FASHION

ตีแผ่ความสำเร็จของ Dior ผ่าน 3 สุภาพสตรี 3 รุ่น ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ในตำนาน

     ในยุคสมัยนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์แฟชั่น Dior ที่ก่อตั้งโดย Christian Dior สุภาพบุรุษแห่งเมืองฝรั่งเศส ผู้ที่มีความหลงใหลในการออกแบบเสื้อผ้ามาแต่ไหนแต่ไร กระทั่งที่เขายังเคยได้สร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนกรุงปารีสให้กลายเป็นหัวเมืองแฟชั่นโลก ผ่านเสื้อผ้าที่พร้อมปลดแอกความเศร้าจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีอย่าง “Dior New Look” ทว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ดิออร์ก้าวขึ้นมาเป็นแม่ทัพในกองทัพอุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะแม้ว่าแบรนด์ดังกล่าวจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยสุภาพบุรุษอัจฉริยะ หากยังมีสุภาพสตรีอีก 3 คนที่เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ดิออร์ประสบความสำเร็จสูงสุด กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก และโว้กจะทุกคนไปรู้จักกันในครั้งนี้...

 

Catherine Dior

     หลายคนที่กำลังพรมน้ำหอม Miss Dior ลงบนตัวอยู่ในเวลานี้ ก็ยังคงสงสัยว่าชื่อนี้เป็นชื่อของใครกันแน่ แต่ก็คงเดากันได้ไม่ยากว่า ต้องมีความเกี่ยวข้องกับคริสเตียน ดิออร์เป็นแน่ และนั่นก็นับเป็นข้อสันนิษฐานที่ถูกต้อง เพราะแคทเธอรีน ดิออร์ คนนี้คือ พี่สาวของคริสเตียน หรือหากจะพูดให้ง่ายขึ้นเธอผู้นี้คือแรงบันดาลใจสำคัญในการให้กำเนิดน้ำหอมรุ่นแรกของแบรนด์ดิออร์อย่าง Miss Dior ในช่วงปี 1947 นั่นเอง ซึ่งความน่าสนใจยังอยู่ที่กลิ่นของน้ำหอมรุ่นดังกล่าว ที่มักจะสื่อถึงความรัก ด้วยกลิ่นของดอกไม้อ่อนๆ เฉกเช่น ดอกกุหลาบ ที่นับเป็นอัตลักษณ์กโดยเฉพาะของน้ำหอมรุ่นนี้ ที่มีความเกี่ยวข้องกับแคทเธอรีน ดิออร์ ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มต่อต้านฝรั่งเศส เคยมีประสบการณ์เข้าฝึกงานในค่ายกักกันเยอรมัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่ชีวิตจะพลิกผันกลายมาเป็น “คนทำสวน” อย่างเต็มตัวในภายหลัง จึงไม่แปลกใจที่ Miss Dior จะอบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ที่ถูกพัฒนาสูตรจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเป็นตัวแทนของสุภาพสตรีหลากหลายรูปแบบที่เปรียบเป็นดอกไม้หลากชนิดในสวน และแม้ว่าเดี๋ยวนี้จะมีเทคโนโลยีในการผลิตน้ำหอมที่ทันสมัย แต่น้ำหอมของ Dior ก็ยังคงอัตลักษณืที่เป็นมรดกตกทอดของแบรนด์ไว้ได้เป็นอย่างดี

 

Diana, Princess of Wales

     เธอไม่เพียงเป็นเจ้าหญิงของปวงชนเท่านั้น หากเธอคือสุภาพสตรีคนหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่า แฟชั่นไอคอนแห่งยุค 1980s ที่แท้จริง เธอผู้นี้คือ ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า "เลดี้ ไดอาน่า" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อรุ่นกระเป๋าสุดคลาสสิกของแบรนด์ดิออร์นามว่า "เลดี้ ดิออร์" (Lady Dior) ที่ได้รับการสร้างสรรค์โดย จอห์น กัลลิอาโน ซึ่งนับเป็นกระเป๋าถือที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลิ่นอายของแฟชั่นระดับโอต์ กูตูร์ ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในปี1995 ก่อนที่จะถูกดันให้ดังในปี 1996 เมื่อไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ในขณะนั้น ได้เดินทางไปกรุงปารีส และได้รับมอบกระเป๋าจากสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส และอยู่ในครอบครองของเธอจนกลายเป็นที่จับจ้องของเหล่าสาวกแฟชั่น และเหล่าปาปารัสซี่ พร้่อมสร้างปรากฏการณ์ให้ยอดขายเครื่องหนังของแบรนด์ดิออร์เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า และยังคงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มียอดขายสูง และเป็นที่พูดถึงตลอดมา

 

Maria Grazia Chiuri

     สุภาพสตรีชาวอิตาลี ที่มีพ่อเป็นทหาร และมีแม่เป็นช่างตัดเสื้อ คือผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์หญิงคนแรกของทำเนียบดีไซเนอร์ตลอดกว่า 6 ทศวรรษของแบรนด์ในตำนาน ที่นับเป็นอีกหนึ่งสุภาพสตรีที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์ของดิออร์ได้อย่างน่าสนใจ และน่าติดตาม ดังที่ทุกคนได้ชื่นชมผลงานแรกของเธอในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ประจำปี 201และได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่องกับ ความเป็นมา และแรงบันดาลใจของดีไซเนอร์พลังหญิงคนนี้ ที่เธอใช้ความเป็นแฟมินิสต์สร้างสรรค์ผลงานแรกที่ว่า "We Should All Be Feminists" ผลงานเปิดตัวของเธอที่สร้างจุดยืนให้กับเธอในคราวเดียวกัน เพื่อสื่อให้สังคมได้เห็นถึงความมั่นใจ และพลังในเพศหญิง ก่อนที่ในอีกหลายคอลเล็กชั่นต่อมา เราจะได้เห็นฝีมือการสร้างสรรค์ของเธอที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ที่มีทั้งส่วนผสมความเป็นตัวเธอ และอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ลงตัว อีกทั้งภายใต้การคุมบังเหียนของ มาเรีย กราเซีย คิอูริ นั้น เธอได้ยังคืนชีพอัตลักษณ์ของแบรนด์ดิออร์ในอดีตให้สาวกได้หายคิดถึง ทั้งลายผ้า Oblidue ไปจนถึงอิทแบ็กในตำนานอย่าง "Dior Saddle Bag" ให้กลับมาเป็นไอเท็มที่สายแฟ(ชั่น)เรียกร้องกันทั่วโลก หรือกระทั่งหมวกทรง Bucket Hat ที่หลายคนไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นบนรันเวย์ของดิออร์มาก่อน...