ทำไมถึงควรหันมาใส่ใจค่า pH ของผิว แชร์ 4 ปัจจัยที่ทำให้ผิวเสียสมดุลที่อาจไม่รู้มาก่อน

เคล็ดลับง่ายๆ ในการดูแลผิวให้สุขภาพดีและสมดุล

หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการมีสุขภาพผิวที่ดีก็คือการมีค่า pH ของผิวที่สมดุล โดยหลายๆ ปัญหาผิวที่เราเผชิญกัน อย่างสภาพผิวที่มันหรือแห้งเกินไป จุดด่างดำ และสิว ล้วนมีต้นตอมาจากผิวที่อ่อนแอจากการเสียสมดุล ซึ่งสิ่งที่ทำให้ค่า pH ของผิวเสียสมดุลก็คือไลฟ์สไตล์และสกินแคร์ที่เลือกใช้ วันนี้ทีมโว้กบิวตี้เลยขอนำเกร็ดความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับค่า pH ของผิว ว่าทำไมถึงเป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจ พร้อมรวมสาเหตุที่ทำให้ค่า pH เสียสมดุล และทิปส์ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง

 

ทำความรู้จักค่า pH บนผิว

ค่า pH คือหน่วยที่ใช้วัดความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งมีระดับในการวัดตั้งแต่ 1 ถึง 14 โดยถ้ามีค่า pH น้อยกว่า 7 แปลว่ามีฤทธิ์เป็นกรด และถ้ามีค่ามากกว่า 7 แปลว่ามีฤทธิ์เป็นด่าง ส่วนถ้ามีค่าที่ 7 จะเรียกว่าเป็นกลาง โดยร่างกายของเราก็มีค่า pH เช่นกันอยู่ที่ระดับ 7 อย่างไรก็ตามผิวของเรามีค่า pH ที่ต่ำกว่าร่างกายที่ 5.5 ซึ่งหมายถึงผิวของเราค่อนข้างเป็นกรด

การดูแลค่า pH ของผิวให้สมดุลถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการมีสุขภาพผิวที่ดีเพราะกรดอ่อนๆ ที่อยู่บนผิวของเรานั้นทำหน้าที่เป็นเหมือนด่านที่ช่วยปกป้องผิวและร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก โดยเมื่อผิวของเราเสียสมดุลจะเกิดอาการอ่อนแอและมีประสิทธิภาพในการช่วยต่อต้านสิ่งสกปรกและเขื้อแบคทีเรียต่างๆ ได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวเปราะบางและนำไปสู่ปัญหาผิวหนังต่างๆ 

ซึ่งสิ่งที่ทำให้ค่า pH ผิวเสียสมดุลก็มาจากสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเช่นเครื่องสำอางและสารชะล้างในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะมีค่า pH อยู่ที่ 8 ถึง 10 หรือมีฤทธิ์เป็นด่าง โดยสามารถทำให้ค่า pH ของผิวเสียสมดุลได้ การทวงคืนผิวให้กลับมาใสและสุขภาพดีได้สามารถทำได้ด้วยการปรับไลฟ์สไตล์และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ความงาม 

Photo: @tashimrod

 

4 ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่า pH ผิวเสียสมดุล

1. สารเคมีในผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้

สารเคมีที่ทำให้เกิดฟองอย่าง Sodium Lauryl Sulfate (SLS) ที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ช่วยทำความสะอาดอย่างเคลนเซอร์ มักมีฤทธิ์เป็นด่าง รวมถึงสารเคมีในกลุ่มของ DEA, MEA และ TEA ที่นิยมใช้เป็นสารควบคุมค่า pH ในเครื่องสำอางก็สามารถทำให้ผิวเราสูญเสียสมดุลได้เช่นกัน 

 

2. ฮอร์โมน

การแปรปรวนของฮอร์โมนภายในร่างกายก็มีผลต่อค่า pH ของผิวเราได้เช่นกัน อย่างการแปรปรวนของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสามารถนำไปสู่การผลิตน้ำมันบนผิวที่มากจนเกินไป

 

3. สกินแคร์ที่ไม่บาลานซ์

ผลิตภัณฑ์ความงามและสกินแคร์ที่วางขายในตลาดหลายๆ อย่างยังคงมีการผสมส่วนผสมและสารเคมีที่สามารถทำให้ผิวเสียสมดุลได้ ซึ่งตอนนี้ยังคงยากที่ควบคุมจึงเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่ควรศืกษาผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อ โดยสาวๆ สามารถเช็คความโปรดภัยของส่วนผสมจากแบรนด์บิวตี้ที่สนใจได้ที่เว็บไซต์ที่ช่วยวิเคราะห์ส่วนผสมอย่าง https://www.skincarisma.com หรือ https://www.ewg.org

 

4. การกิน

ถึงแม้อาหารการกินของเราจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงกับค่า pH ของผิว แต่ก็อาจเป็นปัจจัยร่วมที่ส่งผลต่อสุขภาพผิวได้ ซึ่งทางที่ดีควรทานอาหารที่มีประโยชน์และสมดุลต่อร่างกายก็ช่วยจะส่งผลดีต่อผิวและสุขภาพโดยรวม

Photo: @desiperkin

 

ทิปส์ง่ายๆ ที่ช่วยรีเซ็ตค่า pH ผิวให้สมดุล

  • ตัดเคลนเซอร์ที่มีฟองเยอะหรือล้างแล้วรู้สึกถึงผิวที่แห้งตึงออกจากรูทีน และหันมาเลือกใช้เคลนเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว
  • เลี่ยงการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารเคมี โดยอาจลองมองหาสกินแคร์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของคลีนบิวตี้ อย่างไรก็ตามควรอิงจากสภาพผิวของตัวเองเป็นหลัก
  • ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือเย็น ไม่ควรใช้น้ำที่ร้อนจนเกินไป

Photo @acewell_global

 

ข้อมูล: https://www.eraorganics.com/blogs/damage-skin/whats-the-secret-to-healthy-skin-balance-your-skins-ph-levels

 

คีย์เวิร์ด: skincare skin pH