Strobing คืออะไร? เทคนิคสำหรับคนที่อยากมีผิวฉ่ำวาวแต่เหมือนไม่ได้ลงเมกอัพ

การแต่งหน้าผิวฉ่ำวาวยังคงเป็นเทคนิคที่สาวๆ นิยมใช้กันตลอด

ขอเอาใจสายฉ่ำวาว สายดิวอี้ด้วยเทคนิคการแต่งหน้าแบบ Strobing หลายคนอาจจะพอทราบกันอยู่แล้วว่าเทคนิคนี้คืออะไร แต่วันนี้โว้กบิวตี้จะมาอัพเดตและแชร์เทคนิคให้เข้ากับเทรนด์เมกอัพที่กำลังในปี 2020 ซึ่งต้องเกริ่นก่อนว่า Strobing มาจากคำว่า Strobe แปลว่า “แฟลช” หลักการสำคัญของการแต่งหน้าแบบนี้ก็คือการใช้แสงเพื่อเพิ่มความมิติและความโดดเด่นให้กับใบหน้าหรือการลงไฮไลต์ในบริเวณจุดแสงตกกระทบนั่นเอง โดยเป็นลุคที่จะเน้นการใช้ไฮไลเตอร์เพียงอย่างเดียวแทนการใช้บรอนเซอร์หรือคอนทัวร์ ฉะนั้นถ้าใครอยากลองลุคนี้คงต้องเก็บแป้งสีเข้มลงกระเป๋าไปก่อน

การเลือกสีไฮไลเตอร์ให้เหมาะกับสีผิวของตัวเอง

ผิวขาวอมชมพู: ให้เลือกโทนสีเบจหรืองาช้าง โดยถ้าเลือกเนื้อครีมให้ใช้นิ้วนางเกลี่ย เพราะมีน้ำหนักเบา จะช่วยกรองสีไฮไลต์ให้อยู่บนผิวอย่างพอเหมาะ

ผิวขาวอมเหลือง - ผิวสองสี: ให้เลือกโทนสีชมพูกุหลาบหรือชมพูอมประกายทอง สามารถใช้ลิควิดชิมเมอร์ผสมกับโลชั่นเพื่อช่วยเพิ่มการซึมซาบ หรือผสมกับบอดี้โลชั่น เพื่อผิวกายเรืองรองได้ด้วย

ผิวสีน้ำผึ้ง - ผิวเข้ม: ให้เลือกไฮไลต์ประกายสีทองอบอุ่นจะช่วยขับผิวให้โกลว์สูงสุด ควรเลือกเนื้อชิมเมอร์ที่เล็กละเอียดที่สุด



1 / 3

Liquid Glow Face Highlighter สี Peach Fizz จาก Anastasia Beverly Hills (ราคา 1,130 บาท)




2 / 3

Liquid Highlighter Orgasm จาก Nars (ราคา 1,250 บาท)




3 / 3

Shimmering Skin Perfector Liquid Highlighter สี Prosecco Pop จาก Becca (ราคา 1,750 บาท)


เทคนิคการแต่งหน้าแบบ Strobing

อันดับแรกคือการเลือกสีไฮไลเตอร์ให้เหมาะกับสีผิวของเรา จากนั้นโฟกัสที่จุดสำคัญในการสโตรบบิ้ง ได้แก่ สันจมูก กลางหน้าผาก ริมฝีปากบน โหนกแก้ม เป็นต้น ซึ่งเป็นจุดที่นิยมลงไฮไลต์อยู่แล้วแนะนำให้เลือกลงผลิตภัณฑ์เนื้อครีมก่อนแล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้เรียบเนียนกลืนไปกับผิว สำหรับใครที่ชอบลุคผิวธรรมชาติแต่มีผิวผสมหรือผิวมันสามารถเซตบางๆ ด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสงหรือจะไม่เซตก็ได้เพื่อผิวที่ดูดิวอี้มากกว่าเดิม แต่ถ้าหากใครอยากเพิ่มความโกลว์แบบคูณสองให้กับลุคสามารถใช้ไฮไลเตอร์แบบฝุ่นลงเพิ่มได้อีก

กลางหน้าผาก: แตะไฮไลต์เบาๆ ที่กลางหน้าผาก เริ่มเกลี่ยจากกึ่งกลางไปรอบๆ เพื่อให้หน้าผากดูนูนและกว้างขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งการฉีดฟิลเลอร์

โหนกคิ้ว: หลังจากการลงคอนซีเลอร์บริวเณใต้ท้องคิ้วเพื่อให้โครงคิ้วดูชัดแล้ว สามารถใช้ไฮไลต์ลงบริเวณโหนกคิ้วเบาๆ เพื่อช่วยสร้างให้คิ้วดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

สันจมูก: ใช้ไฮไลต์แต้มเบาๆ ที่สันจมูก จะใช้แปรงหรือนิ้วมือเกลี่ยก็ได้ โดยเกลี่ยแบบแตะย้ำๆ ขึ้นลงบริเวณกลางสันจมูก

ริมฝีปากบนและล่าง: ใช้ไฮไลต์ทาบริเวณกระจับปากและกึ่งกลางริมฝีปากล่าง เพื่อช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้น

โหนกแก้ม: เป็นจุดที่แสงตกกระทบมากที่สุด เริ่มจากการลงไฮไลต์บริเวณที่สูงสุดของแก้ม จากนั้นเกลี่ยเป็นแนวเฉียงขึ้นลงตามรูปโหนกแก้ม แต่ถ้าใครมีโหนกแก้มสูงอยู่แล้วอาจจะข้ามขั้นตอนนี้ไปก็ได้

 

การแต่งหน้า Strobing ให้เข้ากับเทรนด์เมกอัพในปี 2020

1. การแต่งคิ้วแบบ Bushy Brows หรือการเขียนคิ้วให้ขนคิ้วดูตั้งเป็นธรรมชาติ จะช่วยให้โททัลลุคดูโนเมกอัพสุดๆ

2. การใช้บลัชออนโทนสีชมพูเนเชอรัลปัดบริเวณหน้าแก้มบวกกับผิวแบบสโตรบบิ้ง ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีเหมือนเพิ่งไปออกกำลังกายมา

3. การใช้ลิปกลอสสีใสเพิ่มความฉ่ำวาวให้กับริมฝีปาก เป็นเทรนด์ที่กำลังมาและเข้ากับเมกอัพเผยผิวแบบสโตรบบิ้ง

คีย์เวิร์ด: strobing makeup glowing dewy highlighter