WELLNESS

นอนบ้านต้นไม้ ฟังเสียงร่างกายตัวเองท่ามกลางธรรมชาติและความสงบที่ THANN Wellness จ.อยุธยา

โว้กบิวตี้พาหนีความวุ่นวายไปผ่อนคลายร่างกายและจิตใจที่ THANN Wellness Destination จ.อยุธยา

หากช่วงนี้ชีวิตอยู่ในโหมดเวิร์คไร้บาลานซ์ ทำงานหนักและเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียดจนร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และอยากกดปุ่มรีเซตให้กับตัวเองด้วยการหาที่พักผ่อน โว้กบิวตี้ขอพาหนีความวุ่นวายมาเช็คอินกันที่ THANN Wellness Destination จ.อยุธยา จุดหมายปลายทางของคนรักสุขภาพและคนที่อยากปรับสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจแบบองค์รวม ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศอันเงียบสงบ ไม่รอช้าตามโว้กบิวตี้มาดูกันเลยว่าไฮไลต์ของที่นี่มีอะไรบ้าง

 

 

เช็คอินพักที่บ้านต้นไม้ (Tree House)

เราเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็ต้องถึงที่หมาย เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ล็อบบี้ของรีสอร์ทสิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยคือความสงบจากบรรยากาศของสถานที่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสบายตาบวกกับลมเย็นๆ ที่พัดตลอดวัน ครั้งนี้เรามาเช็คอินเข้าพักกันที่ห้องพักแบบ Tree House เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ซึ่งเป็นแพ็คเกจแบบ All-inclusive ที่รวมค่าห้องพักระดับ 5 ดาว, อาหารทุกมื้อตั้งแต่มื้อเย็นของวันแรกที่เข้าพัก, มินิบาร์ภายในห้อง, คลาสออกกำลังกาย และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ แบบไม่จำกัดครั้ง หลังจากได้รับคีย์การ์ดแบบเป็นกำไลสวมข้อมือเราก็ไม่รอช้าเข้าเก็บกระเป๋าที่ห้องพัก จะเรียกว่าเปิดประตูสู่ประสบการณ์การพักผ่อนแบบเต็มรูปแบบก็ว่าได้ เพราะบรรยากาศภายในห้องพักนั้นโปร่งสบายมีเพดานสูงช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เตียงนอนหันหน้าเข้ากับวิวของแม่น้ำน้อยซึ่งเมื่อเปิดหน้าต่างจะได้ยินเสียงของธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ตัว ห้องพักถูกยกระดับให้สูงขึ้นจากพื้นช่วยให้มองเห็นวิวของธรรมชาติได้ครบทุกมุม อย่างวิวของทุ่งนาสีเขียวขจีที่ติดกับรีสอร์ทและอีกด้านเป็นวิวเงียบสงบของแม่น้ำน้อยที่ทอดยาว สำหรับการเดินทางมาพักที่รีสอร์ทเราขอแนะนำว่าไม่ต้องจัดกระเป๋ามาเยอะเพราะทางรีสอร์ทได้มีชุด Resort Wear จัดเตรียมไว้ให้สวมใส่ตลอดช่วงที่เข้าพัก หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยเราได้ออกไปสูดอากาศยามเย็นพร้อมเตรียมทานมื้อเย็นที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมเมนูไว้ให้ ซึ่งจากห้องพัก Tree House ไปถึงห้องอาหารสามารถเดินได้ เป็นการออกกำลังกายเบาๆ ไปด้วยในตัวหรือจะขี่สกู๊ตเตอร์ที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้ก็ได้เช่นกัน

 

 

ด้านในห้องพัก มีให้เลือกทั้งแบบเตียงคู่และเตียงเดี่ยว

 

เมนูเพื่อสุขภาพทำจากวัตถุดิบที่กินแล้วฟิลกู้ด

อาหารเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของประสบการณ์มาพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่ THANN Wellness Destination โดยคอร์สอาหารจะถูกจัดเตรียมไว้ให้ซึ่งแต่ละมื้อมีเมนูที่แตกต่างกันไป ออกแบบมาเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการภายใต้คอนเซปต์ “Farm to table” ซึ่งพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ตามฤดูกาล อย่างการใช้ผักไทยพื้นบ้านและดอกไม้รับประทานได้ปลอดสารที่ปลูกเองแบบไม่ใช้สารเคมีภายในรีสอร์ท โดยส่วนหนึ่งของพื้นที่ในรีสอร์ทแห่งนี้ได้ยกให้กับการปลูกพืชผักสวนครัวรวมถึงการเลี้ยงแม่ไก่และแม่เป็ดอารมณ์ดีที่ฟังเพลงคลาสลิคทุกวันและเลี้ยงแบบปล่อย (Free Range) ซึ่งแขกที่มาเข้าพักสามารถเดินมาเก็บไข่ไก่สดๆ ไปทำอาหารเช้าได้ด้วย

ในหนึ่งมื้ออาหารจะประกอบไปด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย, จานหลัก และของหวานปิดท้าย แต่ละเมนูที่เราได้ลองชิมมาพร้อมรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความประทับใจอย่าง เมนูขนมหวานเค้กใบบัวบกที่ใช้ใบบัวบกที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในรีสอร์ท ทานคู่กับถั่วดำและครีมให้รสชาติที่มันและหวานกลมกล่อม การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีความโฮมเมดปลูกเองกับมือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของ THANN ที่อยากให้แขกที่มาเข้าพักได้เอ็นจอยกับอาหารที่รสชาติดีและมีประโยชน์กินแล้วฟิลกู้ด

