6 ส่วนผสมในสกินแคร์ที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้แบบไม่ต้องกินหรือไปฉีดให้เจ็บตัว

ส่วนผสมดีๆ ที่ควรมีในสกินแคร์ทุกชิ้น

ปัญหามลภาวะภายนอกอย่างฝุ่นควัน แสงแดด และมลพิษจากการขนส่ง เป็นตัวการหลักที่ทำร้ายผิวเราได้อย่างง่ายดาย ยังไม่พอแค่นั้น การใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ นอนหลับไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย ล้างหน้าไม่สะอาด ก็ยิ่งทำร้ายให้ผิวเราเสือมโทรมและแก่ก่อนวัยได้ง่าย ฉะนั้นนอกจากการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ การดูแลตัวเองเพิ่มเติมด้วยสกินแคร์ก็สำคัญเช่นกัน ซึ่งการจะมีผิวดูเปล่งประกายจากภายใน ผิวควรได้รับสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ผิวจึงจะแข็งแรงและดูมีสุขภาพดีขึ้น มาดูกันว่าส่วนผสมในสกินแคร์ 6 ชนิดนี้มีอะไรบ้าง

 

  • Retinol (Vitamin A)

เรตินอลหรือวิตามิน เอ รูปแบบหนึ่ง เป็นส่วนผสมยอดฮิตที่มักใช้ในสกินแคร์ต่อต้านริ้วรอย เพราะมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า พร้อมผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป เผยผิวเรียบเนียน ดูกระจ่างใส แต่ถ้าใช้มากเกินไปหรือคนที่มีผิวแพ้ง่าย อาจเกิดการระคายเคืองและทำให้ผิวอ่อนไหวต่อแสงแดด ฉะนั้นเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ ควรใช้ในปริมาณที่เพียงพอและตามด้วยครีมกันแดด (หากใช้เป็นสกินแคร์ในตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน)

 

 

A+ High-Dose Retinoid Serum จาก Sunday Riley (ราคา 3,180 บาท)

 

  • Peptide

เปปไทด์เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยกรดอะมิโนหลากหลายชนิด ซึ่งกรดอะมิโนนั้นเป็นตัวสร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างผิวให้แข็งแรงจากโครงสร้างภายใน ช่วยแก้ปัญหาผิวได้มากมาย เช่น ผิวมีริ้วรอย, ผิวหย่อนคล้อย, ผิวหมองคล้ำ, ผิวขาดน้ำ ฯลฯ

Protini Polypeptide Cream จาก Drunk Elephant (ราคา 2,390 บาท)

 

  • Glycolic Acid

กรดไกลโคลิกเป็นกรดที่สังเคราะได้มาจากอ้อยซึ่งเป็นกรดผลไม้ชนิดหนึ่ง จึงคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิว และเน้นเรื่องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินซึ่งเป็นตัวการทำให้ผิวเราดูหมองคล้ำ ทำให้รอยสิวและจุดด่างดำดูจางลง รวมถึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้ผิวเปล่งปลั่งขึ้น เนื่องจากเป็นกรดที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ฉะนั้นคนที่มีปัญหาสิวหรือผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเกินอาการแพ้ได้

Glycolic Acid Toner จาก The Inkey List (ราคา 620 บาท)

 

  • Hyaluronic Acid

พูดถึงเรื่องความชุ่มชื้นคงต้องยกให้ส่วนผสมนี้เป็นที่หนึ่ง เพราะมีหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นภายใต้ชั้นผิว อีกทั้งยังช่วยลำเลียงสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเช้าสู่โมเลกุลด้วย จึงเป็นส่วนผสมที่ทำให้ผิวดูฟูอิ่มเอิบจากภายใน

Hyaluronic Serum 200 Serum จาก Evolve Organic Beauty (ราคา 1,950 บาท)

 

  • Niacinamide (Vitamin B3)

อีกหนึ่งส่วนผสมสารพัดประโยชน์ เริ่มจากการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยป้องกันผิวจากปัญหามลภาวะภายนอกที่เป็นปัจจัยทำให้ผิวเราเสื่อมสภาพได้ง่าย และช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ยับยั้งการสร้างสารเมลานินซึ่งเป็นตัวเร่งทำให้ผิวสีเข้มขึ้น หรือลดปัญหาจุดด่างดำ รวมๆ คือทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นนั่นเอง

10 Niacinamide Booster จาก Paula's Choice (ราคา 1,800 บาท)

 

  • Vitamin C

วิตามิน ซี เต้มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี โดยเฉพาะอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวี วิตามินซีเป็นตัวปกป้องผิวไม่ให้ผิวโทรมและแก่ก่อนวัย และยังสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่เกิดขึ้นที่ผิวชั้นหนังแท้ได้ด้วยจึงช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนคล้อย แถมช่วยลดเลือนปัญหาจุดด่างดำและความหมองคล้ำจากรอยสิว

Active Oil Free Moisturizer จาก Indie Lee (ราคา 2,840 บาท)

คีย์เวิร์ด: skincare ingredient collagen