SKIN CARE

ตั้งแต่เจอ A-Gloei เฟสออยล์ผสมเรตินอลใหม่จาก Drunk Elephant รูทีนดูแลผิวก็เรียบง่ายขึ้น

#VogueReview ทำความรู้จัก A-Gloei เฟสออยล์ผสมเรตินอลใหม่จาก Drunk Elephant

ถ้าพูดถึงส่วนผสมสกินแคร์ที่ตอบโจทย์กับเรื่องริ้วรอยแห่งวัย “เรตินอล” เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่ติดอันต้นๆ ของลิสต์ โดยเป็นส่วนผสมที่อัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติในการฟื้นฟูผิวครอบคลุมตั้งแต่ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย, กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่, ลดการอักเสบ พร้อมทั้งช่วยบูสต์และลดการสูญเสียคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ถึงแม้จะมาพร้อมสรรพคุณมากมายที่ดีต่อผิวแต่เรตินอลเป็นส่วนผสมที่หลายคนกลัวที่จะลองใช้ เพราะหากไม่ระวังสามารถส่งผลให้ผิวแห้งลอกและแสบแดงได้ ด้วยเหตุนี้แบรนด์ Drunk Elephant จึงได้สร้างสรรค์  A-Gloei Maretinol Oil ขึ้น ซึ่งเป็นเฟสออยล์ที่ผสานเรตินอลในปริมาณที่เหมาะสม ตอบโจทย์กับมือใหม่หัดใช้เรตินอล 

 

 

การโคจรมาเจอกันของน้ำมันมารูล่าและเรตินอล

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์ First Love ที่เป็นรักแรกพบจากแบรนด์ Drunk Elephant ของหลายๆ คนคงต้องยกให้ Virgin Marula Oil น้ำมันบำรุงผิวหน้าที่มาพร้อมเนื้อสัมผัสที่บางเบาซึมซาบไว อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระรวมถึงโอเมก้า 3, 6 และ 9 ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรง “เรตินอลมีข้อเสียเล็กน้อยตรงที่ทำให้ระคายเคืองผิวได้ง่าย ถ้าเริ่มใช้ในช่วงแรกๆ และใช้ถี่หรือเยอะไปอาจก่อให้เกิดผิวแห้งลอกและแสบแดงได้ ซึ่งเมื่อผสานเรตินอลเข้ากับส่วนผสมอย่างน้ำมันมารูล่าที่มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิว ช่วยให้ A-Gloei เป็นสกินแคร์ที่มีเรตินอลที่ใช้ง่ายและตอบโจทย์สำหรับคนที่เป็นมือใหม่” Tiffany Masterson ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Drunk Elephant เผยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ A-Gloei Maretinol Oil 

คุณทิฟฟานี่อธิบายว่าการโคจรมาเจอกันของน้ำมันมารูล่าและเรตินอล (Maretinol Oil) 2 ส่วนผสมสกินแคร์ที่ได้รับความนิยมตลอดกาลนอกจากจะตอบโจทย์คนที่ไม่เคยใช้เรตินอลแล้ว ยังตอบโจทย์กับทุกสภาพผิวรวมถึงผิวที่บอบบางแพ้ง่ายเนื่องจากมีเบสเป็นน้ำมันมารูล่าซึ่งเปรียบเสมือนยานพาหนะที่พาส่วนผสมของเรตินอลซึมลงสู่ผิวได้ง่ายและอ่อนโยนยิ่งขึ้น “น้ำมันมารูล่าอุดมด้วยกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งเป็นหนึ่งในกรดไขมันที่มีสรรพคุณช่วยปลอบประโลมและคืนความชุ่มชื้นแก่ผิวได้อย่างดีเยี่ยม โดยผลวิจัยค้นพบว่าช่วยให้ส่วนผสม Active Ingredient อื่นๆ เช่น เรตินอล ซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับกรดไขมันอื่นที่ซึมยากและมักกองอยู่บนพื้นผิว น้ำมันมารูล่านั้นมีปริมาณกรดโอเลอิกสูงจึงซึมซาบลงสู่ผิวได้ไวกว่านั้นเอง” 


ได้ประโยชน์ในการบำรุงทั้งจากน้ำมันมารูล่าและเรตินอล

เมื่อเปิดขวดและยกดร็อปเปอร์ขึ้นจะพบกับน้ำมันสีเหลืองทอง ซึ่งเมื่อโว้กบิวตี้บีบลงบนฝ่ามือเพื่อวอร์มเล็กน้อยก่อนทาลงที่ผิวหน้า พบว่าเนื้อสัมผัสของน้ำมันบางเบาและไม่กองบนผิวคล้ายกับน้ำมันสูตรออริจินัลแต่คราวนี้ให้ประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวแบบคูณสอง  โดยมาพร้อมเรตินอลที่ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนและดูโกลว์กระจ่างใส “นอกจากส่วนผสมของน้ำมันมารูล่าและเรตินอลแล้ว A-Gloei ยังมาพร้อมกับส่วนผสมของเซราไมด์ที่ได้จากพืชซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเซราไมด์ที่ร่างกายของเราผลิตเองตามธรรมชาติ มีสรรพคุณช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น คืนความยืดหยุ่น และเสริมความแข็งแรงให้เกราะปกป้องผิว” คุณทิฟฟานี่เล่าถึงการรวมตัวกันของส่วนผสมที่เป็นกุญแจสู่การมีผิวที่แลดูอ่อนเยาว์ กระชับ และกระจ่างใส

