Face Oil 101 ทำความรู้จักออยล์บำรุงผิวที่เหมาะสำหรับผิวแต่ละประเภท

น้ำมันบำรุงผิวแต่ละประเภทเหมาะสำหรับผิวแบบไหนบ้าง

ออยล์บำรุงผิวถือเป็นอีกหนึ่งสกินแคร์ไอเท็มที่สาวๆ ควรให้ความใส่ใจ ด้วยการเลือกให้เหมาะสมกับประเภทของผิว เพราะออยล์บำรุงผิวแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว ลดอาการอักเสบของผิว หรือแม้แต่ลดริ้วรอยต่างๆ ฉะนั้นการเลือกออยล์ให้เหมาะสมกับผิวจึงเป็นวิธีที่ช่วยเสริมเกาะป้องกันให้ผิวแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

 

ผิวแห้ง

ผิวแห้งมีเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าที่ไม่เกาะกันเป็นแผ่นและลอกออกเป็นขุย ทำให้ไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวไว้ได้ ให้มองหาออยล์กลุ่มที่มีส่วนผสมของกรดโอเลอิกอย่างอะโวคาโด อาร์กัน และซีบักทอร์น ที่จะช่วยผสานเซลล์ผิวชั้นนอกและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งดูอิ่มน้ำได้อีกครั้ง



1 / 2

Omega Hydrating Oil จาก Lancer (ราคา 3,490 บาท)




2 / 2

Skin Balancing Face Oil จาก Jurlique (ราคา 2,250 บาท)


ผิวมัน

ปัญหาของผิวมันก็คือรูขุมขนผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป การใช้ออยล์ให้ถูกประเภทไม่ได้ทำให้ผิวหน้ายิ่งมันมากขึ้น แต่กลับจะช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำมันใต้ชั้นผิว เลือกออยล์เนื้อบางเบาที่มีส่วนผสมของกรดไลโนเลอิกอย่างโรสฮิปหรือเกรปซีดออยล์ ซึ่งช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนได้ด้วย



1 / 2

Wild Rose Glow Facial Oil จาก Neal's Yard Remedies (ราคา 2,590 บาท)




2 / 2

Ultimate Revitalizing Organic Face Oil จาก HARNN (ราคา 1,790 บาท)


ผิวผสม         

ผิวผสมเหมาะกับออยล์ที่อยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างออยล์สำหรับผิวมันและผิวแห้งคือมีเนื้อสัมผัสบางเบา แต่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างพอดี สาวๆ สามารถนำเบอร์กามอตออยล์ 3–4 หยด ผสมเข้ากับเกรปซีดออยล์หรือโรสแมรี่ออยล์ในปริมาณเท่ากันเพื่อประสิทธิภาพที่สมดุลสำหรับผิวผสม



1 / 2

Balancing SQ Oil R จาก THREE (ราคา 4,500 บาท)




2 / 2

Squalane + Vitamin C Rose Oil in Pink Bottle จาก Biossance (ราคา 2,650 บาท)


ผิวบอบบาง

ผิวบอบบางแพ้ง่ายหากเลือกออยล์ที่ถูกต้องกลับจะยิ่งช่วยสร้างปราการปกป้องผิวให้แข็งแรงขึ้น เลือกออยล์จากสวีตอัลมอนด์และคาร์โมไมล์ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมและป้องกันอาการระคายเคืองได้ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับผิวแพ้ง่ายคือไม่ควรใช้ออยล์ที่มีส่วนผสมของสีสังเคราะห์และน้ำหอม



1 / 2

Sekkisei Clear Wellness Face Oil Treatment จาก Kose (ราคา 1,170 บาท)




2 / 2

The Time Reset Aqua Oil จาก IPSA (ราคา 1,750 บาท)


ผิวเป็นสิวง่าย

ผิวเป็นสิวง่ายมักมีส่วนผสมของผิวมันและผิวแพ้ง่ายอยู่ด้วยกัน สามารถใช้ออยล์สำหรับผิวมันอย่างโรสฮิปหรือเกรปซีดออยล์ลงให้ทั่วผิวหน้าในขั้นตอนแรก แล้วใช้ออยล์ที่มีส่วนผสมของแอนตี้แบคทีเรียอย่างทีทรีออยล์แตะแต้มเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวอีกครั้งเพื่อช่วยลดอาการอักเสบ



1 / 2

Balancing Oil จาก Bougaville (ราคา 1,150 บาท)




2 / 2

Rosehip Facial Oil จาก Lhamour (ราคา 1,380 บาท)


ผิวมีริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

ผิวมีริ้วรอยควรมองหาออยล์ที่อุดมด้วยสารช่วยต้านอนุมูลอิสระหรือแอนตี้ออกซิแดนต์อย่าง Pomegranate Oil หรือออยล์จากผลทับทิมซึ่งสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ได้ และมีอีกหนึ่งออยล์ที่เราอยากแนะนำคือ โจโจ้บาออยล์ ซึ่งอุดมด้วยวิตามินอีช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะที่ทำให้ผิวร่วงโรย



1 / 2

Nourishing Rose Oil จาก Laura Mercier (ราคา 2,450 บาท)




2 / 2

Age Confidence Facial Oil - Echium & Amaranth จาก Pai Skincare (ราคา 2,960 บาท)


คีย์เวิร์ด: facial oil skincare