พูดคุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ole Henriksen สกินแคร์ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสผิวโกลว์แบบ #OLEGLOW

เข้าวางขายที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการทั้งที โว้กบิวตี้พูดคุยกับ Ole Henriksen ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ole Henriksen เพื่อเจาะลึกแบรนด์สกินแคร์ที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์กับทุกสภาพผิวและให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์การดูแลผิวที่เหมือนกับได้ทำสปา

การได้เดินทางมาวางจำหน่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกนับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความสำเร็จของ Ole Henriksen แบรนด์สกินแคร์สัญชาติเดนมาร์กที่เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก และสำหรับการเปิดตัวแบรนด์ที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โว้กบิวตี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Ole Henriksen ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ถึงแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งแบรนด์สกินแคร์พร้อมทำความรู้จักแต่ละผลิตภัณฑ์ยอดฮิต

 

ในบทสนทนาผ่านการ Zoom ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง Ole แชร์จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาลุกขึ้นมาก่อตั้งแบรนด์สกินแคร์เป็นของตัวเอง โดยเริ่มจากเรื่องราววัยเด็กที่เติบโตที่ประเทศเดนมาร์ก พร้อมความชื่นชอบในด้านการเต้นที่ภายหลังกลายเป็นอาชีพที่ทำให้เขาออกเดินทางไปแสดงในหลายประเทศ และหนึ่งในนั้นคือประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองที่เขาได้เติบโตในฐานะนักเต้นมืออาชีพ อย่างไรก็ตามเส้นทางชีวิตใหม่ได้มาพร้อมกับสิ่งที่เขาไม่เคยเจออย่างปัญหาสิวเรื้อรัง โดยต่อมาเขาได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านความงามชาวอินโดนีเซีย และหลังจากได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวตัวเองที่เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประสบการณ์การรักษาผิวในตอนนั้นได้จุดประกายแพชชั่นใหม่และสร้างแรงบันดาลใจให้เขาออกเดินทางอีกครั้งเพื่อไปศึกษาด้านสกินแคร์และเคมีเครื่องสำอางในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ “หนึ่งปีต่อมาผมย้ายไปอยู่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่เริ่มต้นผมตั้งใจมากๆ ที่จะเอาดีทางด้านนี้ ไม่เพียงแต่ที่จะได้ศึกษาอย่างเจาะลึกเกี่ยวกับสกินแคร์และเครื่องสำอาง แต่ได้ค้นพบว่าแพชชั่นในตัวผมรวมไปถึงการได้ช่วยให้ทุกคนที่เข้ามาทำสปาหรือทำบิวตี้ทรีตเมนต์รู้สึกดี สิ่งสำคัญสำหรับผม คือ เราได้ดึงถึงสิ่งดีๆ ในตัวของคนที่เราได้พบออกมา เพราะในความจริงแล้ว ความงามที่แท้จริงคือการโกลว์จากภายใน”  ในปี 1975 หลังจากเรียนจบ Ole ไม่รอช้าที่จะทำตามความฝัน เปิดตัวสปาเป็นของตัวเองภายใต้ชื่อ Ole Henriksen Denmark Skin Care Center ในเมืองลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา 

 

Ole Henriksen ผู้ก่อตั้งแบรนด์ 

 

ในช่วงแรกของการทำธุรกิจสปา Ole เล่าให้เราฟังว่า เขาปั้นเทคนิคการทำสปาทรีตเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น โดยทุกครั้งที่พบกับลูกค้าที่เข้ามารับบริการ เขาจะทำความรู้จักกับคนๆ นั้นมากขึ้น ด้วยการถามถึงไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยให้สามารถออกแบบทรีตเมนต์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ภายในเวลาไม่นานหลังจากได้ช่วยเปลี่ยนแปลงผิวให้กับคนที่เข้ามารับบริการในสปา ชื่อเสียงของ Ole Henriksen ก็ได้โด่งดังไปทั่วฮอลลีวูดและดาราระดับ A-list หลายคนได้กลายเป็นลูกค้าขาประจำที่สปา

 