 

เค้กใบบัวบก

ซุปข้าวโพด

แซลมอนในซอสพอนสึส้มยูสุ

 

 

ตื่นเช้ามาเหยียบน้ำค้าง ออกกำลังกายบนหญ้า

ถึงแม้จะเป็นการมาพักผ่อนแต่ทริปนี้เราไม่ปล่อยให้ตัวเองนอนตื่นสาย ตั้งนาฬิกาปลุกลุกขึ้นมารับวิตามินดีจากแสงแดดพร้อมสูดอากาศดีๆ ตอนช่วง 7 โมงเช้า โดยสำหรับวันที่สองเราตื่นขึ้นมาร่วมคลาส Yoshi Balance ซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานสนามหญ้าใกล้ๆ กับห้องพัก การออกกำลังกายริมแม่น้ำของเราในเช้าวันนั้นเป็นการออกท่าง่ายๆ ที่ให้ร่างกายเคลื่อนไหวแบบช้าๆ เป็นช่วงเวลาที่เราได้ใช้สมาธิอยู่กับตัวเองอีกทั้งการถอดรองเท้าและให้เท้าได้สัมผัสกับผืนหญ้าที่มีน้ำค้างเกาะอยู่ช่วยมอบความรู้สึกกราวดิ้งรับพลังงานดีๆ จากธรรมชาติ นอกจากนี้ทางรีสอร์ทยังมีคลาสออกกำลังกาย อย่าง โยคะ, เวทเทรนนิ่งภายในฟิตเนส และ Aqua Exercise ในสระน้ำ และกิจกรรมสบายๆ อย่างปั่นจักรยานริมแม่น้ำ และพาย Paddle Board ชมพระอาทิตย์ตกช่วงเย็นๆ โดยกิจกรรมทั้งหมดจะมีเทรน์เนอร์และ Wellness Butler เป็นผู้ดูแลเราตลอดการทำกิจกรรม

 

Paddle Board

 

Aqua Exercise

 

 

ฮีลใจและบำบัดร่างกายด้วยสปาทรีตเมนต์

เมื่อพูดถึงแบรนด์ THANN หลายคนๆ นึกถึงสปาทรีตเมนต์ ซึ่งแน่นอนว่าที่รีสอร์ทแห่งนี้ได้รวมสปาทรีตเมนต์ที่เป็นซิกเนเจอร์ไว้ด้วยกันแบบครบวงจร ได้แก่ Nano Shiso Therapy ทรีตเมนต์เพื่อการดูแลสุขภาพตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ประกอบด้วยการนวดตัว 60 นาที และนวดหน้า 70 นาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้ผิวสวย THANN Sanctuary Signature Massage การนวดที่ผสมผสานเทคนิคการนวดไทยและการนวดน้ำมัน โดยใช้ฝ่ามือนวดกดแบบเน้นน้ำหนักบริเวณบ่า ไหล่ หลังช่วยปรับสมดุลความยืดหยุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ Thai Aromatic Massage การนวดที่ผสมผสานเทคนิคการนวดไทย ซึ่งเน้นการดัดและยืดตัวเพื่อคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ โดยจะตามด้วยการนวดน้ำมันที่เน้นการรีดเส้น เราได้เลือกเป็นเมนูทรีตเมนต์นวดตัวแบบซิกเนเจอร์ 90 นาทีที่ผสานการใช้น้ำมันที่มอบกลิ่นหอมบำบัด ซึ่งก่อนเข้ารับบริการพี่พนักงานที่ดูแลจะให้เรากรอกแบบสอบถามพร้อมระบุส่วนที่อยากให้เน้นในการนวดและเลือกกลิ่นน้ำมันนวดตัวที่เราชื่นชอบ 

 

 

หลังจากนวดตัวเสร็จคนที่อยากผ่อนคลายร่างกายต่อสามารถจองเวลาเพื่อเข้าใช้ห้อง Aromatherapy bath ต่อได้ โดยเป็นการแช่น้ำอโรม่าที่มีอุณหภูมิต่างกัน 3 ระดับ คือ ร้อน อุ่น และเย็น ซึ่งขณะที่แช่จะได้สูดดมกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยปรับสมดุลอารมณ์และร่างกายให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีบริการห้องซาวน่า, ห้อง Salt Therapy Room ที่บำบัดร่างกายด้วยไอเกลือ (Pharma salt) เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่มีปัญหาภูมิแพ้

 

ห้อง Aromatherapy bath

 

การมา THANN Wellness Destination ในครั้งนี้ไม่เพียงได้ร่างกายและจิตใจที่ผ่อนคลายกลับมา แต่ความสงบของธรรมชาติช่วยให้เราได้ฟังเสียงของร่างกายตัวเองด้วย สำหรับคนที่อยากจัดทริปเวลเนสหลีกหนีจากเสียงและความวุ่นวายมาพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแบบองค์รวม เราแนะนำให้แวะมาเช็คอินกัน โดยนอกจากห้องพักแบบบ้าน Tree House แล้ว ยังมีห้องพักแบบอื่นที่รองรับจำนวนคนที่เข้าพักได้อย่างตอบโจทย์ สาวโว้กที่สนใจสามารถดูรายละเอียดต่อได้ที่เว็บไซต์ THANN Wellness Destination 

 

คีย์เวิร์ด: THANN Wellness Destination