5 ทิปส์เกี่ยวกับ ‘การเลเยอร์น้ำหอม’ สร้างกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น

รวมทิปส์การเลเยอร์กลิ่นน้ำหอม

การเลเยอร์กลิ่นน้ำหอมเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการใช้น้ำหอมให้สะท้อนตัวตนได้อย่างเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น โดยเป็นการนำกลิ่นน้ำหอมที่ชื่นชอบมาฉีดทับกัน ซึ่งถ้ากังวลว่าจะเลเยอร์แล้วทำให้กลิ่นแปลกไป วันนี้ทีมบิวตี้นำทิปส์การเลเยอร์กลิ่นน้ำหอมมาฝากกัน

 

TIP 1: เลเยอร์ด้วยกลิ่นน้ำหอมในตระกูลเดียวกัน

การเลเยอร์กลิ่นน้ำหอมนั้นไม่มีกฏตายตัว สามารถสนุกกับการทดลองการจับคู่กลิ่นหอมได้ตามใจชอบ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มเลเยอร์กลิ่นน้ำหอมแนะนำให้เริ่มจากการใช้น้ำหอมในตระกูลกลิ่นหอมเดียวกัน และหากอยากลองคอมโบกลิ่นหอมที่มีแนวกลิ่นที่มาจากคนละขั้วก็สามารถทดลองได้เช่นกัน อย่างการนำกลิ่นวานิลล่ามาคู่กับแนวกลิ่นหอมที่มีความสไปซี่

 

TIP 2: เลี่ยงเลเยอร์กลิ่นน้ำหอมที่เข้มข้นทับกัน

การใช้กลิ่นหอมที่บาลานซ์กันได้ดี ซึ่งไม่หนักหรือเข้มข้นจนเกินไปเข้าด้วยกัน จะช่วยให้เลเยอร์ออกมาแล้วได้กลิ่นหอมที่มีมิติ ไม่ฉุนหรือทำให้เวียนหัว แต่ทั้งนี้การใช้น้ำหอมขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ดังนั้นเราสามารถทดลองดูได้ว่ากลิ่นแบบไหนที่มาจับคู่กันแล้วตัวเราชอบ

 

TIP 3: เริ่มเลเยอร์กลิ่นน้ำหอมจากกลิ่นดาร์กเข้มข้นแล้วตามด้วยกลิ่นบางเบาสดชื่น

แนะนำให้เลเยอร์กลิ่นน้ำหอมที่เข้มข้นเป็นชั้นแรกจากนั้นรอให้กลิ่นหอมได้เซ็ทตัวสักเล็กน้อย จากนั้นตามด้วยกลิ่นหอมที่บางเบา เพื่อที่กลิ่นที่หนักกว่าจะไม่ไปกลบน้ำหอมที่มีแนวกลิ่นเบาสบาย

 

TIP 4: ลองจับคู่กลิ่นหอมจากโน๊ตน้ำหอมที่ใกล้เคียงกัน

ทิปส์ง่ายๆ ของการจับคู่กลิ่นน้ำหอมที่จะนำมาเลเยอร์กันคือ ดูจากแต่ละโน๊ตของน้ำหอม โดยกลิ่นที่จะอยู่ติดตัวเราไปทั้งก็คือกลิ่นหอมที่อยู่ในเบสโน๊ต 

 

TIP 5: เลเยอร์กลิ่นหอมด้วยบอดี้โลชั่น

จริงๆ แล้วการสร้างกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับตัวเองสามารถเริ่มเลเยอร์ได้ทั้งแต่การทาบอดี้โลชั่นหลังอาบน้ำเลย โดยในปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่นำกลิ่นน้ำหอมมาทำเป็นโลชั่นรวมถึงสบู่อาบน้ำด้วย นอกจากนี้อาจเลเยอร์ด้วยการสเปร์ยน้ำหอมตามแต่ละจุดของร่างกายเช่น ใช้หนึ่งกลิ่นสเปร์ยที่ต้นคอ และอีกหนึ่งกลิ่นที่บริเวณข้อพับและข้อมือ

 

น้ำหอมที่ทีมโว้กบิวตี้อยากแนะนำ:



1 / 5

Atelier des fleurs จาก Chloé (50 ml. 4,850 บาท 150 ml. 9,450 บาท)
เป็นคอลเล็กชั่นน้ำหอมที่รวบรวมกลิ่นหอมของดอกไม้นานชนิดเอาไว้ โดยแต่ละกลิ่นหอมสามารถนำมาเลเยอร์กันเพื่อเปิดประสบการณ์กลิ่นหอมที่มีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น




2 / 5

LIGHT BLUE FOREVER Pour Femme EDP จาก Dolce&Gabbana (Limited Edition ) (25 ml. ราคา 2,400 บาท / 50 ml. ราคา 3,600 บาท / 100 ml. ราคา 4,700 บาท)
น้ำหอมกลิ่นซีตรัสสดชื่น สะท้อนถึงความทรงจำเกี่ยวกับฤดูร้อนที่ดอกส้มจะเบ่งบาน พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้ขาว และกลิ่นซีตรัสเปรี้ยวซ่าส์ที่ผสานกับแอปเปิ้ลเขียวที่กรุบกรอบ




3 / 5

Riva Solare จาก Bulgari (100 ml. 8,900 บาท)
ในคอลเล็กชั่นน้ำหอม Allegra กลิ่น Riva Solare คือวันหยุดที่ไม่มีวันสิ้นสุดของอิตาลี กลิ่นนี้ปลุกจินตนาการพาเราไปพักร้อนที่ Italian Riviera ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆ และเสียงคลื่น เป็นกลิ่นซีตรัสสดชื่นที่ปลุกความรู้สึกมีชีวิตชีวาด้วยกลิ่นของมะกรูด Tart Calabrian Bergamot ออเร้นท์ บอสซั่ม และปิดท้ายด้วยกลิ่นอบอุ่นของมัสก์




4 / 5

Magnifying Rose จาก Bulgari
เป็น Magnifying Essence ช่วยเพิ่มมิติความหอมให้กับน้ำหอมในคอลเล็กชั่น Allegra โดยกลิ่นจาก Raw Material ของ Magnifying Essence จะช่วยดึงเสนห์ความหอมของแต่ละกลิ่นน้ำหอมออกมาได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด สามารถใช้เดี่ยวๆ ได้ด้วย




5 / 5

Replica Lazy Sunday Morning eau de toilette จาก Maison Margiela (5,100 บาท)
กลิ่นหอมแนวฟลอรัลสดชื่นของ White musk, iris, pear และ rose ชวนให้นึกถึงกลิ่นหอมของผ้าที่ซักใหม่ๆ แล้วตากอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้าในตอนเช้าของวันอาทิตย์ เป็นกลิ่นหอมที่ใช้ง่าย


คีย์เวิร์ด: Fragrance Layering