จากจุดเริ่มต้นของการทำสปาสู่แบรนด์สกินแคร์ Ole Henriksen

Ole เริ่มต้นแบรนด์ของเขาด้วยการทำสปาซึ่งใส่ใจในเรื่องความงามแบบองค์รวม โดยเป็นการดูแลผิวที่ให้ความสำคัญกับการหาจุดสมดุลระหว่างสุขภาพร่างกายและจิตใจ โดยแนวคิดนี้ได้ถูกนำมาสานต่อในการสร้างสรรค์สกินแคร์แบรนด์ Ole Henriksen ที่ผสานส่วนผสมจากธรรมชาติ นวัตกรรมที่รองรับด้วยผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เข้ากับองค์ประกอบของการทำสปา ซึ่งได้แก่กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสที่ช่วยมอบความผ่อนคลายขณะบำรุงผิว “หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสปาคือกลิ่นหอมแบบอโรม่า ซึ่งกลิ่นหอมที่ผมใช้ในผลิตภัณฑ์นั้นมาจากธรรมชาติ อย่างเช่น ในตระกูลของซีตรัส ที่ช่วยปลุกความรู้สึกสดชื่นและเปล่งปลั่งจากภายใน นอกจากนี้สปายังรวมไปถึงการนวดผ่อนคลาย ซึ่งองค์ประกอบนี้สะท้อนอยู่ในส่วนของเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ที่จะมีความนุ่มละมุนและอ่อนโยนต่อผิว” อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ Ole แชร์ว่าทำให้สกินแคร์รูทีนเหมือนกับได้ทำสปาทรีตเมนต์และเป็นที่มาของ #OLEGLOW ก็คือการทำจิตใจให้ผ่อนคลายขณะที่ใช้สกินแคร์ 

 

 

The Truth Collection 

 

“เปล่งปลั่ง-หรูหรา-เห็นการเปลี่ยนแปลง”

เพื่อทำความรู้จักสกินแคร์ของ Ole Henriksen มากขึ้น Ole นิยามแบรนด์ของเขาเป็น 3 คำ “เปล่งปลั่ง-หรูหรา-เห็นการเปลี่ยนแปลง”  โดยเขาอธิบายว่าสกินแคร์ของ Ole Henriksen มีคุณสมบัติที่ช่วยคืนความเปล่งปลั่งและความมีชีวิตชีวาแก่ผิว ด้วยเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ที่หรูหราที่ช่วยมอบความรู้สึกเหมือนกับได้ทำสปาทรีตเมนต์ และที่สำคัญอัดแน่นไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติและ Active Ingredient ที่ช่วยฟื้นบำรุงและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ผิว  

ปัจจุบัน Ole Henriksen มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกตอบโจทย์สำหรับทุกสภาพผิว แบ่งออกเป็น 4 คอลเล็กชั่น  ได้แก่ The Truth Collection เป็นไลน์สกินแคร์ go-to ของการฟื้นฟูผิวให้แลดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใสด้วยส่วนผสมไฮไลต์อย่าง วิตามินซี The Transform Collection ช่วยฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนด้วยส่วนผสมเข้มข้นของ AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน The Transform Plus Collection กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในเรื่องริ้วรอยแห่งวัยด้วยส่วนผสมช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่าง PHA ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ที่กระจ่างใสและแลดูอ่อนเยาว์ และ The Balance Collection ตอบโจทย์กับผิวมัน โดยช่วยฟื้นฟูผิวด้วยส่วนผสมของ Green Fusion Complex™ ที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติเข้มข้นที่ช่วยกระชับรูขุมขน

นอกจากในแง่ของเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมของผลิตภัณฑ์แล้ว Ole ยังแชร์กับเราว่าเขาให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่เป็น Active Ingredient และทุกผลิตภัณฑ์ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่เข้มข้น ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิว อีกทั้งยังเป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ปราศจากการทดลองกับน้องสัตว์ด้วย

 

The Balance Collection

 

The Transform Collection

 

