Mask 101 มาสก์แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร? เหมาะสำหรับสภาพผิวแบบไหน?

มาทำความรู้จักกับมาสก์แต่ละประเภทกัน

หนึ่งในรูทีนที่ขาดไม่ได้ของใครหลายคนก็คือ "มาสก์" ซึ่งเป็นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกอีกวิธี ยิ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาให้ใช้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว เพื่อเสริมขั้นตอนการดูแลผิวให้สมบูรณ์แบบอย่างทันใจ โว้กบิวตี้รวบรวมมาสก์แต่ละประเภทว่ามีการใช้งานอย่างไร เหมาะสำหรับผิวประเภทไหนบ้าง?

 

Sheet Mask

มาส์กชนิดแบบแผ่นที่ออกแบบตามรูปทรงของใบหน้าแต่เว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากไว้ โดยเนื้อสัมผัสของมาสก์ชนิดนี้มีทั้งเป็นแบบผ้า เจล ยาง และฟอยล์ แต่มีลักษณะเป็นแผ่นเหมือนกันหมด จึงพกพาสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ในแผ่นมาสก์จะประกอบด้วยเอสเซนส์หรือเซรั่มเข้มข้นจึงเน้นเรื่องการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว จึงเหมาะสำหรับผิวธรรมดา ผิวแห้ง รวมถึงคนที่มีผิวมันแต่ขาดน้ำก็สามารถใช้ได้ ซึ่งในปัจจุบันหลายแบรนด์ก็นิยมผลิตออกมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวอื่นๆ มากขึ้น เช่น ลดความหมองคล้ำ ลดริ้วรอย เป็นต้น แต่ต้องบอกก่อนว่าถ้าเน้นเรื่องการเติมความชุ่มชื้นสามารถใช้ได้ทุกวัน แต่ถ้าเน้นเรื่องปัญหาผิวอื่นๆ อย่างการผลัดเซลล์ผิวหรือความกระจ่างใส (Whitening) แนะนำให้ใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งพอ หากใครอยากเพิ่มความเฟรชเป็นสองเท่า แนะนำให้แช่ตู้เย็นก่อนนำมาใช้ จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ผิวยิ่งขึ้น



1 / 4

First Care Activating Mask จาก Sulwhasoo (ราคา 1,800 บาท / 5 แผ่น)




2 / 4

Rubber Mask Bright Lover จาก DR.JART+ (ราคา 540 บาท / 1 แผ่น)




3 / 4

Gongjinhyang Essential Firming Mask จาก The history of Whoo (ราคา 4,590 บาท / 8 แผ่น)




4 / 4

Advanced Night Repair Concentrated Recovery Powerfoil Mask จาก Estee Lauder (ราคา 3,600 บาท / 4 แผ่น)


Peel Off Mask

เป็นมาสก์พอกหน้าชนิดลอกออกเป็นแผ่น มีลักษณะเป็นทั้งเนื้อสีใส สีขาว และสีดำ ซึ่งช่วยดึงสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน สิวเสี้ยน รวมถึงขนอ่อนออกจากผิว จึงเหมาะสำหรับผิวธรรมดา ผิวผสมและผิวมัน อาจจะไม่ค่อยเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบาง เพราะเวลาลอกเนื้อมาสก์ออกจากผิวอาจจะทำให้ผิวอักเสบได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความเหนียวของเนื้อมาสก์ว่าลอกออกยากง่ายแค่ไหน แนะนำว่าเวลาพอกให้เว้นบริเวณที่เป็นสิวไว้หรือจะมาสก์แค่เฉพาะบริเวณ T-Zone ก็ได้ ไม่ควรทิ้งไว้นานเกินเวลาเพราะจะทำให้ลอกออกได้ยาก และควรมาสก์เพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผิวบางและแห้งเกินไป



1 / 3

GinZing Peel-Off Mask To Refine And Refresh จาก Origins (ราคา 1,450 บาท)




2 / 3

T-Zone Peel Off Mask จาก Pixi (ราคา 840 บาท)




3 / 3

Gravitymud Firming Treatment จาก GlamGlow (ราคา 810 บาท / 15 กรัม)


Sleeping Mask

เป็นมาสก์ชนิดที่ไม่ต้องล้างออก ช่วยฟื้นฟูผิวขณะนอนหลับ จึงทาทิ้งไว้ข้ามคืนได้แต่ควรล้างออกในตอนเช้าให้สะอาด เพราะความเข้มข้นของเนื้อมาสก์อาจจะทำให้เกิดการอุดตันได้ หากล้างหน้าไม่สะอาด ซึ่งมีหลากหลายเนื้อสัมผัสทั้งแบบเจลและครีม ใครที่มีผิวผสมหรือผิวมัน แนะนำให้เลือกเป็นเนื้อเจลใส เพราะจะมีความบางเบา ซึมซาบได้ไว ไม่เหนียวหนะให้กวนใจตอนกลางคืน แต่ถ้าผิวแห้ง แนะนำให้เลือกแบบครีมเข้มข้น เพราะนอกจากจะซึมซาบได้อย่างล้ำลึกแล้ว ยังช่วยปกป้องผิวจากการถูกดูดความชุ่มชื้นในตอนกลางคืนด้วย โดยเฉพาะใครที่นอนในห้องแอร์นั่นเอง



