FASHION

ลิสต์ 8 ภาพยนตร์ และซีรีส์ย้อนยุคบน Netflix ที่จะพาคุณหนีไปจากโลกปัจจุบัน!

นี่คือลิสต์ภาพยนตร์ และซีรีส์ย้อนยุคบนเน็ตฟลิกซ์ที่ควรหามาดูแล้วตอนนี้

     คงจะไม่ผิดหากจะกล่าวว่าในเวลานี้ไม่มีซีรีส์ใดที่โด่งดัง และยึดพื้นที่กระแสนิยมไปได้มากกว่าซีรีส์รักโรแมนติกสุดน้ำเน่า “Bridgerton” ที่ประสบความสำเร็จบนสตรีมมิ่งของ Netflix ได้ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย ก่อนที่จะส่งให้มีกระแสนิยม และกระแสวิพากษ์วิจารณ์อื่นๆ ตามมา ตั้งแต่การดำเนินเรื่อง ไปจนถึงคอสตูมสวยสะกดที่ปลุกให้ความนิยมในภาพยนตร์ และซีรีส์ประเภทย้อนยุค หรือหนังพีเรียด ให้กลับมาอยู่ในกระแสวัฒนธรรมหลักของเหล่าผู้ชมอีกครั้งหนึ่ง ให้ต้องตามกลับไปหาภาพยนตร์ย้อนยุคดูกันยกใหญ่ โว้กจึงไม่พลาดลิสต์ 8 ซีรีส์ และภาพยนตร์พีเรียดบนเน็ตฟลิกซ์ มาให้ตามไปดูกันแล้วที่นี่...

 

Bridgerton

     แน่นอนว่าเรื่องแรกที่ต้องติดเข้ามาอยู่ในลิสต์นี้ก็คือ Bridgerton หรือในชื่อภาษาไทยว่า “วังวนรักเกมไฮโซ” เรื่องราวความรักสุดน้ำเน่าของเหล่าชนชั้นสูง ดำเนินเรื่องอยู่ท่ามกลางฉากหลังของยุครีเจนซี่ ของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เล่าเรื่องราวของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์นามว่า Daphne Bridgerton ลูกสาวคนโตแห่งตระกูล Bridgerton ที่ต้องเข้าสู่สนามการแข่งขันการหาคู่ตามธรรมเนียม ทว่าเรื่องราวก็กลับต้องพลิกผัน และไม่เป็นไปอย่างคาดหวังไว้ เมื่อเธอกลับตกหลุมรักผู้ชายที่ไม่ควรรัก เรื่องราวชิงรักหักสวาทฉบับผู้ดีจึงได้เริ่มต้นขึ้น หน้าที่ของเราก็แค่ตามไปดูให้รู้ว่า ตอนจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรก็เท่านั้น

 

Enola Holmes

     หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพยนตร์ และซีรีส์เรื่อง Sherlock Holmes ที่ถูกทำออกมาหลายเวอร์ชั่นนับไม่ถ้วน นี่ก็คืออีกหนึ่งเรื่องที่อยู่ในจักรวาลเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดสิ่งหนึ่งในเรื่องนี้ก็เห็นจะหนีไม่พ้นการแสดงของนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง Milly Bobby Brown ในบทบาทของตัวละครอีโนลา เด็กสาวอัจฉริยะ ที่มีทักษะการสืบสวนเป็นเลิศ ที่คอยชิงไหวชิงพริบกับตัวละคร เชอร์ล็อก โฮล์มส์ อยู่ตลอดทั้งเรื่อง ในขณะที่ยังต้องตามหาแม่ของเธอที่หายไปตัวไปอย่างปริศนาอีกด้วย งานนี้โว้กขอการันตีเลยว่าสนุกแน่นอน

 

The Other Boleyn Girl

 

     ในปี 2008 หากใครยังจำได้ มีภาพยนตร์พีเรียดเรื่องหนึ่งชื่อว่า The Other Boleyn Girl ออกมาสั่นวงการฮอลลีวู้ดจนกลายไปที่พูดถึงไปทั่วมาแล้ว ด้วยรายชื่อของนักแสดงชื่อดังแห่งยุคในเวลานั้นระหว่าง Natalie Portman และ Scarlett Johansson ต้องมาประชันบทบาทกันอย่างถึงพริกถึงขิง ในบาทบาทของ 2 พี่น้องแห่งตระกูลโบลีนนั่นคือ แอนน์ โบลีน และแมร์รี่ โบลีน กับการชิงรักหักสวาทเพื่อความเป็นหนึ่งในความรักของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 ที่ถ้าคุณยังไม่รีบไปหามาดู ก็ต้องบอกว่าพลาดมากๆ

 

The English Game

     The English Game นับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ที่จะพาทุกคนย้อนรอยกลับไปค้นหาจุดกำเนิดของกีฬา “ฟุตบอล” ในประเทศอังกฟษอย่างเข้มข้น ก่อนที่กีฬาประเภทนี้จะกลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องราวกีฬาเพียงอย่างเดียว ทว่าระหว่างทางยังเต้ฒไปด้วยอุปสรรค และดราม่าสุดเข้มข้น ที่แม้ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงที่ไม่อินกับฟุตบอลก็สามารถหามาดูได้

