SKINCARE

3 สเต็ปที่ควรมีสำหรับสกินแคร์รูทีนในช่วงกลางคืน

เหนื่อยแค่ไหนก็ควรมี 3 สเต็ปนี้ก่อนนอน ช่วยฟื้นฟูให้ผิวเปล่งปลั่งในเช้าวันถัดมา

     สกินแคร์รูทีนที่มีหลายขั้นตอนจนเกินไปไม่ได้ว่าดีเสมอไป การบำรุงผิวที่ถูกต้องคือเลือกประเภทของสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา รวมถึงการเรียงลำดับการใช้อย่างถูกต้อง เพื่อให้สกินแคร์ทำงานกับผิวอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในช่วงกลางคืนที่เรานอนหลับเป็นช่วงที่ผิวได้รับการพักผ่อนและฟื้นฟูตัวเอง ฉะนั้นขั้นตอนการบำรุงผิวก่อนนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลโดยตรงต่อผิวของเราในเช้าวันถัดมา ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนก็ควรบำรุงผิวอย่างเป็นประจำ โว้กบิวตี้รวบตึง 3 สเต็ปสำคัญที่ควรมีสำหรับสกินแคร์รูทีนในตอนกลางคืน

 

โทนเนอร์

     โทนเนอร์เป็นขั้นตอนแรกที่ควรมีหลังจากการทำความสะอาดผิวเสร็จ เพราะหน้าที่หลักของโทนเนอร์คือการผลัดเซลล์ผิวเก่าออก โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่ผิวของเราต้องออกไปเผชิญสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองในอากาศต่างๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวได้ เมื่อผิวได้รับการผลัดเซลล์อย่างเป็นประจำแล้วก็จะช่วยลดการเกิดสิว ผิวกระจ่างใส และยังช่วยควบคุมการเกิดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ การเลือกใช้โทนเนอร์สำหรับผิวแต่ละประเภท ขึ้นอยู่กับส่วนผสมหลักที่มองหา หากมีผิวผสมหรือผิวมัน ควรเลือกที่มีส่วนผสมของ BHA ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ ที่จะช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำมันบนผิว จึงช่วยลดการเกิดสิวอุดตันได้ หรือถ้าหากใครมีผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำ ตื่นมาแล้วรู้สึกหน้าแห้ง แนะนำให้เลือกโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิกหรือเซราไมด์ เพราะจะช่วยเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น พร้อมเสริมเกราะป้องกันของผิวให้แข็งแรงกว่าเดิม

 

FRESH Lotus Youth Preserve Refining Dream Toner (ราคา 1,560 บาท)

 

เซรั่ม

     ไอเท็มที่มีหน้าที่หลักที่ช่วยทำให้ผิวแข็งแรง นั่นก็คือ ‘เซรั่ม’ เพราะอุดมไปด้วยสารบำรุงต่างๆ ที่สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงต่อมลภาวะภายนอก เซรั่มจึงเป็นสกินแคร์ที่ต้องย้ำว่าควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา เพราะจะสามารถเข้าไปแก้ปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุดนั่นเอง เช่น คนที่มีปัญหาริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อย ควรมองหาส่วนผสมที่ช่วยเรื่องริ้วรอย เช่น เรตินอล, เปปไทด์ และวิตามินซี เพราะจะช่วยดูแลริ้วรอยต่างๆ เช่น เส้นริ้ว รอยย่น และร่องลึก พร้อมลดการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวได้ดี นอกจากนี้ด้วยความที่เนื้อสัมผัสบางเบาแต่ไม่หนักเท่าครีมบำรุงผิว จึงควรลงคั่นกลางระหว่างโทนเนอร์และมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อให้เซรั่มสามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

KRAVEBEAUTY Great Barrier Relief Reparative Skin Soothing Serum (ราคา 2,230 บาท)

 

มอยส์เจอไรเซอร์

     เชื่อว่าเมื่อพูดถึงสกินแคร์ ‘มอยส์เจอไรเซอร์’ คงเป็นไอเท็มแรกๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง เพราะเป็นไอเท็มเติมความชุ่มชื้นกันตายที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะช่วงกลางวันหรือกลางคืน หน้าที่หลักคือการเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวห่างไกลจากปัญหาแห้งกร้าน และยังมาพร้อมกับส่วนผสมอื่นๆ ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงอย่างเซราไมด์หรือไนอะซินาไมด์อีกด้วย เนื้อสัมผัสของมอยส์เจอไรเซอร์มีหลายแบบให้เลือกตามความต้องการของผิว เช่น เนื้อครีม, เนื้อเจลครีม และเนื้อเจล โดยไล่ตามความหนาของเนื้อสัมผัสจากหนักไปเบา ในตอนกลางคืนจะแนะนำเนื้อสัมผัสแบบครีมหรือเจลครีม เพราะในช่วงที่เรานอนหลับในห้องแอร์นั้น ผิวจะโดนดูดความชุ่มชื้นออกไปบางส่วน มอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยดูดซับความชุ่มชื้นไว้ใต้ชั้นผิวได้นานมากขึ้น

 



WATCH



SULWHASOO Ginseng Rejuvenate Cream (ราคา 4,900 บาท)

ภาพ : Countesy of the brands

WATCH