 

 

รูทีนดูแลผิวที่เรียบง่ายขึ้น (เยอะ)

หนึ่งในเอกลักษณ์ของแบรนด์ Drunk Elephant คือทุกผลิตภัณฑ์สามารถนำมาผสมกันได้หรือที่ทางแบรนด์เรียกว่าการทำ Skin Smoothie ซึ่งสามารถรวบทุกอย่างให้อยู่ในขั้นตอนเดียวได้ ซึ่งสูตรสกินสมูทตี้ที่โว้กบิวตี้เลือกเป็นการนำ A-Gloei Maretinol Oil มาหยดผสมเข้ากับ Protini Polypeptide Cream มอยส์เจอร์ไรเซอร์โปรตีนที่อุดมด้วยเปปไทด์ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง เมื่อผสมเข้ากันเกิดเป็นเนื้อครีมที่เนียนนุ่มและเมื่อทาลงผิวซึมซาบไว ไม่เหนอะหนะ เหลือไว้เพียงความชุ่มชื้นพร้อมเข้านอน นอกจากใช้ในตอนกลางคืนแล้วความพิเศษของ A-Gloei คือเป็นเรตินอลที่อ่อนโยนจึงสามารถใช้ได้ทั้งช่วงเช้าและเย็น “ในขณะที่ A-Passioni มีส่วนผสมของเรตินอล 1%  A-Gloei มีส่วนผสมของเรตินอลอยู่ที่ 0.5%” คุณทิฟฟานี่เผยถึงความแตกต่างระหว่าง A-Passioni เรตินอลรุ่นพี่ที่เป็นรูปแบบครีมและ A-Gloei เรตินอลที่มาในรูปแบบของน้ำมัน โดยเธอแชร์ว่าทั้งสองแบบคิดต้นมาเพื่อตอบรับกับทุกสภาพผิว ขึ้นอยู่กับว่าตัวเราต้องการความเข้มข้นแบบไหนในการบำรุง พร้อมแชร์สูตรสกินสมูทตี้ที่ทำเป็นประจำ “ส่วนตัวฉันชอบผสม A-Gloei เข้ากับ F-Balm ในตอนกลางคืนช่วยให้ตื่นมาพร้อมผิวที่ดิวอี้ชุ่มชื้น ส่วนตอนเช้าฉันผสม A-Gloei กับ C-Firma Fresh และ D-Bronzi จากนั้นเลเยอร์ทับด้วยกันแดดอย่าง Umbra Tinte” คุณทิฟฟานี่ได้อธิบายเสริมว่าเรตินอลและวิตามินซีนั้นทำงานเข้าขากันได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อทำงานร่วมกันช่วยให้ผิวกระจ่างใสและเฟิร์มกระชับยิ่งขึ้น

 

Tiffany Masterson ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Drunk Elephant

 

Why We Love

ความประทับใจแรกเมื่อได้ลองใช้ครั้งแรก โว้กบิวตี้พบว่าเป็นเรตินอลที่อ่อนโยนไม่ทำให้ผิวแสบหรือแดงหลังใช้ เนื้อสัมผัสของออยล์ซึมซาบได้ไวไม่กองบนผิว ซึ่งเมื่อผสมกับมอยส์เจอไรเซอร์อย่าง Protini Polypeptide Cream ช่วยบูสต์ความชุ่มชื้นให้ผิวได้เป็นอย่างดีสำหรับตอนกลางคืน ในวันแรกตื่นมาพร้อมผิวที่นุ่มและชุ่มชื้น ซึ่งต้องยอมรับว่าโล่งใจที่ไม่เจอสิวเห่อ จากนั้นจึงลองใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน พบว่าผิวละเอียดและชุ่มชื้นขึ้น ในเรื่องของริ้วรอยหรือรอยดำจากสิวอาจต้องใช้ต่อกันไปอีกสักระยะ โดยในแง่ของผิวแลดูอ่อนเยาว์และริ้วรอยแลดูจางลงทางแบรนด์เคลมว่าการใช้สกินแคร์ที่มีเรตินอลใช้เวลาอย่างน้อย 21 วัน ถึง 4 เดือน ถึงจะเริ่มเห็นผลชัด

 

A-Gloei Maretinol Oil ราคา 2,910 บาท

 

 

 

หมายเหตุ: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันออกไปตามแต่ละสภาพผิว ควรศึกษาข้อมูลและควรทำการ Patch Test ก่อนการใช้

 

คีย์เวิร์ด: A-Gloei Drunk Elephant