FASHION

โว้กเปิดพรมแดน ‘ความหลากหลายทางเพศ’ ลิสต์ 5 ภาพยนตร์ LGBTQ+ ที่คุณต้องหามาดูสักครั้งในชีวิต!

โลก โว้กขอร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจนี้ด้วยลิสต์ 5 ภาพยนตร์ LGBTQ+ ที่จะทำให้คุณเข้าใจพวกเขามากยิ่งขึ้น...

     เป็นธรรมเนียม เมื่อล่วงเข้าสู่เดือนมิถุนายนของทุกปี ที่เราจะได้ร่วมกันเฉลิมฉลองให้กับเดือนแห่ง Pride Month เดอนสำคัญอีกเดือนหนึ่งของกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อเป็นการรณรงค์ต่อต้านการเหยียดเพศ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้กับคนในสังคมในเรื่องของ “ความเท่าเทียม และความหลากหลายทางเพศ” อีกทั้งยังเป็นการรำลึกเหตุจลาจล และความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่สโตนวอลล์ ในเดือนมิถุนายน ปี 1969 ในบาร์เกย์ที่ชื่อว่า สโตนวอลล์ อินน์ ย่านกรีนวิช วิลเลจ ที่เมืองนิวยอร์กซิตี้ ซึ่งเหตุการณ์รุนแรงในครั้งนั้น ยังถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดการเรียกร้องสิทธิ และความเสมอภาคของชาว LQBTQ+ ไปทั่วโลก โว้กขอร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจนี้ด้วยลิสต์ 5 ภาพยนตร์ LGBTQ+ ที่จะทำให้คุณเข้าใจพวกเขามากยิ่งขึ้น...

 

Call me by your name

     เราต่างไม่อาจที่จะปฏิเสธได้เลยว่านี่คือภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายที่สวยงามที่สุดเรื่องหนึ่ง ทั้งในด้านของฉากบรรยากาศ และโทนสีแวดล้อมที่ปรากฏอยู่ในเรื่องดังกล่าวที่ทำให้ใครหลายคนหลงรักฤดูร้อนมาแล้วนัดต่อนัด เรื่อยไปจนถึงการแสดงของ 2 นักแสดงมากความสามารถอย่าง Timothée Chalamet ในบทบาทของ “เอลิโอ” และ Armie Hammer ในบทบาทของ “โอลิเวอร์” ที่หากคุณเคยประทับใจกับภาพยนตร์สุดคลาสสิกอย่าง “Broke Back Mountain” มาแล้ว คุณก็สามารถที่จะตกหลุมรักทั้งคู่ได้ไม่ยากเช่นกัน ด้วยที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการนำเสนอตัวตนความเป็น LGBTQ+ เท่านั้น หากยังเป็นหนังประเภท Coming of age ที่ผู้ชมจะได้เรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมๆ กันกับตัวละครอีกด้วย (คลิกไปชมภาพยนตร์ตัวอย่างได้ที่นี่)

 

Carol

     หลายครั้งที่เราพูดถึง LGBTQ+ แล้วเราทุกคนมักจะหลงลืมที่จะพูดถึงความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง ที่แม้แต่จะผ่านมาหลายปีพื้นที่ในการแสดงออกในอุตสหกรรมภาพยนตร์ก็ยังคงมีน้อย เมื่อเทียบสัดส่วนกับกลุ่มอื่นๆ ทว่า Carol นับเป็นหนึ่งในส่วนน้อยนั้น ภาพยนตร์ดราม่าโรแมนติก เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมหานครนิวยอร์ก ระหว่างยุค 1950s ที่สังคมแวดล้อมยังคงไม่เปิดกว้าง และยอมรับความรักระหว่างเพศเดียวกัน Carol (รับบทโดย Cate Blanchett) สาวสังคมชั้นสูงได้พบกับ Therese (รับบทโดย Rooney Mara) พนักงานในห้างสรรพสินค้าโดยบังเอิญจนเกิดเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ท่ามกลางบรรยากาศสุดละมุน ภายใต้อาภรณ์แสนสง่างาม ที่การันตีด้วยการเข้าชิงออสการ์ถึง 6 สาขารางวัลมาแล้ว (คลิกไปชมภาพยนตร์ตัวอย่างได้ที่นี่)

