SKIN CARE

ทำความรู้จัก 'เอสเซนส์' ตัวช่วยดูแลสารพัดปัญหาผิว หนึ่งในสกินแคร์รูทีนที่ขาดไม่ได้

โว้กบิวตี้พามาทำความรู้จักเอสเซนส์กันให้มากขึ้น

หลายคนคงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วกับสกินแคร์ประเภท 'เอสเซนส์' หรือ 'น้ำตบ' หนึ่งในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ตอบโจทย์กับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวมัน ผิวบอบบาง มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีประโยชน์และวิธีใช้ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ วันนี้โว้กบิวตี้เลยขอพาทุกคนมาสทำความรู้จักกับเอสเซนส์ให้มากขึ้น เพื่อให้เราสามารถใช้เอสเซนส์ได้ถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เอสเซนส์ คืออะไร

เอสเซนส์ (Essence) คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่เน้นการบำรุงอย่างล้ำลึก อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ มีคุณสมบัติ เป็น Water Base จึงมีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ซึมซาบเข้าผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทำหน้าที่ช่วยบำรุงผิวหน้าได้สารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น เติมความชุ่มชื่น เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว ลดการระคายเคืองจากมลภาวะ ลดการอักเสบของสิวและผิวอุดตัน รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผิวดูดซึมสกินแคร์ตัวอื่นได้ดียิ่งขึ้นด้วย


เอสเซนส์มีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร?

ภายในเอสเซนส์มีส่วนผสมที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันให้แก่ผิว ทั้งยังช่วยเพิ่มให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้มากกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มที่ช่วยบูสต์ผิวให้ดูฉ่ำโกลว์ ดังนั้นเมื่อผิวดูเนียนนุ่ม ดูอิ่มน้ำ จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวแข็งแรง เต่งตึง รวมไปถึงช่วยกระชับรูขุมขน และช่วยให้ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น 

 

เอสเซนส์ใช้อย่างไร?

หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งหรือโฟมล้างหน้าแล้ว แนะนำให้ทำความสะอาดผิวด้วยโทนเนอร์อีกหนึ่งขั้นตอน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกอย่างหมดจด จากนั้นแนะนำให้หยดเอสเซนส์ลงฝ่ามือ ประมาณ 3-4 หยด วอร์มเล็กน้อย ลูบไล้ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เมื่อเอสเซนส์เซ็ตตัวแล้วลงสกินแคร์ได้ตามปกติ 


แตกต่างจากโทนเนอร์และเซรั่มอย่างไร?

  • โทนเนอร์ใช้เพื่อทำความสะอาดผิวให้สะอาด ทั้งคราบสิ่งสกปรกและเครื่องสำอาง อีกทั้งยังช่วยปรับค่า pH ให้ผิวสมดุลยิ่งขึ้น มักใช้หลังทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เอสเซนส์จะเป็นสกินแคร์ที่ใช้ในขั้นตอนแรกของการบำรุงผิว ประกอบกับเอสเซนส์จะมีส่วนผสมที่เข้มข้นมากกว่าโทนเนอร์จึงทำหน้าที่ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก
  • ในความเป็นจริงสกินแคร์สองประเภทนี้แทบจะไม่ต่างกัน แต่เซรั่มจะมีเนื้อสัมผัสน้ำที่เข้มข้นมากกว่า นิยมมากในผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ส่วนใหญ่ยังนิยมทำออกมาในรูปแบบแพ็กเกจจิ้งแบบขวดหัวดรอปเปอร์ สำหรับเอสเซนส์ มีส่วนผสมของน้ำอยู่มากเช่นเดียวกัน แต่มีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ไว อีกทั้งยังช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน เติมความชุ่มชื่นให้ผิว จึงตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้ามัน เป็นสิวและผิวแพ้ง่าย
     

เอสเซนส์ที่เราแนะนำ

1 / 3

Sakura Glow Hyaluron Water-Glow Essence จาก GARNIER 100 ml. (ราคา 399 บาท)
เอสเซนส์ที่ผสานพลังของสารสกัดจากซากุระญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส รวมพลังเข้ากับไฮยาลูรอน ที่มีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้ผิวดูฉ่ำน้ำ ด้วยเนื้อเอสเซนส์ที่บางเบา จึงซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเติมความชุ่มชื่นให้ผิวได้ทันที ช่วยให้ผิวแลดูโกลว์ใส เปล่งปลั่งกว่าที่เคย

2 / 3

Revitalift Crystal Micro-Essence จาก L'Oreal Paris 130 ml. (ราคา 699 บาท)
เผยผิวให้ดูกระจ่างใส ดุจคริสตัลด้วยนวัตกรรมการดูแลผิวหน้าแบบใหม่จาก L'Oreal ด้วยเทคโนโลยี ไมโครไนซ์ เอสเซนส์ ที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิว ซึมซาบเข้าสู่ผิวลึกได้ถึง 10 ชั้น พร้อมคุณค่าการบำรุงผิวจากไบรท์เทนนิ่ง แอคทีฟ และเซนเทลล่า ช่วยให้ผิวกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์

3 / 3

Super Hyaluronic Acid Moisturizing Lotion จาก Hada Labo 170 ml. (ราคา520 บาท)
น้ำตบตัวดังจาก Hada Labo สกินแคร์แบรนด์ญี่ปุ่น ด้วยเทคโนโลยี HPP&M และมีไฮยาลูโรนิค แอซิด ถึง 4 ชนิด จึงช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า พร้อมกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย เพราะปราศจาก สารแต่งสี น้ำหอมและแอลกอฮอล์

สรุปแล้ว 'เอสเซนส์' หรือที่นิยมเรียกกันว่า 'น้ำตบ' ถือเป็นหนึ่งในสกินแคร์รูทีนที่สำคัญมาก เหมาะสำหรับการใช้ทาเป็นขั้นตอนแรกหลังล้างหน้าเสร็จ เพื่อช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าให้แข็งแรงพร้อมเติมความชุ่มชื่น สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวโดยไม่ทำให้อุดตันทั้งในผู้ที่มีผิวมันหรือผิวบอบบางเป็นสิว 

ข้อมูล : ชลดา คร่ำมา
ภาพ : Courtesy of the brands