1 / 3

Lotus Defense Instant Radiance Overnight Mask จาก Pañpuri (ราคา 2,450 บาท)




2 / 3

Moisture Surge Overnight Mask จาก Clinique (ราคา 1,550 บาท)




3 / 3

Drops of Youth Bouncy Sleeping Mask จาก The Body Shop (ราคา 1,690 บาท)


Wash Off Mask

เป็นมาสก์ชนิดที่พอพอกครบเวลาแล้วล้างออก มีทั้งเนื้อเจล ครีม บับเบิล และมูส บางตัวมีเม็ดสครับอยู่ข้างในให้สามารถขัดผิวเบาๆ ก่อนล้างออก จึงเป็นมาสก์ที่มีหลายคุณสมบัติ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความชุ่มชื้นเท่านั้น ยังช่วยในเรื่องของความกระจ่างใส คืนความกระชับให้กับผิว รวมถึงช่วยผลัดเซลล์ผิวไปในตัวด้วย จึงควรเลือกเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับปัญหาผิว เช่น คนที่มีผิวหมองคล้ำ อาจจะเลือกมาสก์เนื้อบับเบิลโฟม เพราะมีความนุ่มนวลของฟองโฟมเข้ามาช่วยเติมออกซิเจนให้กับผิว เพื่อฟื้นฟูให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น หรือคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย อาจจะเลือกมาสก์เนื้อเจล เพราะล้างออกง่าย ไม่ทำให้เกิดสิวอุดตัน แถมยังเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยกรดไฮยาลูรอนิกด้วย



1 / 4

The Skincare Purifying Mask จาก Shiseido (ราคา 1,100 บาท)




2 / 4

Petal Purifying Bubble Mask จาก Mamonde (ราคา 800 บาท)




3 / 4

Calendula & Aloe Soothing Hydration Masque จาก Kiehl's (ราคา 1,750 บาท)




4 / 4

Renewed Hope In A Jar Peeling Mousse จาก Philosophy (ราคา 1,100 บาท)


Clay Mask

มาสก์เนื้อโคลนมีทั้งแบบเนื้อครีมเข้มข้นที่มีลักษณะคล้ายโคลนหรือแบบผงพอเมื่อนำไปละลายน้ำจะกลายเป็นเนื้อครีมเหลวๆ ซึ่งมีคุณสมบัติในการขจัดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน ผลัดเซลล์ผิวเก่าออก พร้อมดูดซับความมันส่วนเกินออกจากผิว เผยผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น เสมือนผิวได้ทำการดีท็อกซ์นั่นเอง จึงเหมาะสำหรับผิวผสม ผิวมันและผิวที่มีสิวอุดตัน แนะนำให้มาสก์สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ



1 / 3

Australian Pink Clay - Porefining Face Mask จาก Sand & Sky (ราคา 2,200 บาท)




2 / 3

Super Volcanic Pore Clay Mask 2X จาก Innisfree (ราคา 590 บาท)




3 / 3

Blue Clay Detoxifying Treatment Mask จาก Herbivore Botanicals (ราคา 850 บาท)


LED Mask

เทคโนโลยีล่าสุดของมาสก์อย่าง LED Mask โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้ยืนยันว่าแสงสีฟ้าจะช่วยกระตุ้นสารเคมีในแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวให้ตายได้ แถมยังช่วยทำให้สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ดูเรียบเนียนขึ้น ลดรอยฝ้ากระจุดด่างดำ มาสก์ชนิดนี้จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว เสมือนเป็นการทำทรีตเมนต์รักษาสิวด้วยตัวเองที่บ้าน แนะนำให้ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็จะเริ่มเห็นผล และยังเหมาะสำหรับผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย เพราะไม่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ น้ำหอม และน้ำมันที่มักใช้เป็นส่วนผสมในสกินแคร์ แต่ข้อเสียของมาสก์ชนิดนี้คือราคาค่อนข้างสูง



1 / 2

Light Therapy Acne Mask จาก Neutrogena (ราคาประมาณ 2,500 บาท )




2 / 2

DRx SpectraLite FaceWare Pro จาก Dr.Dennis Gross (ราคาประมาณ 13,000 บาท)


คีย์เวิร์ด: mask skincare