 

รักแห่งสยาม

     ภาพยนตร์ไทยเพียงเรื่องเดียวที่หลุดเข้ามาในลิสต์นี้ และควรค่าที่คนไทยอย่างเราๆ ต้องหามาดูให้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ซึ่งมีเพียง 3 ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเสน่ห์อย่างลงตัว และแตกต่างจากภาพยนตร์ไทยทั่วไปคือ สยามสแควร์, วัยนักเรียนมัธยม และบรรยากาศคืนวันคริสต์มาสเมื่อ 13 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งการดำเนินเรื่องที่ฉีกแนวออกไปจากภาพยนตร์ไทยกลุ่ม LGBTQ+ สมัยก่อนเรื่องอื่นๆ ด้วยการหันกลับมานำเสนอตัวละครหลักที่เป็นกลุ่มเพศทางเลือกให้มีมิติเฉกเช่นคนปกติทั่วไป ไม่ผูกติดไว้กับความตลก หรือความโศกเศร้า ที่เป็นค่านิยมของสังคมสมัยนั้น ที่รับรองเลยว่าไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน เมื่อได้สัมผัสกับภาพยนตร์เรื่องนี้สักครั้งแล้ว คุณจะคิดถึงวัยมัธยมของคุณอย่างสุดหัวใจ (คลิกไปชมภาพยนตร์ตัวอย่างได้ที่นี่)

 

Shape of water

     ภาพยนตร์ดัดแปลงจากวรรณกรรมในชื่อเดียวกัน ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหนึ่ง นี่คือภาพยนตร์รักแนวแฟนตาซี ที่เล่าเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครหญิงสาวใบ้ และสัตว์ประหลาดใต้น้ำ ที่พาเราทุกคนก้าวข้ามพรมแดนของนิยามความรักแบบเดิมๆ ที่แวดล้อมไปด้วย “ความหลากหลาย” ทั้งความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายทางเชื้อชาติ และความหลากหลายทางเพศ ที่ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางที่น่าสนใจว่า Shape of Water คือภาพยนตร์ที่สามารถตีแผ่ความเน่าเฟะ และความเหลื่อมล้ำทางสังคมออกมาได้อย่างละมุนที่สุด (คลิกไปชมภาพยนตร์ตัวอย่างได้ที่นี่)

 

The Danish Girl

     “ลิลลี่” ตัวละครหลักสำคัญที่มีตัวตนอยู่จริงบนหน้าประวัติศาสตร์ของ LGBTQ+ เธอถูกรู้จักในฐานะของหญิงข้ามเพศที่ได้รับการผ่าตัดแปลงเพศสำเร็จเป็นคนแรก The Danish Girl จึงนับเป็นภาพยนตร์กึงชีวประวัติของหญิงข้ามเพศผู้ที่ ที่อบอวลไปด้วยห้วงอารมณ์แห่งความรัก และความเศร้าในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน ทว่าความรักของตัวละครภรรยาที่มีอยู่อย่างเปี่ยมล้น ยังผลักดันให้ผู้ชมได้เห็นการเปลี่ยนแปลง และขยับฐานะของภาพยนตร์รักธรรมดาให้ลึกซึ้งไปอีกขั้น ที่สร้างความประทับใจให้กับใครหลายคนทั่วโลก ส่งให้นักแสดงมากความสามารถอย่าง Eddie Redmayne เกือบได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับเวทีราวัลออสการ์มาแล้ว (คลิกไปชมภาพยนตร์ตัวอย่างได้ที่นี่)

คีย์เวิร์ด: #PrideMonth #LGBTQ+ #5MoviesOf LGBTQ+