 

Mary Queen of Scots

     ชีวิตอันแสนวุ่นวายของสาวเจ้าเสน่ห์ แมรี่ สจ๊วต ราชินีแห่งฝรั่งเศสวัย 16 ปี ที่กลายเป็นแม่ม่ายในวัย 18 ปี แมรี่ต่อต้านแรงกดดันที่ต้องการจะให้เธอแต่งงานใหม่อีกครั้ง ด้วยการเลือกที่จะกลับไปยังบ้านเกิดที่สก๊อตแลนด์ เพื่อทวงคืนราชบัลลังก์ที่เป็นของเธอโดยชอบธรรมแทน แต่ทั้งประเทศสก๊อตแลนด์และอังกฤษต่างตกอยู่ภายใต้อำนาจกฏข้อบังคับของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 ซึ่งคุณจะได้เห็นการต่อสู้ทั้งเรื่องของอิทธิพลและความรัก รวมไปถึงเรื่องของหญิงสาวที่ต้องมาสำเร็จราชการแผ่นดินในโลกของผู้ชายสุดเข้มข้น ทั้งเรื่องของการทรยศหักหลัง การก่อกบฎ และการสมรู้ร่วมคิดภายในวังนั้นเป็นภัยต่อราชบัลลังก์ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของหน้าประวัติศาสตร์ ที่จะทำให้คุณต้องหาหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่านอีกครั้งหลังดูจบ

 

Pride and Prejudice

     นี่คือซีรีส์โรมแมนติกในเวอร์ชั่นปี 1995 ที่ถูกนำออกฉายทางช่อง BBC ที่มีทั้งสิ้น 6 ตอนด้วยกัน จนโด่งดังและกลายเป็นที่พูดถึง ถูกดัดแปลงมาจากนวนิยายแนวโรแมนติกชื่อดังในชื่อเดียวกันว่า Pride and Prejudice ของนักเขียนเลื่องชื่อ เจน ออสเตน ที่แม้แต่ตอนนี้ฉากที่นักแสดง Colin Firth ปรากฏตัวกลางทะเลสาบก็ยังคงได้รับการพูดถึงมาจนทุกวันนี้ กระทั่งที่ยังมีนักวิจารณ์หลายคนออกมาลงความเห็นตรงกันว่าคุณจะหลงรักทั้งตัวซีรีส์ในเวอร์ชั่นนี้ที่คลาสสิกสุดๆ เวอร์ชั่นหนึ่ง ไปพร้อมๆ กับนักแสดงหนุ่มในเรื่องนี้แบบโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว

 

The Crown

     เป็นไปไม่ได้เลยที่เมื่อเราพูดถึงซีรีส์ย้อนยุค หรืออิงประวัติศาสตร์แล้วจะไม่มีซีรีส์ชื่อดังเรื่องนี้เข้ามาติดอยู่ในโผ นั่นคือเรื่อง The Crown ที่ได้ตีแผ่เรื่องราวของราชวงศ์วินด์เซอร์มาแล้วถึง 4 ซีซั่น และทุกซีซั่นก็ดูเหมือนว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีมาโดยตลอดซึ่งการันตีด้วยรางวัลมากมายด้วยฝีมือระดับแนวหน้าของฮอลลีวู้ดของกองทัพนักแสดงที่ถูกเปลี่ยนตัวในทุก 2 ซีซั่นเพื่อความสมจริง แม้ว่าจะเป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าย้อนตั้งแต่ครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จนถึงเรื่องราวล่าสุดกับโศกนาฏกรรมแห่งความรักของมกุฎราชกุมารแห่งวินด์เซอร์ และไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทว่าทุกเรื่องดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องในอดีตที่เก่าเก็บ หากยังดูร่วมสมัยกับผู้ชมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ หรือแม้แต่เรื่องของโปรดักชั่นที่สมจริงจนไม่อยากให้ใครสักคนบนโลกใบนี้ต้องพลาดไป

 

Alias Grace

     ปิดท้ายด้วยซีรีส์พีเรียดย้อนยุคแนวลึกลับ กับเรื่อง Alias Grace ที่เราบอกอะไรไม่ได้ไปมากกว่า “จงไปหาดูด้วยตัวเอง แล้วคุณจะทึ่ง” ไม่ใช่แค่บรรยากาศ หรือเนื้อเรื่องที่ดำเนินไปอย่างเดียว หากซีรีสืที่เล่าถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมในยุคศตวรรษที่ 19 ในประเทศแคนาดา เรื่องนี้ยังได้สร้างข้อถกเถียงกับให้วงการนักจิตวิทยามาแล้วว่า ท้ายที่สุดแล้วเราควรจะให้อภัยฆาตกรที่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือไม่... และด้วยประเด็นนี้เองที่โว้กต้องหยิบเอาซีรีส์เรื่องนี้มาใส่ไว้ในโผนี้จนได้

ข้อมูล : Glamour

คีย์เวิร์ด: #Netflix #HistoricalMovies