รวม 10 เทรนด์สกินแคร์สาย K-Beauty ที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2021

ตามมาอัพเดตเทรนด์สกินแคร์ตามแบบสาวเกาหลีกัน

ปีใหม่ทั้งทีก็ต้องไม่ลืมที่จะอัพเดตเทรนด์การดูแลผิวหน่อย! โว้กบิวตี้รวบรวม 10 เทรนด์สกินแคร์สาย K-Beauty ที่คาดว่าจะมาแรงในหมู่สาวเกาหลี ซึ่งเทรนด์เหล่านี้ล้วนได้อิทธิพลมาจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สภาพสิ่งแวดล้อมภายนอก รวมถึงงสถานการณ์โควิด-19 ที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ตามไปดูกันว่ามีเทรนด์อะไรที่น่าสนใจบ้าง

 

  • Hanbang

"Hanbang" เป็นตระกูลสมุนไพรโบราณที่ใช้ในการผลิตยาและอยู่คู่กับชาวเกาหลีมานาน เช่น รากโสม, พลูคาว, บัวหลวง และ เส็กตี่ ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย ป้องกันผิวจากการอักเสบ และฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

 

  • Carrot Seed Oil

Carrot Seed Oil เป็นส่วนผสมยอดนิยมที่ใช้ในวงการสกินแคร์ K-Beauty มาเป็นเวลานานกว่าสิบปีแล้ว เพราะอุดมด้วยวิตามิน A และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี จึงสามารถช่วยลดริ้วรอย ลดการอักเสบของผิว และช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้เป็นอย่างดี

Essential Firming Cream EX จาก Sulwhasoo (ราคา 3,500 บาท) 

 

  • Acid Layering

อย่างที่รู้กันว่าการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดมากเกินไปก็อาจทำให้ผิวบอบบางและอ่อนแอ ง่ายต่อการระคายเคือง เทรนด์นี้จึงเป็นการเลือกกรดในการผลัดเซลล์ผิวให้ถูกต้องและเข้ากับสภาพผิวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น AHAs หรือ BHAs ก็ควรเลือกใช้อย่างถูกวิธี

 

  • Centella Asiatica

เมื่อพูดถึงส่วนผสมยอดฮิตในสกินแคร์ของเกาหลีจะขาดตัวนี้ไปไม่ได้ ยิ่งบวกกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดทั้งวันจนทำให้เกิดปัญหาสิวอย่างเลี่ยงไม่ได้ Cica เลยเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเทรนด์สกินแคร์ที่คนให้ความสนใจ เพราะมีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบของสิวต่างๆ และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว

Cicapair Calming Gel Cream จาก Dr.Jart+ (ราคา 1,250 บาท)

 

  • Gentle Retinol

เรตินอลเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างเข้มข้นต่อผิว ซึ่งถ้าใช้ผิดวิธัหรือมากเกินไปก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายผิวเราแทนได้ ฉะนั้นเทรนด์ของสาวเกาหลีจะเป็นการลดปริมาณเรตินอลที่ใช้ให้น้อยลง เพื่อที่จะให้ได้ผลลัพธ์ในด้านชะลอริ้วรอยอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

  • Clean Beauty

เป็นเทรนดืที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง หลายแบรนด์เริ่มหันมาเอาใจใส่ในการผลิตมากขึ้นอย่างการไม่ใช้สารเคมีเป็นส่วนผสม ลดปริมาณน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่ให้ประสิทธิภาพการบำรุงแบบโดยตรง

Cell Essence Biome Plus จาก HERA (ราคา 1,200 บาท)

 

  • Pre-, Pro-, และ Postbiotics

การใช้สกินแคร์ผสมโปรไบโอติกจะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมามีสมดุลมากขึ้น ผลลัพธ์ก็คือผิวจะแข็งแรง สามารถทนต่อมลภาวะหรือสิ่งแวดล้อมที่ทำร้ายผิวได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบของผิว รวมถึงเรื่องริ้วรอยก่อนวัย เพราะโปรไบโอติกจะช่วยให้ผิวมีสมดุลค่า pH ที่ดี ทำให้ Microbiome มีจำนวนแบคทีเรียดีมากขึ้นเข้าจัดการกับแบคทีเรียไม่ดีให้สงบอยู่กับที่เพื่อผิวที่ดีของเรานั่นเอง

  • Flexible Minimalism

ภาพที่หลายคนมองสกินแคร์รูทีนของสาวเกาหลีคือต้องมี 10 สเต็ปขึ้นไป ลงให้เยอะไว้ก่อนถึงจะดี แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปจึงทำให้เกิดการลดขั้นตอนของสกินแคร์ โดยหันไปเน้นที่ส่วนผสมและการดูแลผิวที่ถูกวิธีจริงๆ เพื่อทำให้การบำรุงผิวไม่ใช่เรื่องยากและซับซ้อนอีกต่อไปก็สามารถมีผิวที่สวยและแข็งแรงได้

Soon Jung PH 5.5 Relief Toner จาก Etude (ราคา 620 บาท)

 

  • At-home Indulgences

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ก็คงไม่มีใครอยากออกจากบ้านไปเสี่ยงกับโรคภัย ทำให้หลายคนหันมาดูแลผิวหน้าด้วยตัวเองมากขึ้น เช่น การนวดหน้า การมาสก์หน้า และการผลัดเซลล์ผิว ซึ่งเป็นสเต็ปง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผิวได้รับการปรนนิบัติเสมือนได้ทำทรีตเมนต์ผิวหน้าที่คลินิกนั่นเองฃ

  • Skin Detoxifying และ Barrier Strengthening

2 สิ่งที่่สาวเกาหลีให้ความใส่ใจมากขึ้นคือ การดีท็อกซ์ผิวและการสร้างเกราะป้องกันที่ดีให้กับผิว เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้ผิวแข็งแรงและทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ พร้อมเผยผิวกระจ่างใส ไร้ความหมองคล้ำ ซึ่งส่วนผสมที่แนะนำคือ เซราไมด์, จิงจูฉ่าย, เห็ด และขิง ล้วนเป็นส่วนผสมที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิว

Black Green Tea Mask EX จาก Innisfree (ราคา 980 บาท)

ข้อมูล : https://www.vogue.com/article/k-beauty-trends-to-try-in-2021
ภาพ : Courtesy of the brands / IG: @kim.a.hyun , @mulan_bae

คีย์เวิร์ด: skincare korean k-beauty trend