#VogueReview แชร์ความประทับใจแรกหลังลองใช้ N°1 de Chanel สกินแคร์ใหม่ล่าสุดจาก Chanel

Chanel เปิดตัว N°1 de Chanel สกินแคร์เจเนอเรชั่นใหม่เพื่อความงามที่ยั่งยืน ช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวด้วยสารสกัดจากดอกคามิลเลียสีแดง

ถ้าพูดถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมแฟชั่นและความงาม Chanel เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นำทางเรื่องความยั่งยืนอย่างเงียบๆ มาเป็นเวลานาน หลังฉลองครบ 100 ปีให้กับความเลื่องชื่อของน้ำหอมระดับตำนานอย่าง Chanel N°5 ไปในปี 2021 ที่ผ่านมาด้วยการสร้างสรรค์ขวดน้ำหอมรุ่นแรกจากวัสดุแก้วแบบรีไซเคิล ชาเนลตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นปี 2022 ในเส้นทางความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เปิดตัว N°1 de Chanel สกินแคร์เจเนอเรชั่นใหม่มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น มุ่งเน้นที่การปกป้องและฟื้นฟูผิวจากริ้วรอยแห่งวัยทั้ง 5 ประการด้วยคุณค่าจากสารสกัดของดอกคามิลเลียสีแดง ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ความงามถึง 3 ประเภท ได้แก่ สกินแคร์ เมกอัพ และสเปร์ยน้ำหอม 

 

 

 

“ดอกคามิลเลียสีแดง” หัวใจสำคัญของ N°1 de Chanel

ตั้งแต่ปี 1998  ชาเนลได้ทำโครงการใหญ่เกี่ยวกับคามิลเลียซึ่งเป็นดอกไม้โปรดของมาดมัวแซลชาเนลมาโดยเฉพาะ ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปี CHANEL Research ได้ทุ่มเทกับการศึกษาเกี่ยวกับคามิลเลียหลากหลายสายพันธุ์จากห้องปฏิบัติการกลางแจ้งที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ณ ใจกลางหมู่บ้านโกฌักค์ (Gaujacq) ซึ่งต้นคามิลเลียจะถูกปลูกโดยแนวปฏิบัติทางเกษตรที่เคารพต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ใช้สารเคมี

 

 

ภายในห้องปฏิบัติการกลางแจ้งแห่งนี้ ทีมนักวิจัยของชาเนลศึกษาเกี่ยวกับดอกคามิลเลียสีแดงสายพันธุ์ ‘เดอะซาร์‘ อย่างใกล้ชิดและได้ค้นพบว่าดอกไม้ไร้กลิ่นที่มีกลีบบอบบางสีแดงนี้ทนทานต่อสภาพอากาศที่หนาวเย็นได้ดีด้วยกลีบของดอกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะช่วยทำให้คามิลเลียชนิดนี้มีความสามารถในการช่วยปกป้องความแข็งแรงของผิว โดยมุ่งดูแลผิวตั้งแต่ระยะแรกเริ่มของกระบวนการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

สารสกัดจากดอกคามิลเลียสีแดงสายพันธุ์ ‘เดอะซาร์‘  คือหัวใจสำคัญของกลุ่มผลิตภัณฑ์ N°1 de Chanel โดยอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวจากภาวะความเครียดและช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่ง จากการใช้เวลาศึกษาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ร่วมกับนักวิจัยจากคณะเทคโนโลยีชีวภาพและความชราแห่งมหาวิทยาลัยทรัพยากรธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ชีวภาพในเวียนนา ทีมวิจัยของชาเนลได้ค้นพบกลไกสําคัญที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของเซลล์ผิวที่เรียกว่า ‘Senescence’ (ความชราภาพ) ซึ่งปัจจัยต่างๆ อย่างสิ่งแวดล้อม ความเครียด มลภาวะ ล้วนเป็นตัวเร่งให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพและสูญเสียพลังหรือพูดง่ายๆ ว่าทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัยได้ง่ายนั่นเอง ซึ่งเมื่อทีมผู้เชี่ยวชาญของชาเนลนำสารสกัดจากดอกคามิลเลียสีแดงมาทดสอบประสิทธิภาพ ก็ได้พบว่าให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในการช่วยชะลอความชราของผิวตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

 

 

