โว้กบิวตี้ลองแล้ว! Dyson Corrale เครื่องหนีบผมไร้สายที่ทำได้มากกว่าผมตรง และมี Flight Mode!

คิดว่าจะได้เสียเงินเองอย่างแน่นอน

ในที่สุด "Dyson Corrale" อุปกรณ์สำหรับจัดแต่งทรงผมล่าสุดของไดสันก็วางขายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยในราคา 17,900 บาท โว้กบิวตี้จึงอยากมาแชร์ความรู้สึกหลังได้ลอง Dyson Corrale และถือได้ว่าเป็นเครื่องหนีบผมเครื่องแรกจากทางไดสัน ที่หน้าตามีความ Futuristic สูงมากๆ แตกต่างจากเครื่องหนีบผมทั่วไป แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของไดสันได้อย่างดีทั้งสีและดีไซน์ สิ่งหนึ่งที่ไดสันเซอร์ไพรส์เราได้เสมอๆ คือเขาคิดมาแล้วว่าผู้ใช้อย่างเราๆ ต้องการอะไร ก่อนที่เราเองจะรู้ตัวเองเสียอีก อย่างฟังก์ชั่นเล็กๆ ที่เราไม่คิดว่าเครื่องหนีบผมจะต้องมี แต่เขาก็พิถีพิถันใส่ลงไป กับการมี Flight Mode และสามารถใช้เป็นเครื่องหนีบผมไร้สายได้ด้วย รวมถึงการใช้ความร้อนที่น้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ระยะเวลาในการจัดแต่งทรงผมก็น้อยลงด้วย 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เมื่อทีมโว้กได้ลองใช้กับ Dyson Corrale เครื่องที่ช่วยจัดแต่งทรงผมใหม่ล่าสุดจาก DYSON เราจึงต้องมารีวิวสั้นๆ ว่าเครื่องนี้ทำอะไรได้บ้าง มีนวัตกรรมอะไรที่จะมาตอบโจทย์คนที่สนใจและชอบทำผม และมาดูว่าหากต้องใช้ม้วนหรือหนีบตรงในลักษณะเส้นผมที่ต่างกัน...เขาทำได้ดีขนาดไหน #VogueReview #DysonCorrale

A post shared by Vogue Beauty Thailand (@voguebeautythailand) on

REVIEW

ครั้งแรกที่ได้เห็นเครื่อง Dyson Corrale นั้น เขายังคงดีไซน์และหน้าตาของเครื่องหนีบผมเอาไว้ เครื่องมาในสีเทาและชมพูฟูเซีย เป็นฟินิชเงามัน มาพร้อมอีกหนึ่งสีคือสีม่วง เครื่องหนีบผมนี้มีรายละเอียดที่เพิ่มเข้ามาอย่างเรื่องเทคโนโลยี microhinged plate ที่แผ่นเหล็กนั้นมีความยืดยุ่นมากๆ ซึ่งช่วยในการรวบผมให้ความร้อนและน้ำหนักของแรงกดนั้นกระจายได้ทั่วถึง โดยไม่ต้องหนีบซ้ำๆ จนผมเสีย ทำให้เราหนีบผมได้สมูตขึ้นและไม่มีการดึงรั้งเส้นผม แถมผมยังดูเงางามเหมือนเดิม น้ำหนักของตัวเครื่องนั้นอาจจะหนักกว่าที่หนีบผมทั่วไปเล็กน้อย แต่ไม่หนักจนปวดแขนเวลาใช้แน่นอน น้ำหนักที่มากขึ้นนี้มาจากการเพิ่มแบตเตอรี่เข้ามา เพราะสามารถใช้เครื่องหนีบนี้ได้แบบไร้สาย หรือ Cord-Free นั่นเอง เอาเป็นว่าไม่ต้องเสียบสายระโยงระยางไว้ตลอดเวลา กระจกอยู่ไกลปลั๊กก็ไม่ใช่ปัญหา เดินไปหนีบผมไปยังได้ ที่สำคัญเขาชาร์จเพียง 70 นาที ก็ใช้ได้ยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมง ถ้าใครต้องทำผมนานกว่านั้นก็สามารถชาร์จไป ทำผมไปด้วยโดยไม่เป็นตราย

อย่างที่บอกว่าเขาเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้ใช้ต้องการ อย่างที่ล็อกเพื่อไม่ให้เครื่องเปิดอ้าไว้ตลอดเวลา รวมถึงกระเป๋าป้องกันความร้อน ที่ปกติแล้วเราจะไม่สามารถเก็บเครื่องหนีบได้ทันที ต้องรอให้เครื่องหายร้อนถึงจะสามารถเก็บเข้ากระเป๋าได้ แต่สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถเก็บใส่กระเป๋าเดินทางได้ทันที ที่ชอบเป็นพิเศษคือ การรองรับ Flight Mode ที่ทำให้เราสามารถพกขึ้นเครื่องและสามารถบรรจุในกระเป๋าเดินทางได้แบบปลอดภัย เผื่อจะต้องมีเรื่องให้ทำสวยบนเครื่องบิน

 

FACTS TO KNOW

ระดับอุณหภูมิความร้อนที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 ระดับ ประกอบด้วย 165 185 และ 210 องศาเซลเซียส โดยเขาคิดมาแล้วว่า 3 ระดับสามารถตอบโจทย์ทุกสภาพเส้นผม ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของเส้นผม รวมถึงสภาพเส้นผมด้วย ถ้าสาวๆ เป็นคนผมเส้นเล็กและผมตรง(อย่างเรา) ก็ใช้ที่ระดับ 165 หรือ 185 องศาเซลเซียส แต่ถ้ามีผมยักโศกจนไปถึงผมหยิก รวมถึงผมเส้นใหญ่ ให้ใช้ที่ 185 ถึง 210 องศาเซลเซียส โดยไม่ต้องห่วงว่าเครื่องจะคงความร้อนได้ไม่เสถียร เพราะมีการควบคุมความร้อน 100 ครั้งต่อ 1 วินาที ซึ่งให้ความร้อนที่คงที่และแม่นยำ

Dyson Corrale ไม่ใช่เครื่องหนีบผมเพียงอย่างเดียว แต่มีนวัตกรรมผสมผสานเข้ามาด้วย สามารถทำผมสวยได้แบบไม่เสีย เหมือนกับ Dyson Supersonic และ Airwrap สามารถสไตล์ลิ่งได้ทั้งผมตรง ลอนมาม่าหรือลอนเมอร์เมดที่ฮิตกัน รวมถึงการม้วนผมเป็นลอนคลื่น Beach Waves ก็สามารถทำได้ไม่ยากเลย



1 / 2





2 / 2



Dyson Corrale มีวางขายทั้งหมด 2 สีคือ สีดำชมพู (Black Nickel/Fuchsia) และสีม่วงดำ (Purple/Black) ซึ่งจะมีวางขายแค่ที่ dyson.co.th และที่ช็อป Dyson Demo เท่านั้น