เคล็ดลับ #OLEGLOW

“ผิวสุขภาพดีเริ่มที่ผิวสะอาด หมายถึงการทำความสะอาดผิว ผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำ และที่ขาดไม่ได้คือเติมความชุ่มชื่น” Ole เล่าถึงทิปส์ดูแลผิวที่เป็นพื้นฐานสำคัญของผิวสุขภาพดีพร้อมแชร์ไอเท็มที่เขาอยากแนะนำ อย่าง Lemonade Smoothing Scrub สครับที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนด้วยส่วนผสมของกรด AHA และสารสกัดจาก Lemon Peel ที่มาพร้อมกลิ่นหอมปลอบประโลมของกลิ่นคาโมมายล์ นอกจากนี้เขายังเสริมต่อว่า เติมความชุ่มชื่นอย่างเดียวยังไม่พอ แต่ควรเพิ่มการฟื้นบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่างวิตามินซีเข้าไปในรูทีนด้วย เพราะมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อย่างผลิตภัณฑ์ใน Truth Collection และกลุ่มผลิตภัณฑ์ Banana Bright และหากมีเวลาควรเพิ่มการฟื้นบำรุงด้วยการมาส์กหน้า ซึ่งไอเท็มที่เขาอยากบอกต่อก็คือ PHAT Glow Facial มาส์กที่เหมือนกับได้ทำเฟเชียลทรีตเมนต์ โดยผสาน PHA ซึ่งเป็นกรดช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยเผยผิวที่เนียนนุ่มและเปล่งปลั่ง โดยขณะที่มาส์ก Ole แนะนำว่าให้เราหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายระหว่างที่รอมาส์กเซ็ตตัว อย่าง ฟังเพลงหรือนอนชิวๆ

 

 

ทิปส์ดูแลผิวในช่วงหน้าร้อนแบบฉบับ Ole Henriksen

ก่อนจะจบบทสนทนา Ole ได้ทิ้งท้ายกับทีมโว้กบิวตี้ถึงทิปส์การดูแลในช่วงหน้าร้อน “สำหรับการดูแลผิวในช่วงที่สภาพอากาศค่อนข้างร้อนชื้น ผมแนะนำว่าเริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดผิวด้วยเคลนเซอร์อย่าง Find Your Balance Oil Control Cleanser ส่วนในช่วงกลางคืนจะตามด้วยการใช้โทนเนอร์อย่าง Balancing Force Oil Control Toner ที่ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินและกระชับรูขุมขนโดยที่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง”  อีกหนึ่งทิปส์ที่ Ole ฝากไว้ก็คือ ในช่วงที่อากาศร้อนมากๆ ควรเลี่ยงการใช้สกินแคร์ที่มีเนื้อสัมผัสหนักและหนา อย่างเช่น ควรเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เนื้อสัมผัสบางเบาและซึมซาบไว อย่าง C-Rush Brightening Gel Crème มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจลครีมที่ใช้แล้วสบายผิวเพราะเนื้อบางเบาแต่มอบความชุ่มชื่นตลอดวัน นอกจากนี้เขายังเสริมทิปส์ดูแลผิวให้ห่างไกลจาก Maskne หรือสิวจากหน้ากากอนามัยไว้ให้เราได้ลองนำไปใช้อีกด้วย อย่าง การลดการใช้รองพื้นและลงเป็นไพร์เมอร์แทน โดยไอเท็มที่รวมสกินแคร์และเมกอัพไว้ด้วยกันในหนึ่งเดียวอย่าง Banana Bright Face Primer เป็นสิ่งที่เขาแนะนำ เพราะสามารถใช้ลงก่อนเมกอัพเพื่อเพิ่มความติดทนและเบลอจุดบกพร่อง หรือลงเดี่ยวๆ เพื่อช่วยปรับผิวให้แลดูกระจ่างใสและเรียบเนียนในฟินิชลุคแบบ Makeup No Makeup 

 

 

สำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์การ #OLEGLOW ด้วยสกินแคร์จาก Ole Henriksen สามารถตามไปเลือกไอเท็มที่ใช่สำหรับผิวของตัวเองได้แล้วที่เว็บไซต์ Sephora ประเทศไทย และที่จะเริ่มวางจำหน่ายที่ช็อปอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 เมษายนนี้ 

คีย์เวิร์ด: Ole Henriksen