N°1 de Chanel Routine

ผลิตภัณฑ์ N°1 de Chanel ประกอบไปด้วยสกินแคร์ เมกอัพ และสเปรย์น้ำหอม มาพร้อมเนื้อสัมผัสที่เบาสบายผิวและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่มอบความรู้สึกรื่นรมย์ขณะใช้ สูตรทั้งหมดได้รับการพัฒนาเพื่อรับมือกับริ้วรอยแห่งวัยอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติและสารสกัดจากดอกคามิลเลียสีแดงเข้มข้นที่จะช่วยป้องกันและลดเลือนสัญญาณแห่งความร่วงโรยแห่งวัยทั้ง 5 ประการ อย่าง รูขุมขนกว้าง ผิวขาดชีวิตชีวา ไม่ยืดหยุ่น ระคายเคืองง่าย และหมองคล้ำ เหมาะกับทุกสภาพผิวรวมถึงผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

First Impression

ความประทับใจแรกเมื่อโว้กบิวตี้ได้ลองใช้ 2 ไฮไลท์ไอเท็มอย่าง N°1 De Chanel Revitalizing Serum และ N°1 De Chanel Revitalizing Cream

N°1 de Chanel Revitalizing Serum 50 ml. ราคา 5,750 บาท / N°1 de Chanel Revitalizing Cream 50g. ราคา 4,200 บาท

"N°1 de Chanel Revitalizing Serum ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 95% และส่วนผสมจากดอกคามิลเลีย 76% แน่นอนว่าสิ่งแรกที่สะดุดตาโว้กบิวตี้คือสีแดงของขวดเซรั่มที่พอหยิบขึ้นมาพบว่าเป็นขวดแก้วที่มีน้ำหนักเบากระชับฝ่ามือมาก ขวดแก้วสีแดงตัดกับดรอปเปอร์สีดำด้านพิมพ์ลายซีไคว้ด้านบน เมื่อบิดทวนเข็มนาฬิกาจะช่วยจ่ายเซรั่มไว้ให้พร้อมใช้ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับทั่วทั้งใบหน้า ความประทับใจแรกคือกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้ผ่อนคลายก่อนได้สัมผัสกับเนื้อของเซรั่มสีใสบางเบา เมื่อทาลงผิวมอบสัมผัสที่เย็นสบาย เกลี่ยไม่นานก็ซึมลงผิวทันที คนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะจะต้องถูกใจอย่างแน่นอน N°1 de Chanel Revitalizing Cream มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อสีขาวละมุนบางเบาอุดมไปด้วยสารสกัดและออยล์จากดอกคามิลเลียสีแดง เปิดด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่นเดียวกัน ให้ความรู้สึกปลอบประโลมผิวด้วยเนื้อครีมที่เกลี่ยง่าย หากเป็นแฟนคลับของมอยส์เจอไรเซอร์ในไลน์ผลิตภัณฑ์ Hydra Beauty (ซึ่งมีส่วนผสมจากดอกคามิลเลียสีขาวเน้นในเรื่องการเติมความชุ่มชื้นแบบจัดเต็ม) ที่มีเนื้อสัมผัสเจลครีมเบาสบายผิว หรือเป็นคนชื่นชอบมอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่หนักผิวซึมไวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจะต้องชื่นชอบมอยส์เจอไรเซอร์ในไลน์นี้ หลังใช้ผิวรู้สึกชุ่มชื่นแต่ไม่ดูมันวาว ตอบโจทย์กับสภาพอากาศของประเทศไทยและยุคที่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดวัน ซึ่งในตอนเช้าสามารถลงเมกอัพต่อได้เลยไม่ต้องรอให้สกินแคร์ซึม"

 

เนื้อสัมผัสแบบเจลโปร่งใสมอบความสดชื่นแก่ผิว ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ

 

แพ็คเกจจิ้งเป็นมิตรต่อโลก 

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องพูดถึงสำหรับ N°1 de Chanel ก็คือแพ็คเกจจิ้งของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุน้อยลงซึ่งตัวกระปุกและขวดมีน้ำหนักของแก้วที่เบาลง อีกทั้งยังสามารถรีไซเคิลได้ นอกจากนี้ยังงดการใช้พลาสติกเซลโลเฟนหรือแผนพับเพื่อช่วยลดการสร้างขยะ โดยเปลี่ยนมาเป็นการสแกน QR Code เพื่อดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้านหลังกล่องแทนสอดรับกับยุคดิจิทัล สำหรับตัวกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ทำจากกระดาษแข็งที่เป็นวัสดุรีไซเคิล มาในดีไซน์เรียบง่ายโดดเด่นด้วยสีแดงสดใสและทรงพลังสะท้อนแรงบันดาลใจจากดอกคามิลเลียสีแดง 

 



1 / 2

สามารถรีฟิลได้




2 / 2

ใช้สแกน QR Code แทนการใช้แผนพับ


 

พบกับ N°1 de Chanel ได้แล้วที่เคาน์เตอร์ Chanel 

คีย์เวิร์ด: skincare Chanel N°1 de Chanel