไทยชื่อดังอย่างมากมาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ของเทรนด์บุ๊กที่พระองค์ได้ทรงจัดทำขึ้นมา ไม่ว่าจะเรื่องของเนื้อผ้า ลวดลาย เทคนิค และสีอันเป็นเอกลักษณ์ในฤดูกาลนี้ จะมีผลงานของดีไซเนอร์ท่านใดบ้างมาร่วมชมไปพร้อมกัน

เริ่มกันที่ชุดจากฝีพระหัตถ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK มากับโทนสีครามภายใต้คอนเซ็ปต์ของ INDIGO: THE HEAT OF COLOUR SHADES เนื่องด้วยในการจัดเทรนด์บุ๊กในครั้งนี้นั้น พระองค์ท่านได้มองเห็นถึง “สีคราม” อันเป็นสีที่มีเอกลักษณ์และหาเจอได้ทั่วไปในท้องถิ่นไทย เป็นสีที่สามารถนำมาผสมกับเนื้อสีธรรมชาติ และก่อเกิดให้เป็นสีใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งนี้พระองค์ทรงได้แรงบันดาลพระทัยมาจากวัฒนธรรมแบบผสมสานของวัฒนธรรมตะวันตก ที่มักมีการประดับขนนก ขนเฟอร์เทียม กระดุมโลหะทองบนเสื้อผ้า และวัฒนธรรมตะวันออกที่มีการนำฝ้ายย้อมครามมาใช้เป็นผ้าทอเกิดเป็นชุด SIRIVANNAVARI COUTURE อันเข้ากับเทรนด์ของฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2022 – 2023 ในครั้งนี้

ชุดผ้าทอต่อมาเป็นอีกหนึ่งชุดที่ได้รับการสร้างสรรค์จากแบรนด์ ASAVA ภายใต้คอนเซ็ปต์ของสีโทนน้ำเงิน Profoundness Mild (สุขุมนุ่มลึก) โทนสีที่ได้จากโทนสีคราม โดยในการออกแบบครั้งนี้แบรนด์ ASAVA ได้ผสมผสานระหว่างความดิบ และความเรียบโก้เอาไว้ด้วยกัน พร้อมด้วยแรงบันดาลใจจาก Bar Jacket ทำให้เกิดเป็นลุคที่ได้ความโมเดิร์นเพิ่มมากขึ้น

กลุ่มโทนสีต่อมาเป็นอีกโทนสีที่มีความสดใส จัดจ้าน สื่อถึงผู้หญิงที่เป็นผู้นำในด้านต่าง ๆ เป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจจากการสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน นั่นคือกลุ่มสีม่วง RIPE AND MATURITY (สุกงอมพร้อมพรั่ง) โดยภายในงานนี้ก็ได้ดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง KLOSET และ THEATRE Bangkok มาร่วมสร้างสรรค์งานแฟชั่นในครั้งนี้ ภายใต้มู้ดแอนค์โทนของความจัดจ้านจากโทนสีม่วงแดงไล่เฉดไปถึงสีชมพู เกิดเป็นชุดที่ช่วยให้ผู้หญิงใส่ออกมาแล้วโดดเด่นสะดุดตา

โทนสีต่อมาเป็นโทนสีที่น่าสนใจของใครหลาย ๆ คนนั่นคือโทนสีส้มอิฐหรือ Heaven of Earth (ความมหัศจรรย์จากผืนดิน) โทนสีที่สามารถเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่น และสบาย ภายในงานนี้ก็ได้ดีไซเนอร์จากแบรนด์  ISSUE ที่ได้สร้างผลงานแฟชั่นผ่านโทนสีส้มอิฐ ซึ่งชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเชื่อเรื่องของ “พญานาค” ของกลุ่มคนยุคก่อน ถ่ายทอดผ่านงานเย็บปักอย่างประณีต มาพร้อมรายละเอียดที่ลงตัว ช่วยสร้างเสริมคุณค่าของผ้าทอไทยได้มากขึ้น

โทนสีต่อมาคือโทนสีเหลือง Nurturer of Wisdom (ผู้โอบอุ้มภูมิปัญญา) โทนสีที่สะท้อนถึงการสิ้นสุดของฤดูการเก็บเกี่ยวของเกษตรกร สีที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสนุกสนาน งานรื่นเริงหลังฤดูเก็บเกี่ยว สำหรับทั้ง 2 ชุดก็ได้ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังจากแบรนด์ EK THONGPRASERT และ THEATRE ผ่านโทนสีในหนังสือ Trend Book Autumn/Winter 2022 – 2023 ประกอบไปด้วยลวดลายที่สวยงาม และมีความทันสมัยล้อไปกับเทรนด์โลก

โทนสีต่อมาเป็นโทนสีที่น่าสนใจ และหลาย ๆ คนให้ความชื่นชอบเป็นอย่างมากกับโทนสีของประสบการณ์แห่งการเดินทาง โทนสีที่มีความสุภาพ แต่ดูทันสมัย เป็นโทนสีที่สะท้อนให้เห็นถึงความงามในอุดมคติใหม่ ซึ่งได้ดีไซเนอร์จากแบรนด์ WISHARAWISH เป็นผู้ออกแบบ มาพร้อมกับแรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายของการเดินทาง พร้อมใช้วัสดุธรรมชาติอย่างฝ้ายในการตัดเย็บเป็นหลัก ทำให้ได้ความรู้สึกที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติ

นอกจากเฉดสีที่กล่าวมาข้างต้นยังมีอีกหนึ่งเฉดสีที่น่าสนใจและเหมาะกับคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมากกับเฉดสีของอิสระในการค้นพบตัวเอง (a Alternative Persuasion) เฉดสีมุกที่ไล่ไปจนถึงสีชมพูแสดงออกถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคที่มีการนำเอานวัตกรรมเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น ภายในงานนี้ก็ได้แบรนด์ดังอย่าง VINNPATARARIN ที่เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบชุดได้อย่างน่าสนใจ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็น Futuristic ที่ให้ความเท่ ตรงเรียบ คม และใช้เทคนิคเฉพาะตัวอย่างการ Laser Cutting จนก่อเกิดเป็นผลงานผ้าทอที่มีความล้ำสมัย

นอกจากนี้ภายในงานยังมีผลงานอันทรงคุณค่าจากผ้าทอของไทย ที่ถูกออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอยู่อีกหลากหลายผลงาน ผ่านแนวคิดของโทนสี และลวดลายจากหนังสือ Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2022 – 2023 เพื่อเป็นการยกระดับผ้าทอของไทย รวมไปถึงโทนสีที่ได้จากธรรมชาติให้เกิดคุณค่า และเติบโตไปในอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี